mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

3 ภารกิจ กสทช. ชุดใหม่ เดินหน้าไร้รอยต่อ ส่งเสริม สนับสนุน ผู้ประกอบการไทย ก้าวสู่อุตสาหกรรมใหม่

3 ภารกิจ กสทช. ชุดใหม่ เดินหน้าไร้รอยต่อ ส่งเสริม สนับสนุน ผู้ประกอบการไทย ก้าวสู่อุตสาหกรรมใหม่ ที่สำคัญต้องเสริมศักยภาพการแข่งขันที่เท่าเทียม และ รักษาทรัพยากรชาติ

แหล่งข่าวจากวงการดิจิทัล เปิดเผยว่า แนวโน้มการควบรวมธุรกิจของไทยในปี 2564 มาจนถึงปัจจุบันปี 2565  ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง  นับตั้งแต่ต้นปี 64 กับการควบรวมองค์การโทรศัพท์ (TOT) ต่อเนื่องจากกลางปี 64 ค่ายเอไอเอสผู้นำอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยได้ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยมีกลุ่มพลังงานอันดับ 1 คือ กลุ่ม Gulf มาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ผ่านทางบริษัท INTUCH ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคมมีความแข็งแกร่งขึ้น  ซึ่งเหลือเพียงการควบรวม ทรู ดีแทค ที่ประกาศตัวตั้งแต่ต้นปี 65 สู่การเป็นบริษัทเทคโนโลยีใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจของ กสทช.ชุดใหม่ที่เข้ามารับช่วงต่อ โดยชุดใหม่นี้ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี ทุกท่านล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและมีประสบการณ์ในหลายด้าน จะต้องโปร่งใสและดำเนินการให้เกิดความต่อเนื่องในการกำกับดูแลในระยะยาว โดยจะต้องมีกระบวนการและกรอบเวลาที่ชัดเจน และงพิจารณาให้เสร็จสิ้นภายใน 90 วันตามที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันถือได้ว่าเดินทางมาเกินครึ่งทางแล้ว ยังมีเวลาเกือบ 1 เดือนที่กสทช.จะรับไม้ต่อพิจารณาเงื่อนไขที่เหมาะสมต่อเนื่องจากคณะที่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีภารกิจสำคัญที่รอ กสทช. ชุดใหม่ มาดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมการประมูลคลื่นในอนาคต การบริหารจัดการผู้ประกอบการ OTT (Over The Top) และ การจัดการสิทธิวงโคจรดาวเทียมของไทย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 เมษายน เว็บไซค์ราชกิจจานุเกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ รวม 5 คน มีรายละเอียดดังนี้

1.ศ.คลินิกสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการ

2.พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการด้านกิจการกระจายเสียง

3.ศ.พิรงรอง รามสูต กรรมการด้านกิจการโทรทัศน์

4.นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน

 5.รศ.ศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ ด้านอื่นๆที่ยังประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกสทช. (ข) ด้านเศรษฐศาสตร์

แหล่งข่าววิเคราะห์ต่อไปว่า กสทช.ชุดใหม่ มีภารกิจสำคัญที่ท้าทายรอพิสูจน์ฝีมืออยู่ด้วยกันถึง 3 ประเด็น ซึ่งวงการโทรคมนาคมและวงการดิจิทัล เห็นว่าควรเร่งดำเนินการเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ

ภารกิจที่ 1 คือ เรื่องการประมูลคลื่นในอดีตที่กลายเป็นภาระของผู้ประกอบการในปัจจุบัน และการขาดความแข็งแรงในการประมูลคลื่นใหม่ รวมถึง 6G ในอนาคต  รวมไปถึงการต่อยอด 5G เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและการประมูลคลื่นความถี่อย่างคลื่น 3500 MHz ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ตลาดเคยเป็นของผู้ขายหรือของ กสทช.ไม่ว่าจะขายคลื่น 3G , 4G หรือแม้กระทั่ง 5G บางส่วนก็ขายหมดโดยได้ราคาดีด้วย ทำเงินเข้ารัฐหลายแสนล้านบาท แต่ก็กลายเป็นภาระทั้งจากค่าไลเซนต์ที่แทบจะแพงที่สุดในโลก เกิดภาระดอกเบี้ยทำให้ยามนี้สายตาที่มองคลื่นความถี่ของโอเปอเรเตอร์เริ่มเปลี่ยนไป เพราะเท่าที่มีอยู่ก็มากเกินพอจำเป็นไปแล้ว เพราะตลาดผู้ใช้บริการก็มีเพียงเท่านี้ การเติบโตไม่ได้พุ่งสูงขึ้นมากมายนัก ถึงตอนนี้ยังมีโอเปอเรเตอร์บางรายอยากคืนคลื่น นอกเหนือจาก NT ที่อยากจะคืนความถี่ 700 MHz ทำให้การปรับตัวของผู้ประกอบการด้านต้นทุนถือเป็นความท้าทายในการอยู่รอดทางธุรกิจ

ภารกิจที่ 2 คือ เรื่องการล่าอาณานิคมของผู้ให้บริการ OTT ( Over The Top) ในขณะที่โอเปอเรเตอร์ต้องลงทุนเครือข่ายไปสักอีกกี่แสนล้านบาทก็ตาม แต่ผลประโยชน์ส่วนใหญ่กลับตกใส่ผู้ให้บริการ OTT อย่างเช่น เฟซบุ๊ก กูเกิ้ล ทวิตเตอร์ แกร็บ ลาซาด้า และที่เหลืออีกมากซึ่งเป็นแพลตฟอร์มของต่างชาติทั้งสิ้น เนื่องจากสังคมปัจจุบันผู้คนเริ่มตอบรับชีวิตดิจิทัลเร็วกว่าที่คาดไว้มาก วันนี้โควิดได้เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของประเทศ โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่การล่าอาณานิคมยุคใหม่ ที่ไม่ใช่การใช้กำลังไปยึดประเทศ แต่เป็นการล่าอาณานิคมด้วยเทคโนโลยี ผ่านบริการ OTT  ดังนั้นการกำกับ OTT วันนี้ไม่ใช่แค่ กสทช.หน่วยงานเดียว ยังต้องประสานกับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

