ปตท.สผ.โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไร232ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจ่ายเงินปันผล0.75บาทต่อหุ้น

ปตท.สผ.โชว์ผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไร232ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมจ่ายเงินปันผล0.75บาทต่อหุ้น

 

 

·       บริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้กว่า 20% เมื่อเทียบกับปี 2558

·       ปริมาณการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 325,257 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันตามแผนงาน

·       สถานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง ด้วยเงินสดในมือกว่า 3,200 ล้านดอลลาร์ สรอ.

·       ขยายการลงทุนเข้าสู่โครงการสำรวจที่มีศักยภาพสูงในประเทศมาเลเซีย

 

 นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปี 2559 ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิ 232 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยประกาศจ่ายเงินปันผลสำหรับครึ่งปีแรกที่อัตราหุ้นละ 0.75 บาท และยังพร้อมเพิ่มการลงทุนหากเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ดังเช่น การขยายการลงทุนเข้าสู่โครงการสำรวจที่มีศักยภาพสูงในประเทศมาเลเซียเมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปตท.สผ. ได้เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ โดยรักษาระดับการผลิตและการลดต้นทุนผ่านโครงการ SAVE to be SAFE อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทมีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 1,038 ล้านดอลลาร์ สรอ. และยังคงมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งโดยมีเงินสดในมือกว่า 3,200 ล้านดอลลาร์ สรอ.

 

สำหรับผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2559 บริษัทมีรายได้รวม 2,203 ล้านดอลลาร์ สรอ. ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงถึงร้อยละ 27 ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ในขณะที่มีปริมาณการขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 325,257 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน สูงขึ้นร้อยละ 3 จากปี 2558 นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วย (Unit Cost) มาอยู่ที่ 29.42 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือลดลงกว่า 20% เมื่อเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยของปี 2558 จากการลดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน อาทิเช่น ลดจำนวนวันและค่าใช้จ่ายในการเจาะหลุม เจรจาเพื่อลดต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้าง เป็นต้น เป็นผลให้บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Recurring Net Profit) อยู่ที่ 270 ล้านดอลลาร์ สรอ. ในขณะที่มีขาดทุนจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ (Non-recurring Items) จำนวนรวมทั้งสิ้น 38 ล้านดอลลาร์ สรอ. ซึ่งประกอบด้วยผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Oil Price Hedging) จำนวน 126 ล้านดอลลาร์ สรอ. โดยส่วนใหญ่เป็นการรับรู้ขาดทุนจากการประเมินมูลค่าสัญญาฯ คงเหลือของครึ่งปีหลัง ซึ่งไม่กระทบต่อกระแสเงินสดของบริษัท (การรับรู้กำไรหรือขาดทุนที่จะเกิดขึ้นจริงของสัญญาฯ ดังกล่าวจะเป็นไปตามราคาน้ำมัน ณ วันที่สัญญาครบกำหนดในไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2559) ในขณะที่บริษัทมีค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลงเนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจาก 36.09 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. เป็น 35.18 บาทต่อดอลลาร์ สรอ. ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2559

 

ทั้งนี้ จากการพิจารณาผลประกอบการและสถานะทางการเงินดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2559 ได้อนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทงวด 6 เดือนแรกปี 2559 ในอัตราหุ้นละ 0.75 บาท ซึ่งการพิจารณาจ่ายเงินปันผลสอดคล้องกับนโยบายการให้ผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้น โดยบริษัทกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นเพื่อสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 11 สิงหาคม 2559 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 25 สิงหาคม 2559

นายสมพรกล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ ปตท.สผ. ในการปรับตัวเพื่อรองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานเพื่อให้สามารถแข่งขันได้ รวมถึงการขยายการลงทุนในพื้นที่ที่มีความชำนาญและมีศักยภาพทางปิโตรเลียมสูงอย่างแปลงสำรวจ SK410B ประเทศมาเลเซีย ตามกลยุทธ์ RESET REFOCUS RENEW  ที่วางไว้ ซึ่ง ปตท.สผ. เชื่อมั่นว่าแนวทางดังกล่าวจะทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการองค์กรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันและสถานการณ์โลกที่ผันผวนในปัจจุบัน”

Leave a Reply

Your email address will not be published.