mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ที่ 2.0%

+แม้สถานการณ์อิหร่านปะทุแต่ยังอยู่ในแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้ มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังชะลอลง

+ขณะที่ประเด็นเชิงโครงสร้างยังเป็นโจทย์สำคัญ และมาตรการปรับภาษีสรรพสามิตคาดหนุนการผลิตรถยนต์ในปีหน้า

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 2.0% โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะชะลอลงจากครึ่งปีแรก โดยมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยพยุงการบริโภคในไตรมาส 3/2569 ได้บางส่วน ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนของมาตรการการค้าสหรัฐฯ และภาวะเอลนีโญ่ ซึ่งอาจกดดันให้เงินเฟ้อเร่งขึ้นในไตรมาส 4/2569 โดยคาดเงินเฟ้อเฉลี่ยปี 2569 ที่ 1.8% ขณะที่ กนง.มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.0% ต่อเนื่อง

ดร. ลลิตา เธียรประสิทธิ์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน 2569 และส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรลอีกครั้ง แต่คาดว่าแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยมองว่าสถานการณ์ได้ผ่านช่วงที่กดดันมากที่สุดไปแล้วในไตรมาส 2/2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจึงยังคงประมาณการอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยไว้ที่ 2.0% โดยเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงจากแรงส่งของการส่งออกที่แผ่วลงหลังเร่งตัวสูงในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่การบริโภคยังฟื้นตัวอย่างเปราะบางภายใต้กำลังซื้อที่อ่อนแรง แม้ในไตรมาส 3/2569 จะได้รับแรงหนุนจากมาตรการภาครัฐ ด้านการลงทุนภาคเอกชนคาดว่า ยังขยายตัวในระดับสูงจาก FDI อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าทุนที่เพิ่มขึ้นจะจำกัดผลบวกต่อ GDP และกดดันดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดให้อ่อนแอลง ด้านความเสี่ยง ยังคงเป็นสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งอาจส่งผลให้ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ความเสี่ยงจากเอลนีโญ่และมาตรการการค้าของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะข้างหน้า

ดร.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 1.00% จนถึงสิ้นปี 2569 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนในตลาดตราสารหนี้อาจปรับสูงขึ้นตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ขณะที่เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในระยะนี้ เป็นเพราะปัจจัยจากฝั่งเงินดอลลาร์ฯ ทำให้ในช่วงที่เหลือของปียังต้องติดตามสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยของเฟดและสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ ด้านแนวโน้มสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์จดทะเบียนในประเทศ แม้กิจกรรมทางเศรษฐกิจอาจชะลอลงในช่วงครึ่งปีหลัง แต่คาดว่าสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่จะประคองแรงส่งเหนือ 5.0% YoY ได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของสินเชื่อในภาพรวมปี 2569 ไว้ที่ 0.5% YoY เนื่องจากการฟื้นตัวของสินเชื่อยังไม่กระจายถึงเอสเอ็มอี เช่นเดียวกับสินเชื่อรายย่อยที่ยังอยู่ในกระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP (Debt Deleveraging) ด้านคุณภาพสินเชื่อ สัดส่วนเอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์มีโอกาสขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 2.76% ต่อสินเชื่อรวม ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 เข้าหากรอบคาดการณ์ที่ 2.80-3.00% ณ สิ้นปี 2569 แม้จะมีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุก แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจส่งผลให้สัดส่วนหนี้ที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้ไหลกลับมาเป็นเอ็นพีแอลในสัดส่วนที่สูงขึ้น

ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศมีแนวโน้มลดลง สวนทางกับการนำเข้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 72% ของมูลค่านำเข้ารถยนต์ทั้งหมดของไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 ทั้งนี้ ภาครัฐกำลังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้ง BEV และรถยนต์ไฮบริด โดยใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการปรับจากการนำเข้าสู่การผลิตที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ดี การกำหนดเกณฑ์มูลค่าเพิ่มของชิ้นส่วนในประเทศและการกำกับติดตามการดำเนินการตามเงื่อนไขอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของมาตรการในระยะยาว หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย คาดว่ามาตรการดังกล่าวจะมีส่วนช่วยหนุนให้ปริมาณการผลิตรถยนต์ของไทยพลิกกลับมาขยายตัวได้ในปี 2570 จากที่คาดว่าจะหดตัวประมาณ 1.8% ในปี 2569

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News