mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

องค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรมไทย-จีน ผนึกกำลังพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต มุ่งเพิ่มขีดแข่งขันอุตสาหกรรม

การสร้างสรรค์ “นวัตกรรม” ใหม่ ๆ ซึ่งช่วยตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค รวมถึงช่วยพัฒนาทั้งมิติของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ก้าวไปอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ เช่นเดียวกับ “เอสซีจี” ที่ทุ่มงบวิจัยและพัฒนานวัตกรรมไปกว่า 4,674 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา โดยเห็นว่าการสร้างความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยเสริมศักยภาพในการพัฒนานวัตกรรม ให้มีสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าทั่วภูมิภาคอาเซียนได้อย่างรวดเร็วและตรงจุดยิ่งขึ้น

การร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (China Academy of Sciences - CAS) สถาบันวิทยาศาสตร์ระดับสูงที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ อีกทั้งเป็นแหล่งกำเนิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของจีน ผ่านสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน หรือ CAS ICCB จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของเอสซีจี ที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร และการสร้างความร่วมมือด้านการลงทุนด้วย

จุดเริ่มต้นความร่วมมือเอสซีจี-สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน

นายรุ่งโรจน์ รังสิโอภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า เอสซีจี และ CAS เริ่มต้นร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผ่าน CAS ICCB มาตั้งแต่ปี 2561 ด้วยการศึกษาดูงานในสถาบันวิจัยและบริษัทด้านเทคโนโลยี และการสรรหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการในด้านต่าง ๆ มาทดลองเพื่อใช้ต่อยอดในอนาคต ดังนั้น เพื่อต่อยอดความร่วมมือให้เอสซีจีสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่แหล่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของโลกอย่างจีน ซึ่งจะช่วยยกระดับการสร้างสรรค์นวัตกรรมภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมทั้งไทยและจีน ตลอดจนคุณภาพชีวิตของคนในสังคมได้ดียิ่งขึ้น จึงเป็นที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้

“การร่วมมือกับสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีนครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตอบกลยุทธ์ที่จะนำเอสซีจีไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคอาเซียน เพราะสิ่งหนึ่งที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคได้ชัดเจน คือ รายได้จากสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม (High Value Added Products & Service - HVA) ของเอสซีจีในปีที่ผ่านมา มีมากถึง 184,965 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 39 ของยอดขายรวม ดังนั้น การที่สถาบันจากจีนซึ่งได้รับการยอมรับด้านงานวิจัยจากทั่วโลกแห่งนี้มาร่วมมือกับเอสซีจี จึงถือเป็นโอกาสดีที่จะได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมสินค้าและบริการ เพื่อสร้างประโยชน์ให้ทั้งสององค์กร และเป็นประโยชน์อย่างมากต่อลูกค้าทั้งภูมิภาครวมทั้งไทยด้วย”

ต่อยอดความเชี่ยวชาญจากบุคลากรและเทคโนโลยีชั้นนำของจีน

ดร.เจียง เปียว ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมและความร่วมมือ (กรุงเทพ) สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน กล่าวว่า CAS ICCB เป็นหนึ่งในสำนักงานต่างประเทศ 9 สาขาของ CAS ที่มีบทบาทสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือกับองค์กรชั้นนำต่าง ๆ ในแต่ละประเทศ เพื่อถ่ายทอดผลงานทางวิทยาศาสตร์ของ CAS ที่มีสถาบันวิจัยมากกว่า 100 แห่งในจีน นักวิจัยและทีมงานกว่า 70,000 คน เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ระดับเมธีวิจัยอาวุโสกว่า 800 คน และมหาวิทยาลัยในสังกัด 3 แห่ง จึงมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสานต่อการสร้างแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงเอสซีจีเข้าสู่แหล่งเทคโนโลยีและนวัตกรรมชั้นนำของโลก ทั้งจาก CAS และเครือข่ายอื่น ๆ ของเราในประเทศจีน

“ที่ผ่านมาเราสร้างความสัมพันธ์อย่างกว้างขวางกับองค์กรต่าง ๆ ในไทย ผ่านการร่วมกันวิจัยในระดับทวิภาคี การให้บริการโซลูชัน และการฝึกอบรมบุคลากร จึงเชื่อมั่นว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมของทั้งจีนและไทย จากการที่ CAS จะได้มีโอกาสทดลองตลาดนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ตามแนวทางโครงการเส้นทางสายไหม หรือ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน ขณะเดียวกัน ก็จะนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยเอสซีจีและไทย ทั้งด้านการฝึกอบรมบุคลากรและการทำงานวิจัยร่วมกัน ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เอสซีจีมีงานวิจัยใหม่ ๆ มากกว่าเดิม และมีผลงานนวัตกรรมใหม่ ๆ มากขึ้น”

5 แนวทางยกระดับการสร้างสรรค์นวัตกรรมภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

ความร่วมมือระหว่างเอสซีจี กับ CAS ICCB ดังกล่าวจะมุ่งเน้นใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต คือ 1.) เมืองอัจฉริยะ 2.) ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ 3.) เคมีภัณฑ์มูลค่าสูง 4.) ธุรกิจพลังงานใหม่ เช่น พลังงานหมุนเวียน หรือระบบกักเก็บพลังงาน และ 5.) สิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจสูง สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลายทั่วโลก และตอบโจทย์การพัฒนาศักยภาพการดำเนินธุรกิจของเอสซีจีได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยประกอบด้วย 5 แนวทางในการสร้างความร่วมมือ ได้แก่

