+เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือด้านวิชาการ วิจัย และความมั่นคงของชาติ
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เดินหน้าขยายเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานภาครัฐ โดยได้จัดพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding : MOU) ระหว่าง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กับ กองทัพอากาศ เพื่อส่งเสริมการบูรณาการองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศาสตร์ด้านการบริหารสมัยใหม่ ตลอดจนการร่วมกันพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ในการนี้ พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นผู้แทนมหาวิทยาลัยลงนามในบันทึกความร่วมมือดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายกองทัพอากาศมี พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นลงนามในนามกองทัพอากาศ ณ ห้องรับรองบริพัตร บก.ทอ. มีนายทหารผู้บังคับบัญชาเข้าร่วมในพิธีจำนวนมาก
สำหรับผู้บริหารมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ร่วมเป็นในการลงนาม ประกอบด้วย พระปัญญาวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พระมหาสมชาย กิตฺติปญฺโญ หัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ คณะมนุษยศาสตร์ และรองศาสตราจารย์ ดร.เกียรติศักดิ์ สุขเหลือง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
บันทึกความร่วมมือทางวิชาการฉบับนี้กำหนดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ลงนาม โดยมีกรอบความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ 1.การส่งเสริมกิจกรรมด้านความมั่นคง เพื่อร่วมกันสนับสนุนและเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์
2.พัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษา การวิจัย และนวัตกรรม ตลอดจนการถ่ายทอดองค์ความรู้ การจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ และการพัฒนาองค์ความรู้ด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และการบริหารกองทัพอากาศ
3.สนับสนุนการแลกเปลี่ยนบุคลากร ทรัพยากร เครื่องมือ ระบบสารสนเทศ และสื่อทางวิชาการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานร่วมกันของทั้งสองหน่วยงาน
พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยกับกองทัพอากาศในครั้งนี้ เป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการองค์ความรู้ทางพระพุทธศาสนาเข้ากับศาสตร์สมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมและประเทศชาติ ทั้งในมิติของการพัฒนาทางวิชาการ การวิจัย และการเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นรากฐานสำคัญในการผลิตองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม พร้อมทั้งพัฒนาบุคลากรที่มีทั้งความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม อันเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
การลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในการขยายเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยกระดับการศึกษา การวิจัย และการบริการวิชาการสู่สังคม อันจะนำไปสู่การสร้างประโยชน์ร่วมกันและการพัฒนาประเทศตามพันธกิจของมหาวิทยาลัยต่อไป
นอกจากนั้น พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผบ.ทอ.ยังยังนามความร่วมมือกับอีกสองมหาวิทยาลัยคือ มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา โดยผศ.พล.ต.ท.ดร.สันฐาน ชยนนท์ คณบดีวิทยาลัยการเมืองการปกครองและมหาวิทยาลัยนอร์ทกรุงเทพ โดยรศ.ดร.ปัทมา รูปสุวรรณกุล รองอธิการบดีอาวุโส เพื่อร่วมมือกันทางด้านวิชาการอีกด้วย พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้าย