mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ASEAN Summit : ขยายมิติเชิงรุกด้านค้า-ลงทุน นำพาอาเซียนฝ่ามรสุมสงครามการค้า

ฝ่ายวิจัยธุรกิจ

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

การประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 35 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-4 พฤศจิกายน 2562 นับเป็นภารกิจปิดท้ายการเป็นประธานและเจ้าภาพการประชุมอาเซียนของไทยตลอดทั้งปี 2562  ซึ่งกว่า 50 ปีที่ผ่านมาของอาเซียน กลไกความร่วมมือต่างๆ ภายใต้อาเซียนมีส่วนช่วยผลักดันเศรษฐกิจของประเทศสมาชิกผ่านโอกาสทางการค้าและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและเอาชนะคำท้าทายของแนวคิดที่ว่าการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของประเทศที่มีการผลิตสินค้าคล้ายกันไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่อย่างใด โดยประเทศไทยเองก็ได้รับประโยชน์ในหลายมิติจากการเป็นสมาชิกอาเซียน

มิติด้านการค้า อาเซียนถือเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการค้าระหว่างกันกว่า 113,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของไทย เช่นเดียวกับมิติด้านการลงทุน อาเซียนถือเป็นเป้าหมายการลงทุนในต่างประเทศที่สำคัญของนักลงทุนไทย โดยยอดคงค้างเงินลงทุนโดยตรงของไทยในอาเซียนอยู่ที่ราว 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 30 ของยอดคงค้างเงินลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศทั้งหมด ขณะที่มิติด้านการท่องเที่ยว อาเซียนเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญของไทย ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากอาเซียนเดินทางมาไทยคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 25 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

ทั้งนี้ ประเด็นความร่วมมือและการเจรจาในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ที่มีความสำคัญและคาดว่าจะส่งผลต่อการค้า การลงทุนของไทย มีดังนี้

ASEAN Summit กับความสำเร็จในการเป็นกลไกสนับสนุนการค้า

การประชุมสุดยอดอาเซียนในครั้งนี้มีความร่วมมือด้านการค้าที่คาดว่าจะสามารถประกาศเป็นความสำเร็จของไทยในฐานะการเป็นประธานและเจ้าภาพอาเซียน คือ ข้อตกลงยอมรับร่วมผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์และชิ้นส่วนอาเซียน (ASEAN Mutual Recognition Arrangements Pact on Automobiles and Parts) เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับชิ้นส่วนยานยนต์บางรายการ อาทิ ระบบเบรก เข็มขัดนิรภัย ที่นั่ง ยางรถยนต์ ระบบควบคุมรถยนต์ มาตรวัด และกระจกนิรภัย ทั้งนี้ การที่แต่ละประเทศต่างกำหนดมาตรฐานสินค้าของตนเอง ทำให้ต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าซ้ำเมื่อสินค้าส่งออกไปยังประเทศปลายทาง ถือเป็นต้นทุนที่ไม่จำเป็นของผู้ประกอบการทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่เชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่การผลิตเดียวกัน เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน โดยปัจจุบันไทยส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนไปอาเซียนถึงราว 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนเกือบร้อยละ 30 ของมูลค่าส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนทั้งหมดของไทย จึงคาดว่าข้อตกลงยอมรับร่วมฯ ดังกล่าวจะมีส่วนสนับสนุนการส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย ดังนี้

    ช่วยลดการสูญเสียเวลาที่ไม่จำเป็นระหว่างการผลิตและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากความเชื่อมโยงของห่วงโซ่การผลิตยานยนต์อาเซียนที่ทำได้สะดวกยิ่งขึ้น ทำให้การส่งออกและนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จะใกล้เคียงกับการซื้อขายภายในประเทศมากขึ้น

    เป็นต้นแบบในการขจัดอุปสรรคทางการค้าในอนาคต อาทิ กรณีเวียดนามบังคับใช้ระเบียบนำเข้ารถยนต์ Decree 116 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 ส่งผลให้รถยนต์ของไทยที่ส่งออกไปเวียดนามถูกตรวจสอบซ้ำจนทำให้ยอดส่งออกรถยนต์ของไทยไปเวียดนามลดลงในช่วงดังกล่าว ทั้งนี้ แม้ข้อตกลงยอมรับร่วมฯ ดังกล่าวใช้เป็นมาตรฐานเฉพาะกับชิ้นส่วนยานยนต์ และอาจจะยังไม่ได้ช่วยแก้ปัญหากรณี Decree 116 ของเวียดนามได้โดยตรง แต่ก็ถือเป็นแนวทางที่สามารถนำไปใช้ในอนาคตสำหรับการกำหนดมาตรฐานรถยนต์ร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน นอกจากนี้ ยังนำไปเป็นแบบอย่างในการจัดทำข้อตกลงร่วมมาตรฐานในสินค้าอื่น ซึ่งต้องเข้มงวดด้านการตรวจสอบมาตรฐาน ในอนาคต อาทิ กลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น