1.) การจัดตั้งศูนย์ความร่วมมือ “SCG-CAS ICCB Innovation Hub” โดยพัฒนา Open Innovation Center ของเอสซีจีบางส่วน ณ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นแหล่งในการสร้างความร่วมมือกับภายนอก ให้เป็นพื้นที่สำหรับการจัดแสดงผลงานนวัตกรรม การจัดประชุมสัมมนาทางวิชาการ พื้นที่ห้องทดลองเพื่อทำวิจัยและพัฒนา และพื้นที่สำนักงาน ทั้งสำหรับการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันระหว่างเอสซีจีกับ CAS และสำหรับนักวิจัยจาก CAS นอกจากนี้ ยังเปิดกว้างสำหรับการบ่มเพาะธุรกิจและการทดลองเชิงพาณิชย์ เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพจากจีนที่มีศักยภาพและสนใจมาทำธุรกิจในอาเซียนร่วมกับเอสซีจี ทั้งในรูปแบบของการให้คำปรึกษา การทำโครงการร่วมกัน หรือการทดลองใช้นวัตกรรมเพื่อขยายตลาด

2.) การนำเทคโนโลยีที่พัฒนาแล้วเบื้องต้นมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับไทย ผ่านการถ่ายทอดและอนุญาตให้ใช้สิทธิในเทคโนโลยี ทั้งในรูปแบบของการนำเทคโนโลยีที่ CAS หรือเครือข่ายสตาร์ทอัพของ CAS มีอยู่มาประยุกต์ใช้ในด้านอื่นหรือพัฒนาเป็นโซลูชันใหม่ของเอสซีจี และการขออนุญาตใช้สิทธิในเทคโนโลยีหรือทรัพย์สินทางปัญญาของ CAS ที่มีความจำเพาะเพื่อนำมาพัฒนานวัตกรรมต่อไป เช่น การนำเทคโนโลยี sensor / IoT ของ CAS มาสร้างเป็นโซลูชันต่าง ๆ ของเอสซีจี เช่น Smart building หรือ Plant reliability monitoring เป็นต้น

3.) การร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรม เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่มธุรกิจของเอสซีจี โดยนักวิจัยจากแต่ละกลุ่มธุรกิจของเอสซีจี กับ CAS

4.) การเป็นแหล่งบ่มเพาะเพื่อพัฒนาบุคลากรของไทยและจีน ผ่านการอบรมเฉพาะทาง การศึกษาขั้นสูง หรือการเรียนในหลักสูตรระยะสั้น ทั้งในรูปแบบของการแบ่งปันความรู้ในหัวข้อเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมด้านต่าง ๆ และการจัดเวิร์คช็อปในเรื่องที่น่าสนใจ โดยผู้เชี่ยวชาญจากเอสซีจี หรือ CAS หรือเครือข่ายความร่วมมืออื่น ๆ

5.) การสร้างความร่วมมือด้านการลงทุน เพื่อแสวงหาโอกาสในการลงทุนในกองทุนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์สูงในจีน หรือศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมกันในภูมิภาคอาเซียน

นำร่องเทคโนโลยีแห่งอนาคตตอบโจทย์ความต้องการประเทศ

สำหรับโครงการที่จะเห็นผลเร็วที่สุดจากความร่วมมือครั้งนี้ คือ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ โดยนำร่องด้วยการพัฒนาอาคารอัจฉริยะ ซึ่งจะช่วยตอบสนองทั้งเรื่องความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการประหยัดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่การก่อสร้างตลอดจนการอยู่อาศัยในอาคาร ต่อมา คือ การพัฒนาเคมีภัณฑ์มูลค่าสูง สุดท้าย คือ การจัดการพลังงาน ที่มีความต้องการพลังงานสะอาดทั้งในไทยและอาเซียน นอกจากนี้ เรื่องอุตสาหกรรม 4.0 ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งเอสซีจีมีศักยภาพและความรู้ด้านนี้ค่อนข้างมาก จึงเป็นเรื่องที่ CAS มองว่าจะสามารถขยายความร่วมมือให้กว้างขึ้นได้

            “เอสซีจีหวังว่าด้วยศักยภาพของทั้งสององค์กรจะสามารถช่วยขยายขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยี นวัตกรรมของเราให้ไกลขึ้น รวมทั้งขยายขอบเขตอีโคซิสเท็มในเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยี รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาให้กว้างขึ้น ท้ายที่สุด คือ การตอบโจทย์ของลูกค้าในตลาดทั้งไทยและอาเซียนให้ดีขึ้น ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นประโยชน์กับประเทศชาติต่อไป” นายรุ่งโรจน์กล่าวสรุป

            ทั้งหมดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือสำคัญของภาคเอกชนไทยและสถาบันด้านการวิจัยชั้นนำของจีน ที่จะช่วยให้เกิดการถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การต่อยอดการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ ให้ตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าเดิม ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างโอกาสทางธุรกิจต่าง ๆ ระหว่างไทยและจีนอย่างแท้จริง

ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ของเอสซีจีได้ที่ http://scgnewschannel.com / Facebook: scgnewschannel / Twitter: @scgnewschannel หรือ Line@: @scgnewschannel

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News