mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กูรูทิสโก้แนะจับตาการประชุม OPEC ต้นเดือน ธ.ค. เสี่ยงเจรจาลดกำลังการผลิตไม่สำเร็จ

กูรูทิสโก้แนะจับตาการประชุม OPEC 5 ธ.ค. นี้ ชี้เสี่ยงเจรจาลดกำลังการผลิตพยุงราคาไม่สำเร็จ หลังประเทศสมาชิกส่อแววขัดแย้งสูง - เศรษฐกิจภายในย่ำแย่ แถมความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกลด เพราะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr.Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU) เปิดเผยว่า การค้นพบการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่า 1 เท่าตัวในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา และทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก แซงหน้าซาอุดิอาระเบีย และรัสเซียไปในปีที่แล้ว ซึ่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Shale Oil จากสหรัฐฯ ส่งผลกดดันให้กลุ่มประเทศโอเปก (OPEC) ร่วมกับผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อื่นๆ เช่น รัสเซีย และเม็กซิโก ซึ่งรวมตัวกันในนามโอเปคพลัส (OPEC+) ต้องตัดสินใจร่วมกันลดปริมาณการผลิตน้ำมันดิบรวม 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอุปทานล้นตลาด และประคองราคาน้ำมัน (WTI) ให้กลับมายืนเหนือระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลได้ในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ OPEC จะประสบความสำเร็จในการประคองราคาน้ำมันในช่วงปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตของ Shale Oil ในสหรัฐฯ ก็ยังไม่มีท่าทีจะหยุดลง โดยปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 12.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ณ ต้นเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และ OPEC ยังคาดว่าการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องอีก 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2563 ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศผู้ผลิตน้ำมันขนาดใหญ่นอกกลุ่ม OPEC ยังมีแผนเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันจากแหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ที่เพิ่งค้นพบ เช่น แหล่ง Buzios และแหล่ง Lula ในบราซิล และแหล่ง Johan Sverdrup ในนอร์เวย์ ซึ่งทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันของทั้งสองประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกรวม 5 แสนบาร์เรลต่อวัน และเมื่อรวมกับการเติบโตของสหรัฐฯ และประเทศอื่นๆ ทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของโลกคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 2.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2563

“ขณะที่อุปสงค์กลับชะลอตัวลงตามแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากสงครามการค้าที่กดดันภาคการผลิตให้หดตัวทั่วโลก โดยคาดการณ์ของ OPEC ชี้ว่าความต้องการน้ำมันดิบของโลกจะเติบโตเพียง 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2563 ปริมาณการผลิตที่เติบโตเร็วกว่าความต้องการใช้น้ำมันดิบถึงหนึ่งเท่าตัว นั้นทำให้กลุ่ม OPEC ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะต้องลดปริมาณการผลิตลงเพิ่มอีก เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะอุปทานล้นตลาดในปีหน้า” นายคมศรกล่าว

แต่ความขัดแย้งภายในกลุ่ม OPEC ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นอาจเป็นอุปสรรคต่อการบรรลุข้อตกลงลดปริมาณการผลิต โดยสมาชิกที่มีอิทธิพลมากที่สุดอย่างซาอุดิอาระเบีย ต้องการลดการผลิตลงอีกเพื่อพยุงราคาน้ำมันให้สูง และดันราคาหุ้นบริษัทน้ำมันแห่งชาติ Saudi Aramco ซึ่งจะขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในช่วงปลายปีนี้ ในขณะที่ประเทศสมาชิกอื่นๆ ซึ่งประสบปัญหาฐานะการคลังย่ำแย่ เนื่องจากรายได้จากการขายน้ำมันลดลง บางส่วนไม่เห็นด้วยที่จะลดปริมาณการผลิตลงมากกว่านี้ โดยตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดได้แก่ประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งเตรียมประกาศถอนตัวจากการเป็นสมาชิก OPEC ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2563 นี้ เนื่องจากต้องการที่จะเพิ่มการผลิตน้ำมันเพื่อหารายได้เข้าประเทศ

ดังนั้น ท่ามกลางความขัดแย้งในกลุ่ม OPEC ที่เริ่มมีสัญญาณรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ประกอบฐานะการเงินที่ย่ำแย่ของประเทศสมาชิก ทำให้การประชุม OPEC ครั้งถัดไปในวันที่ 5 ธ.ค. 2562 นั้นมีความเสี่ยงสูงที่สมาชิกจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงลดปริมาณการผลิตได้สำเร็จ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ตลาดน้ำมันโลกก็จะเข้าสู่ภาวะอุปทานล้นตลาด (Oversupplied) ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันดิบ WTI อาจกลับไปเคลื่อนไหวต่ำกว่า 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลอีกครั้งในปี 2563

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News