mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ดิจิทัลวอลเล็ต การระดมทุนต้องพิจารณาจังหวะที่เหมาะสม ลดผลกระทบสภาพคล่องตลาด

แม้ว่าแผนการเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตของภาครัฐในวงเงิน 5 แสนล้านบาท อาจไม่ได้กระทบต่อสภาพคล่องของระบบทั้งจำนวน เนื่องจากขึ้นกับบทสรุปของเงื่อนไขและจำนวนผู้ที่สามารถเข้าร่วมโครงการ แต่การระดมทุนในวงเงินหลายแสนล้านบาทในช่วงก่อนเริ่มโครงการ อาจกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดการเงินไทย ท่ามกลางภาวะที่สถาบันการเงินถือครองตราสารหนี้ภาครัฐในจำนวนมากแล้วในปัจจุบัน

  • นอกจากนี้ ปริมาณอุปทานตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้น อาจมีผลต่อต้นทุนการระดมทุนของภาคเอกชนและรัฐได้
  • ดังนั้น ภาครัฐคงต้องพิจารณาจังหวะ วงเงิน ช่องทางและเครื่อมือการระดมทุนให้เหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อตลาด

จากแผนการเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) จากภาครัฐที่จะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ในวงเงิน 5 แสนล้านบาทนั้น แม้บทสรุปของวงเงินที่ใช้จริงท้ายสุดจะขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการที่ผ่านเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนด แต่เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ร.บ.เงินตรา พ.ศ.2501 จึงทำให้ต้องมีเงินหมุนเวียนในระบบเน็ตเวิร์คของวอลเล็ตก่อนการใช้งานจริง นั่นหมายความว่า ภาครัฐอาจต้องจัดสรรเงินทุนให้พร้อมก่อนหน้านั้น ทำให้การระดมทุนคงเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาสที่ 2 หรือไตรมาสที่ 3 ของปีนี้

ประเด็นที่อาจพิจารณาเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบต่อสภาพคล่องในระบบการเงินไทย มีอยู่ 3 เรื่องด้วยกัน ได้แก่

  1. สภาพคล่องของสถาบันการเงินแม้จะอยู่ในระดับสูง แต่ส่วนใหญ่ถือครองอยู่ในรูปตราสารหนี้ภาครัฐ และพันธบัตร ธปท. ทำให้การพึ่งพาสถาบันการเงินในการถือครองตราสารหนี้ภาครัฐที่จะออกใหม่ภายใต้โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ต้องอาศัยการลดการถือครองตราสารหนี้ภาครัฐที่อยู่ในมือ หรือระดมเงินฝากหรือสภาพคล่องใหม่เพิ่มเติม ซึ่งจะผลักดันให้ต้นทุนการออกตราสารหนี้ หรือการเสนอดอกเบี้ยเงินฝาก (อาทิ อัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากแคมเปญพิเศษ) ปรับตัวสูงขึ้น กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นให้กับฝั่งผู้กู้ ทั้งเอกชนและภาครัฐ

ข้อมูล ณ สิ้นเดือน กุมภาพันธ์ 2567 ชี้ว่าสถาบันการเงิน ที่นำโดยธนาคารพาณิชย์ (ที่มีส่วนแบ่งสภาพคล่องสูงสุดในระบบ) มีสินทรัพย์สภาพคล่องอยู่ที่ประมาณ 5.56 ล้านล้านบาท โดย 37.0% หรือกว่า 2.07 ล้านล้านบาทอยู่ในรูปพันธบัตรรัฐบาล อันสะท้อนว่า ขีดความสามารถของธนาคารพาณิชย์ในการดูดซับตราสารหนี้ภาครัฐที่จะออกเพิ่มนั้น อยู่ในกรอบที่จำกัด คงจะต้องอาศัยนักลงทุนสถาบันอื่นๆ ร่วมด้วย

  1. ผลกระทบต่อการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ของภาคเอกชนที่เป็นผลจากปริมาณอุปทานตราสารหนี้ภาครัฐที่เข้ามาเพิ่มขึ้น (Crowding Out Effect) ปัจจัยดังกล่าวนอกจากจะทำให้ Benchmark Yield ของพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น ซึ่งมีผลต่อเนื่องให้ฐานต้นทุนดอกเบี้ยอ้างอิงก่อนบวก Credit Spread ของหุ้นกู้ขยับขึ้นแล้ว ก็ยังอาจมีผลต่อความต้องการลงทุนของนักลงทุนรายย่อยต่อหุ้นกู้เอกชนด้วย โดยเฉพาะในกรณีที่ภาครัฐจัดสรรการระดมทุนบางส่วนผ่านการเสนอขายพันธบัตรให้กับประชาชนรายย่อยโดยตรง อาทิ ในรูปพันธบัตรออมทรัพย์ (Savings Bonds) ท่ามกลางภาวะที่นักลงทุนรายย่อยที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth Individuals) ที่เป็นกำลังซื้อหลักในตลาดหุ้นกู้ ยังระมัดระวังการลงทุนในตราสารหนี้บางประเภท ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศที่มีความไม่แน่นอน

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2567 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า จะมีตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาวที่ออกใหม่ ทั้งเพื่อชดเชยรุ่นที่ครบกำหนดและออกใหม่เพิ่มเติม อีกไม่น้อยกว่า 6.90 แสนล้านบาท จากที่ออกไปแล้วประมาณ 2.77 แสนล้านบาท (ตามฐานข้อมูลของ ThaiBMA) อันเป็นกลุ่มที่ต้องวางแผนรับมือในกรณีที่ต้นทุนการระดมทุนปรับสูงขึ้น

  1. จังหวะการระดมทุนของภาครัฐ เผชิญความท้าทายมากขึ้น ตามทิศทางผลตอบแทนตราสารหนี้ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในต่างประเทศ ดังจะเห็นได้จาก US Treasury Yields ที่ขยับสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2567 ตามแรงผลักดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด สัญญาณจากเฟดซึ่งมีท่าทีไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงล่าสุด สถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น

ประเด็นเหล่านี้ มีส่วนทำให้ต้นทุนการระดมทุนในตลาดต่างๆ ของไทยปรับตัวสูงขึ้นเช่นกันในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น BIBOR อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลประเภทอายุปานกลางถึงยาว ขณะที่ ทิศทางความผันผวนของอัตราผลตอบแทนในประเทศ อาจยังคงภาพเช่นนี้ต่อไปในอีกหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งย่อมจะกดดันต้นทุนการระดมทุนของทั้งภาครัฐและเอกชนไทยหลังจากนี้

กล่าวโดยสรุป ประเด็นต่างๆ ข้างต้น คงทำให้ภาครัฐต้องพิจารณาจังหวะ วงเงิน ช่องทางและเครื่อมือการระดมทุนให้เหมาะสม เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อตลาด ในภาวะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศยังไม่ปรับลดลง ขณะที่งบดุลของภาคธุรกิจและครัวเรือนไทยหลายส่วนยังไม่มีความแข็งแรงมากพอที่จะรองรับต้นทุนการเงินที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะความตึงตัวของสภาพคล่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News