mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ไวรัสโคโรน่าอาจส่งผลกระทบเศรษฐกิจอาเซียน 2.4-3.4พันล้านดอลลาร์ฯ

             การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ฉุดรั้งเศรษฐกิจจีนให้เติบโตชะลอลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศในอาเซียนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน โดยผ่านทาง 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ช่องทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว

             ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า หากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ยืดเยื้อยาวนานเกิน 3 เดือน (แต่ไม่เกิน 6 เดือน) เศรษฐกิจจีนอาจเติบโตต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ราวร้อยละ 1.0 และอาจลงไปแตะที่ระดับประมาณร้อยละ 4.7 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาเซียนคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.4-3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.07-0.11 ของ GDP อาเซียนทั้งหมด  โดยในส่วนของประเทศไทย ผลกระทบอาจอยู่ในระดับปานกลาง โดยมูลค่าความเสียหายอาจจะอยู่ในระดับ 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 0.09-0.13 ของ GDP ทั้งปีของไทย

             ทั้งนี้ ผลกระทบของการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนต่อแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับสัดส่วนการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนของแต่ละประเทศเป็นหลัก ซึ่งหากพิจารณาถึงสัดส่วนการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนของประเทศในกลุ่มอาเซียนจะพบว่า เวียดนาม สิงคโปร์ สปป.ลาว และกัมพูชา มีสัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับสูง ขณะที่ ในส่วนของไทย สัดส่วนการพึ่งพาจากจีนอยู่ในระดับปานกลาง อย่างไรก็ดี นอกจากสัดส่วนการพึ่งพาจากจีน ผลกระทบต่อเศรษฐกิจแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียนยังขึ้นอยู่กับความเข้มแข็ง โครงสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวเพื่อลดทอนผลกระทบจากการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนอีกด้วย

                เศรษฐกิจอาเซียนและจีนมีความสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนานเกือบ 3 ทศวรรษ ทั้งนี้ การขยายบทบาทของจีนทั้งด้านการค้า การลงทุน ตลอดจน บทบาทของจีนในเชิงของตลาดท่องเที่ยวขาออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่งผลให้การเชื่อมโยงกันทางเศรษฐกิจระหว่างจีนและอาเซียนมีความใกล้ชิดกันทางภูมิศาสตร์มีความแนบแน่นขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากสงครามการค้า ผลกระทบการแพร่กระจายของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ (nCoV) ตลอดจน ปัญหาเชิงโครงสร้างอาจเป็นปัจจัยซ้ำเติมให้เศรษฐกิจจีนมีความเสี่ยงที่อาจจะชะลอตัวในระดับที่ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจมีการส่งผ่านมายังเศรษฐกิจในอาเซียน ผ่าน 3 ช่องทางหลักได้แก่ ภาคการส่งออก ภาคการท่องเที่ยว และภาคการลงทุนโดยตรง

หากพิจารณาถึงสัดส่วนการพึ่งพาเศรษฐกิจจีนของประเทศในกลุ่มอาเซียนจะพบว่า ประเทศเวียดนาม สิงคโปร์ สปป.ลาว และกัมพูชา มีสัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับสูง ขณะที่ในส่วนของไทย สัดส่วนการพึ่งพาจากจีนอาจอยู่ในระดับปานกลาง เทียบเคียงกับมาเลเซียและเมียนมา ขณะที่บรูไน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีสัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี ผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนอาจมีความแตกต่างกันออกไป โดยขึ้นอยู่กับความเข้มแข็ง โครงสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวในการลดทอนผลกระทบจากการชะลอลงของเศรษฐกิจจีน

             สำหรับประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่มีสัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับสูงและมีความสามารถในการปรับตัวในการรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนในระดับต่ำ ได้แก่ สปป.ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นประเทศที่อาจจะเสี่ยงที่จะได้ผลกระทบที่รุนแรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศมีการพึ่งพารายได้จากภาคการส่งออก ท่องเที่ยว ตลอดจน เม็ดเงินลงทุนจากจีนในสัดส่วนที่สูง นอกจากนี้ การที่เศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศเป็นเศรษฐกิจที่ค่อนข้างปิดและพึ่งพาภาคต่างประเทศสูงขณะที่ภาคเศรษฐกิจในประเทศอ่อนแอทำให้การปรับตัวในการหาตลาดทดแทนจีนทำได้ค่อนข้างยาก