“ในการแสดงวิสัยทัศน์ของ 5 กสทช.ไม่รู้พูดถึงเรื่อง OTT ไว้มากน้อยแค่ไหนอย่างไรบ้าง และแต่ละคนมองเห็นขนาดของปัญหาใหญ่เล็กแค่ไหน และมีทางแก้ไขอย่างไรบ้าง ซึ่งเคยมีคนเสนอแนวคิดเกี่ยวกับ OTT ในประเทศไทยไว้ 3 เรื่องก็คือ 1.ต้องรีบกำกับดูแลบริการ OTT อย่างเร่งด่วน เพราะถ้าไม่รีบกำกับ OTT เศรษฐกิจจะฟื้นตัวยาก เงินจะไหลออกต่างประเทศหมด ตามพฤติกรรมประชาชนที่ตอบรับวิถีดิจิทัลที่รวดเร็วจนคาดไม่ถึง 2.ประเทศไทยจะต้องมีแพลตฟอร์ม OTT เป็นของตนเอง เหมือนประเทศเพื่อนบ้านที่มี OTT อย่างประเทศสิงคโปร์ก็มีแกร็บ มาเลเซียก็มีไอฟลิกซ์ อินโดนีเซียก็มี Go-Jek ซึ่งนอกจากทำรายได้ให้ประเทศตนเองแล้วยังทำให้เงินไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ และ 3.ถ้ายังไม่มี OTT เป็นของเราเอง รัฐบาลก็ควรสนับสนุนและยกระดับการซื้อขายสินค้าตรงระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายโดยไม่ต้องผ่าน OTT ให้ขยายไปทั่วประเทศ เพราะจะทำให้เงินไม่รั่วไหลออกนอกประเทศ”

ภารกิจที่ 3 คือ การประมูลวงโคจรดาวเทียมกสทช.มีหน้าที่ต้องรักษาวงโคจรของประเทศ ซึ่งวงโคจรต้องมีดาวเทียมใช้งาน หากประเทศไทยถูก ITU ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้มีการใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมที่ได้รับจริงภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ หรือไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง (ไม่มีการใช้คลื่นความถี่บนดาวเทียมจริง) ย่อมมีโอกาสเกิดความเสี่ยงที่ประเทศไทยจะถูกยกเลิกสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมและคลื่นความถี่ที่ไม่มีการใช้งานจริงออกจากทะเบียนความถี่หลักระหว่างประเทศได้ (Master International Frequency Register) และส่งผลให้ประเทศไทยสิ้นสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมนั้น

“ไม่มีช่วงน้ำผึ้งพระจันทร์แล้วตอนนี้ ต้องรีบแก้ปัญหาแค่ 3 เรื่องถือเป็นการรับน้องใหม่ นอกจาก 3 เรื่องที่สำคัญข้างต้นแล้ว เรื่องทรูควบรวมกับดีแทค ที่รับไม้ต่อจาก กสทช.ชุดเดิม ก็มีกระบวนการค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้ว โดยดีล ทรู ดีแทค นี้ เป็นดีลที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ  โดยผู้ถือหุ้นทรูอนุมัติการควบรวมกิจการกับดีแทคเป็นเอกฉันท์ 99.37% ส่วนการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นดีแทคสัดส่วน 89% โหวตผ่านอนุมัติแผนควบรวมกับทรู”

นอกจากนี้ยังมีรัฐวิสาหกิจจากต่างประเทศมีความคาดหวังว่า หน่วยงานกำกับดูแลของไทย จะดำเนินการตามกรอบเวลา และ ตามกฎ ระเบียบที่กำหนดไว้ เท่าเทียมกับทุกรายเหมือนกับที่ได้ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ เพื่อให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีความพร้อมในการเดินหน้ารับเทคโนโลยีใหม่ ๆ

ส่วนในด้านของผู้บริโภค กสทช. ชุดเดิม ได้วางบรรทัดฐานไว้ดีแล้ว โดยประเทศไทยถูกควบคุมราคาโดยกสทช.ทำให้มีราคาค่าบริการต่ำเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก  กรณีนี้ กสทช.ชุดใหม่ เพียงดำเนินการรักษามาตรฐานเดิมให้ได้ก็จะไม่กระทบต่อผู้บริโภค

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันมากขึ้น ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยมีเพียงผู้นำตลาดเท่านั้นที่มีกำไรสูง และต้นทุนต่อลูกค้าต่ำ ในขณะที่ผู้ประกอบการที่เหลือยังอยู่ในภาวะยากต่อการทำกำไร ดังนั้นการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการทุกรายมีความแข็งแรงมากขึ้น น่าจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม  หากผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยทั้ง 3 ราย ได้แก่ เอไอเอส ทรูรวมกับดีแทค และบ.โทรคมคมแห่งชาติ (NT) มีความแข็งแกร่งมากขึ้น จะทำให้เกิดการแข่งขัน และสามารถเข้าสู่อุตสาหกรรมโทรคมนาคมใหม่ได้อย่างทัดเทียมโดยที่ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งคือ กสทช.ชุดใหม่จะต้องเล่นบทบาทเป็นผู้สนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการแข่งขันกับต่างประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News