ASEAN Summit กับการเป็นเวทีเจรจาต่อรองที่ต้องจับตา

การประชุม ASEAN Summit ครั้งที่ 35 ไม่เพียงเป็นการเสริมสร้างความร่วมมือกันระหว่างประเทศสมาชิก แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนกับประเทศหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของอาเซียน อย่างจีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย เป็นต้น ผ่านการประชุมย่อยหลายประชุม นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีการเจรจาเพื่อแก้ปัญหาการค้าระหว่างกัน โดยไฮไลต์การประชุมที่สำคัญ ได้แก่

    การประชุมสุดยอดอาเซียน-จีน ครั้งที่ 22 คาดว่าจะมีการหารือการเชื่อมโยงโครงการภายใต้ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน ซึ่งมีอาเซียนเป็น 1 ในเส้นทางหลักของ BRI ให้สอดรับกันกับ Master Plan on ASEAN Connectivity (MPAC) ซึ่งเป็นแผนแม่บทการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของอาเซียน ซึ่งต้องติดตามท่าทีของจีนว่าจะใช้ BRI ในการรุกอาเซียนเพิ่มขึ้นหรือไม่ เนื่องจากจีนเองกำลังเผชิญความผันผวนจากสงครามการค้า ดังนั้น การเชื่อมความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนในอาเซียนเพิ่มขึ้นอาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาผลกระทบจากสงครามการค้า

    การประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐฯ ครั้งที่ 7 การที่ความสัมพันธ์ของจีนกับอาเซียนถือได้ว่าอยู่ในระดับค่อนข้างดี ส่งผลให้สหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับการใช้เวทีการประชุม ASEAN Summit ในการผูกสัมพันธ์กับอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเพื่อถ่วงดุลอำนาจของจีนในภูมิภาคอาเซียน โดยประเด็นส่วนหนึ่งในการประชุมจะเป็นการหารือเกี่ยวกับความร่วมมือการค้าออนไลน์ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลืออาเซียนในเรื่องของการเชื่อมโยงระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ซึ่งก็จะมีส่วนช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้าระหว่างกันมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่าประเทศไทยอาจจะใช้โอกาสนี้เปิดการเจรจานอกรอบกับสหรัฐฯ ในประเด็นที่สหรัฐฯ ระงับการให้สิทธิ์ GSP กับสินค้าไทย 573 รายการ เพื่อหาทางออกร่วมกัน

    การประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ครั้งที่ 3 (3rd RCEP Summit) ซึ่งเป็นเวทีที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนมีความพยายามที่จะเร่งประสานการเจรจาเพื่อให้ได้ข้อสรุป อย่างไรก็ตาม คาดว่าการเจรจาจะยังไม่สามารถจบได้ภายในปีนี้ เนื่องจากยังมีสมาชิกบางประเทศที่กังวลต่อการเปิดเสรีสินค้าในหมวดที่มีความอ่อนไหว โดยปัจจุบันการเจรจาในกรอบการเข้าสู่ตลาด (Market Access) สามารถหาข้อสรุปได้แล้วราวร้อยละ 80 ของรายการสินค้าและบริการ

บทสรุปของการประชุม ASEAN Summit ครั้งที่ 35 ทำให้มองเห็นถึงทิศทางการค้าระหว่างประเทศที่สำคัญ ดังนี้

ประการแรก อาเซียนจะยังคงเป็นตลาดส่งออกสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยยังต้องดูแลรักษา นอกเหนือจากการที่ RCEP ยังอาจต้องใช้เวลาในการตกลงร่วมกัน ทำให้ความหวังที่จะได้ประโยชน์จากตลาดการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลกของ RCEP ต้องทอดเวลาออกไป ขณะที่กลไกการพัฒนาของอาเซียนที่รุกคืบไปมากยังเอื้อให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากความร่วมมือในอาเซียนเป็นตัวช่วยรุกตลาด ดังเช่นกรณีข้อตกลงยอมรับร่วมมาตรฐานสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าระหว่างกันมากขึ้น หรือการใช้ความชำนาญด้าน Social Marketing ของผู้ประกอบการ รวมถึงความได้เปรียบด้านที่ตั้งในการรุกตลาด Social Commerce ของอาเซียนที่เติบโตกว่าร้อยละ 30 ในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการรุกตลาด CLMV ที่ยังมีความต้องการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งหลายประเทศยังจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าเป็นหลัก

ประการที่สอง  การวางตัวของอาเซียนที่ค่อนข้างเป็นกลางระหว่างประเทศมหาอำนาจต่างๆ เอื้อให้อาเซียนจะยังคงเป็นแหล่งลงทุนที่สำคัญของโลก โดยเฉพาะท่ามกลางสงครามการค้า ซึ่งการที่อาเซียนไม่ได้ฝักไฝ่ฝ่ายใดเป็นพิเศษ ทำให้อาเซียนเป็นตัวเลือกลงทุนที่ปลอดภัยสำหรับผู้ผลิตสินค้าที่ต้องการหลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้า การที่ไทยเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียนที่นักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาลงทุน โดยเฉพาะใน EEC หรือในธุรกิจ S-Curve ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเป็นพิเศษ นับเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โดยผู้ประกอบการที่จะได้รับประโยชน์ไม่ใช่เพียงผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ต้องการลงทุนใหม่ แต่หมายรวมถึงผู้ประกอบการที่พร้อมจะช่วยตอบโจทย์นักลงทุนต่างชาติได้ดีกว่าตัวเลือกอื่นในอาเซียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News