             สำหรับประเทศที่อยู่ในกลุ่มที่มีสัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับสูง แต่พอมีศักยภาพในการปรับตัวรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนได้ในระดับหนึ่ง เศรษฐกิจสิงคโปร์อาจสามารถรองรับผลกระทบจากการชะลอตัวของจีนได้บางส่วน จากโครงสร้างของเศรษฐกิจที่มีการกระจายตัวในภาคเศรษฐกิจอื่นๆ อย่างไรก็ดี สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการค้าและการเงินในอาเซียน ส่งผลให้สิงคโปร์ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการส่งผ่านผลกระทบจากจีนไปยังอาเซียนอีกทอดหนึ่ง ขณะที่เศรษฐกิจเวียดนามอาจมีความยืดหยุ่นในการปรับตัวมากกว่าสิงคโปร์ แม้ว่าจะมีการพึ่งพาการส่งออกไปยังจีนในระดับที่สูงกว่าสิงคโปร์ แต่ตลาดการส่งออกของเวียดนามมีการกระจายตัวไปยังตลาดขนาดใหญ่อื่นๆ นอกจากนี้ นักลงทุนจีนมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยในการลงทุนโดยตรงในเวียดนาม กอปรกับ การพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งช่วยให้เศรษฐกิจเวียดนามมีความยืดหยุ่นพอสมควรในการรองรับผลกระทบจากการชะลอลงของเศรษฐกิจจีน

             กลุ่มที่สัดส่วนการพึ่งพาจากจีนในระดับปานกลาง โดยประเทศในกลุ่มนี้ได้แก่มาเลเซีย เมียนมาและไทย สำหรับไทยและมาเลเซีย ระดับการพึ่งพาจากจีนโดยรวมค่อนข้างมีการกระจายตัว ขณะที่การพึ่งพาจากจีนของเมียนมาจะเกี่ยวเนื่องกับสินค้าโภคภัณฑ์ (ปิโตรเลียม) เป็นหลัก แม้ว่าอาจมีบางภาคเศรษฐกิจที่มีระดับการพึ่งพาจากจีนค่อนข้างสูง อาทิ การพึ่งพารายได้นักท่องเที่ยวจีนของไทย การพึ่งพาการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของมาเลเซียไปยังจีน อย่างไรก็ดี ในส่วนของไทยและมาเลเซียมีความยืดหยุ่นในการรับมือผลของการชะลอลงของเศรษฐกิจจีนในระดับหนึ่ง แต่การที่ทั้ง 2 ประเทศมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจในอาเซียนในระดับที่ค่อนข้างสูง อาจส่งผลให้ทั้ง 2 ประเทศได้ผลกระทบทางอ้อมจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในอาเซียน ขณะที่การปรับตัวของเมียนมาอาจเผชิญกับข้อจำกัดในการปรับตัวมากกว่าไทยและมาเลเซีย เนื่องจากเศรษฐกิจในเมียนมาค่อนข้างเป็นระบบปิด กอปรกับระบบโครงสร้างพื้นฐานในการรองรับการส่งออกยังไม่ค่อยดีนัก

             กลุ่มประเทศมีสัดส่วนพึ่งพาจีนต่ำ ได้แก่ บรูไน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ทั้งนี้ กลุ่มประเทศดังกล่าวส่วนใหญ่มักมีระดับการเปิดประเทศที่จำกัด ไม่ได้พึ่งพาภาคการส่งออกอย่างมีนัยสำคัญ ตลอดจน มีการเชื่อมโยงด้านห่วงโซ่อุปทานกับจีนในระดับที่ไม่สูง อย่างไรก็ดี บรูไนและอินโดนีเซียอาจมีความสามารถในการปรับตัวที่ดีกว่าฟิลิปปินส์ เนื่องจากการค้าระหว่างจีนกับบรูไนและอินโดนีเซียส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายปิโตรเลียมเป็นหลัก รวมทั้ง ขนาดในการพึ่งพาการส่งออกไปจีนอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ฟิลิปปินส์มีการพึ่งพาการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไปยังจีนมากพอสมควร อันส่งผลให้การปรับตัวของฟิลิปปินส์ในการหาตลาดรองรับแทนจีนทำได้ยากกว่า

