mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ปี 2567 ตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล คาดหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

จากความต้องการและความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยที่ยังไม่กลับมา รวมถึงจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสมที่สูงสุดในรอบ 29 ปี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปี 2567 การเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะยังหดตัวเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันอีกกว่า 19%

  • ในช่วงที่เหลือของปี 2567 คงจะต้องติดตามจังหวะเวลาและรายละเอียดการออกมาตรการของภาครัฐ อย่างมาตรการทางการเงินและภาษีสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยที่จะเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ตลาด

แม้ยอดที่อยู่อาศัยรอโอนฯ (Backlog) ของผู้ประกอบการบางรายจะลดลง แต่การเปิดโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลยังปรับลดลงต่อเนื่อง โดย 2 เดือนแรกของปี 2567 ลดลงกว่า 48.7% (YoY) ด้วย 2 ปัจจัยสำคัญ

  1. ประเด็นความต้องการและความสามารถของผู้ซื้อที่ยังเปราะบาง สะท้อนจาก

-              การจองซื้อที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ยังไม่ดีขึ้น โดยผู้บริโภคยังชะลอการซื้อ จากข้อมูลของ Agency for Real Estate Affairs (AREA) ระบุว่า ช่วง 2 เดือนแรกปี 2567 ยอดจองซื้อที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ (Presales) ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลหดตัว 48.1% (YoY) หรือมีจำนวนเพียง 6,769 หน่วย

-              ภาพรวมยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยหดตัวต่อเนื่อง แต่ที่อยู่อาศัยมือสองได้รับการตอบรับดีกว่าที่อยู่อาศัยใหม่ จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ในเดือนม.ค.67 การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล หดตัว 7.2% (YoY) ซึ่งเป็นการลดลงเป็นเดือนที่ 12 ติดต่อกัน หรือมีจำนวนประมาณ 9,239 หน่วย (รูปที่ 1) 

การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจากนิติบุคคล (ที่อยู่อาศัยใหม่) หดตัวสูงถึง 15.7% (YoY) หรือมีจำนวนเพียง 3,716 หน่วยใน ม.ค.67 ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยจากบุคคลธรรมดา (ที่อยู่อาศัยมือสอง) หดตัวเพียง 0.4% ด้วยจำนวนหน่วยการโอนฯที่ 5,523 หน่วย ซึ่งเป็นผลจากราคาที่อยู่อาศัยมือสองที่ถูกกว่า เมื่อเปรียบเทียบทำเลและขนาดพื้นที่ใช้สอย และที่ผ่านมา ที่อยู่อาศัยมือสองมีการประกาศขายในตลาดเป็นจำนวนมาก ทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีทางเลือกมากขึ้น

-              ราคาต่อหน่วยของที่อยู่อาศัยเปิดใหม่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้กลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพจะมีน้อยลงเมื่อเทียบกับรายได้ที่ไม่ได้เร่งตัวขึ้นตาม โดยราคาที่อยู่อาศัยที่มีการซื้อขายในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2566 เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.6 ล้านบาท ปรับตัวขึ้นกว่า 24% จากค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2556-2565 (ที่ประมาณ 2.9 ล้านบาท) ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่มากกว่าเมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของรายได้ครัวเรือนในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล (รูปที่ 2) อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการมีการกระตุ้นตลาดด้วยการนำเสนอราคาพิเศษพร้อมจัดโปรโมชั่นของสมนาคุณเพื่อระบายสินค้าในพอร์ต

  1. ประเด็นการเพิ่มขึ้นของจำนวนที่อยู่อาศัยรอขายสะสม ส่วนหนึ่งมาจากยอดขายโครงการใหม่มีจำนวนไม่สูงดังที่เคยผ่านมา ซึ่งทำให้มีการแข่งขันสูงในบางพื้นที่ จากข้อมูลของ AREA ณ สิ้นปี 2566 ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลมีที่อยู่อาศัยรอขายสะสมกว่า 2.3 แสนหน่วย (รูปที่ 2) (สูงสุดในรอบ 29 ปี และคาดว่าจะใช้เวลาในการระบายมากกว่า 3 ปี) โดยกว่า 36% เป็นคอนโดมิเนียม และกลุ่มที่ต้องระวังคือระดับราคา 1-3 ล้านบาทที่มีหน่วยรอขายสะสมสูง สำหรับทาวน์เฮ้าส์ มีสัดส่วน 34% โดยกลุ่มระดับราคา 2-3 ล้านบาท มีจำนวนรอขายมากกว่าครึ่ง

ขณะที่ กลุ่มบ้านเดี่ยวและแฝดมีจำนวนรอขายเร่งตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเปิดโครงการจำนวนมาก โดยบ้านเดี่ยวที่ต้องระวังจะเป็นระดับราคา 5-10 ล้านบาท รวมทั้งราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ที่จำนวนกลุ่มลูกค้ามีขนาดเล็ก และผู้ประกอบการเข้ามาทำตลาดมาก ถึงแม้ว่าสัดส่วนรอขายจะยังน้อยหากเทียบกับกลุ่มอื่น

จากสถานการณ์ดังกล่าวและแผนการเปิดโครงการใหม่ของผู้ประกอบการหลายรายที่ลดลงในปีนี้ เนื่องจากผู้ประกอบการน่าจะติดตามทิศทางเศรษฐกิจและมาตรการภาครัฐ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงมองว่า การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลในปี 2567 น่าจะหดตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

ทั้งนี้ ในช่วงที่เหลือของปี 2567 คงจะต้องติดตามจังหวะเวลาและรายละเอียดการออกมาตรการของภาครัฐ อย่างมาตรการทางการเงินและภาษีสำหรับตลาดที่อยู่อาศัยที่จะเข้ามาช่วยประคองสถานการณ์ตลาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News