mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตลาดรับสร้างบ้านแตะ12,500ล้านบาท

ธุรกิจรับสร้างบ้านยังเติบโตต่อเนื่อง มูลค่าตลาดรวมปีนี้แตะ 12,500 ล้านบาท เผยบ้านระดับกลางบนยังคงหนุนตลาดเติบโต ขณะที่สัดส่วนของบ้านในต่างจังหวัดขยายตัวเพิ่ม มั่นใจปีหน้ายังเติบโตได้ 5 - 7% คาด รัฐบาลเตรียมกระตุ้นภาคที่อยู่อาศัย ขณะที่แบงก์พร้อมให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ พร้อมเร่งเดินแผนพัฒนาสมาคมฯด้านอื่นๆ เต็มรูปแบบ

นางศิริพร สิงหรัญ  นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน  เปิดเผยว่า  ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านปี 2562 มีมูลค่าตลาดรวมราว 12,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 5 % เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มีมูลค่าตลาดรวม 12,000  ล้านบาท  โดยภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ ส่งผลกระทบกับตลาดรับสร้างบ้านพอสมควร โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีระยะเวลาการตัดสินใจในการเลือกสร้างบ้านที่นานขึ้น แต่เมื่อมีการกระตุ้นทำโปรโมชัน หรือการจัดงานแสดงสินค้า รับสร้างบ้าน 2019 ก็สามารถกระตุ้นภาพรวมตลาดช่วงปลายปีได้ค่อนข้างดีเช่นกัน ประกอบกับตลาดในต่างจังหวัดมีการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นทำให้ตัวเลขภาพรวมยังคงมีการขยายตัวได้

ภาพรวมปีนี้สมาคมฯ ถือว่าพอใจกับการขยายตัว โดยเหตุผลสำคัญที่ทำให้ตลาดในปีนี้ยังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น น่าจะมาจากเหตุผล 2 ประการคือ ประการแรกบ้านระดับกลางบนในปีนี้มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น จาก การสำรวจยอดขายภายในงาน รับสร้างบ้านและวัสดุ 2019 พบว่า บ้านระดับราคา 5.01 – 10 ล้านบาท ยังคงมีสัดส่วนสูงสุดคือ 28.71% รองลงมาคือบ้านระดับราคา 20.01 ล้านบาทขึ้นไป 23.98% และบ้านระดับราคา     10.01 – 20 ล้านบาท ที่ 23.88% ประการที่สอง กำลังซื้อในพื้นที่ต่างจังหวัดขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเมื่อปี 2560 สัดส่วนของการปลูกสร้างบ้านในกรุงเทพและปริมณฑล และต่างจังหวัดจะอยู่ที่ 90:10 % ปี 2561 สัดส่วนปรับเป็น 80:20% ขณะที่ในปีนี้ สัดส่วนในต่างจังหวัดยังคงมีปริมาณมากขึ้นมาอยู่ที่ 75:25% การที่ตลาดในต่างจังหวัดขยายตัวเพิ่มขึ้นมีเหตุผลมาจาก บริษัทรับสร้างบ้านหลายบริษัทขยายการทำธุรกิจไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีศักยภาพมากขึ้น ประกอบกับกลุ่มผู้บริโภคในต่างจังหวัดเริ่มมีความเชื่อมั่นและหันมาใช้บริการบริษัทรับสร้างบ้านแทนกลุ่มผู้รับเหมาเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน รวมถึงในส่วนของกฎหมายภาษีที่ดินที่เจ้าของที่ดินต้องมีการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ทำให้ในปีนี้มีลูกค้าที่มีที่ดินในต่างจังหวัดหันมาปลูกสร้างบ้านเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน

 “ปีหน้าเราตั้งเป้าภาพรวมตลาดน่าจะเติบโตได้อีก 5-7% คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมประมาณ 13,000 – 13,500 ล้านบาท โดยบ้านระดับกลางบนน่าจะยังเป็นตัวนำตลาดเช่นเดิม ขณะที่ตลาดในต่างจังหวัดคิดว่าจะยังมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องและหลายๆ บริษัทจะมีการขยับออกไปทำตลาดในต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น” นางศิริพร กล่าว

นางศิริพร กล่าวต่อไปว่า ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมคาดว่ารัฐบาลน่าจะมีมาตรการมากระตุ้นตลาดทางด้านที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่ธนาคารของรัฐเองคาดว่าน่าจะมีสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำออกมาให้ผู้บริโภคได้มากขึ้นตามนโยบายที่ผลักดันมาจากภาครัฐเพิ่มมากขึ้น โดยในปี 2563 นอกจากเป้าหมายในเรื่องของการเติบโตทางด้านมูลค่ารวมของธุรกิจแล้ว สมาคมฯ ยังตั้งเป้าหมายที่จะพัฒนาในอีกหลายๆ ด้าน อาทิ ด้านการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานและองค์กรจากต่างประเทศ เพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนความรู้ และการทำการตลาดร่วมกัน โดยล่าสุดได้มีการเซ็น MOU ร่วมกับ Japan Traditional Wooden Home Association หรือ JTA ซึ่งเป็นสมาคมของบริษัทรับสร้างบ้านประเภทไม้ จากประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งคาดว่าในอนาคตจะสามารถมีการพัฒนาไปสู่ความร่วมมือในด้านอื่น ๆ ต่อไป

นอกจากการเซ็น MOU กับทางญี่ปุ่นแล้ว สมาคมฯ ยังเน้นในด้านการพัฒนาและเพิ่มจำนวนสมาชิกของ สมาคมฯ ให้เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว การให้ความสำคัญด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อยกระดับมาตรฐานของการสร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับ การส่งเสริมศักยภาพการแข่งขันผ่านการจัดงานแสดงสินค้า และการให้ความสำคัญกับเรื่องของการก่อสร้างที่ใส่ใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อม  เป็นต้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News