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า หากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ยืดเยื้อยาวนานเกิน 3 เดือน (แต่ไม่เกิน 6 เดือน) อาจฉุดรั้งเศรษฐกิจจีนให้เติบโตต่ำกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ราวร้อยละ 1.0 และลงไปแตะที่ระดับประมาณร้อยละ 4.7 โดยจากการประเมินของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า หากพิจารณา 3 ช่องทางหลักที่เศรษฐกิจจีนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอาเซียน การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากจีนมายังอาเซียนในอัตราส่วนที่สูงที่สุด เนื่องจากมูลค่าการลงทุนโดยตรงมักมีความผันผวนอย่างมากไปตามเศรษฐกิจของประเทศ โดยหาก GDP ของจีนเติบโตลดลงร้อยละ 1.0 มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากจีนไปยังอาเซียนคาดว่าจะลดลงถึงราวร้อยละ 2.8 ขณะที่ รายได้การท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวจีนและมูลค่าการส่งออกไปยังจีนของอาเซียนจะลดลงประมาณร้อยละ 1.5 และ ร้อยละ 1.2 ตามลำดับ ดังนั้น จากการประเมินผลกระทบผ่านทาง 3 ช่องทางหลัก ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า หากเศรษฐกิจจีนเติบโตลดลงร้อยละ 1.0 จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจอาเซียนในกรอบ 2.4-3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นร้อยละ 0.07-0.11 ของ GDP อาเซียนทั้งหมด

อนึ่ง ผลกระทบดังกล่าวครอบคลุมเพียงผลกระทบโดยตรงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งไม่นับรวมผลกระทบทางอ้อมจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจประเทศต่างๆ ทั่วโลกและส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงไม่นับรวมผลกระทบทางอ้อมจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรุดตัวลง เนื่องจากอุปสงค์ในจีนที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบทางลบต่อการส่งออกของหลายประเทศในอาเซียนที่มีการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ในสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง อีกทั้ง การประเมินดังกล่าวยังไม่นับรวมผลกระทบทวีคูณ (Multiplier effects) จากการที่เศรษฐกิจภายในประเทศของประเทศในกลุ่มอาเซียนชะงักงันตามไปด้วย ดังนั้น ผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่มีต่อเศรษฐกิจอาเซียนอาจสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากนับรวมผลกระทบทางอ้อมเหล่านี้

สำหรับกรณีของไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่า หากเศรษฐกิจจีนเติบโตลดลงร้อยละ 1.0 จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยในกรอบประมาณ 500-700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 0.09-0.13 ของ GDP ทั้งปีของไทย โดยภาคการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบสูงสุดถึงราว 300-400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจีนถือเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่อันดับ 2 ของไทยรองจากสหรัฐฯ โดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปยังจีนในปี 2562 สูงถึง 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ ภาคการท่องเที่ยวของไทยได้รับผลกระทบรองลงมา โดยภาคการท่องเที่ยวของไทยมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากนักท่องเที่ยวจีนถึงราวร้อยละ 30 ในทางตรงกันข้าม ไทยพึ่งพาการลงทุนจากจีนในสัดส่วนไม่มากนัก ดังนั้น ผลกระทบโดยตรงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนต่อการลงทุนในไทยจึงไม่สูงนัก ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวไม่รวมผลกระทบทางอ้อมจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนที่ต่างได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนท่ามกลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งการที่เศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มอาเซียนชะลอตัวลงจะส่งผลกระทบต่อการค้า การลงทุน รวมถึงการท่องเที่ยวภายในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงในไทย อย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News