สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

รวมพลังจิตอาสา สืบสาน รักษา ต่อยอด“ศาสตร์พระราชา”นำคุณภาพชีวิตที่ดีและความสุขที่ยั่งยืนสู่คนไทย

 “ทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ มีจุดเริ่มต้นมาจากการที่พระองค์อยากเห็นปวงชนชาวไทยอยู่ดีกินดีและดำรงชีวิตอย่างพอเพียงเหมือนอย่างที่เคยเป็นมา พระองค์ท่านจึงได้มีพระราชดำรัสให้ก่อตั้งศูนย์ฝึกศาสตร์พระราชา ในกรุงเทพฯ ให้เหล่าจิตอาสาและประชาชนคนที่สนใจได้เข้ามาศึกษา ลงมือปฏิบัติจริงจนเข้าใจถึงแก่นแท้ และมีส่วนร่วมในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา อันเป็นแนวทางที่จะนำมาซึ่งประโยชน์สุขและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีแก่คนไทยอย่างยั่งยืนมั่นคงสืบไป”

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลกและที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ หรือที่รู้จักกันในนาม “อาจารย์ยักษ์” กล่าวถึงที่มาของการก่อตั้ง ศูนย์ฝึกศาสตร์พระราชา ภายในบริเวณพื้นที่ของกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ถนนพหลโยธิน เขตบางเขน ที่กลุ่มจิตอาสาและเหล่าทหารร่วมแรงร่วมใจปรับปรุงพื้นที่ขนาด 21 ไร่ ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้กลางกรุงสำหรับฝึกอบรมหลักสูตรจิตอาสาพัฒนาหลักกสิกรรมธรรมชาติตามศาสตร์พระราชาและหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพผู้นำอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤติ ประกอบด้วยฐานการเรียนรู้ต่างๆ เพื่อให้เหล่าจิตอาสาและประชาชนคนทั่วไปได้เข้ามาเรียนรู้ศาสตร์พระราชาให้เข้าใจพื้นฐานในทุกๆ ด้านอย่างถ่องแท้ ก่อนที่จะนำไปปรับใช้และต่อยอดการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า ตามหลัก โคก หนอง นา โมเดล ในพื้นที่ของตนเอง สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่ต้องการให้ปวงชนชาวไทยช่วยกันสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา อันเป็นแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนและไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

“การทำเกษตรกรรมในปัจจุบันนี้มักมุ่งหาเงินเป็นหลัก นึกถึงแต่จำนวนผลผลิตและตัวเลขกำไรมหาศาล โดยมิได้คำนึงถึงความสมดุลของทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นปัจจัยที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการทำเกษตรกรรม ทั้งละเลยการบำรุงดินด้วยการปลูกพืชผลชนิดเดียวจนขาดความสมดุล ไม่มีการปลูกพืชหมุนเวียนเพื่อป้องกันดินเสื่อมสภาพ ขาดการวางแผนกักเก็บน้ำสำหรับทำการเกษตรในหน้าแล้ง อีกทั้งยังมีการใช้ปุ๋ย สารเคมี หรือยาฆ่าแมลง ที่ทำลายทั้งดินและน้ำในพื้นที่อย่างรุนแรงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม หากเกษตรกรและประชาชนชาวไทยน้อมนำศาสตร์พระราชาไปใช้ในพื้นที่ของตนเองแล้ว ยกตัวอย่างเช่น การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ก็จะก่อให้เกิดผลผลิตทางการเกษตรที่หลากหลาย สามารถพึ่งพาตนเองได้ หรือหากมีผลผลิตเหลือก็สามารถต่อยอดด้วยการแปรรูปผลผลิต นำไปขายเพื่อสร้างรายได้ในครัวเรือน และที่สำคัญที่สุดก็คือ แนวทางการปฏิบัตินี้ยังช่วยทำนุบำรุงดินและน้ำให้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกในระยะยาวอีกด้วย” ดร.วิวัฒน์ กล่าว

รวมพลังจิตอาสาเชฟรอนร่วมสืบสานศาสตร์พระราชา

สำหรับ ศูนย์ฝึกศาสตร์พระราชา ภายในบริเวณพื้นที่ของกรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาพระองค์ นั้นยังอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดอบรบหลักสูตรศาสตร์พระราชาสำหรับประชาชนที่สนใจในอนาคต ด้วยเหตุนี้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด จึงได้ส่งพนักงานจิตอาสาจำนวน 130 คน พร้อมด้วย มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ จำนวน 15 คน และตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนบ้านโป่งเกตุ จังหวัดสระบุรี และโรงเรียนบ้านแก่งหินปูน จังหวัดเพชรบูรณ์ อีก 30 คน เข้าไปทำกิจกรรมปรับปรุงภูมิทัศน์ตามแนวทางศาสตร์พระราชา โดยการเรียนรู้ผ่านทางการลงมือปฏิบัติจริงภายในพื้นที่ เช่น การสร้างฝาย ทำสะพาน และปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง พร้อมทั้งเพาะปลูกพืชผักสวนครัวลงในเสวียนที่ทำด้วยไม้ไผ่ซึ่งเป็นวัสดุจากธรรมชาติและไม่ก่อให้เกิดสารพิษปนเปื้อน

นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘สุขอาสา’ หรือ ‘Chevron We Volunteer’ ที่เราได้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการทำความดีและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้กับสังคม ผ่านการทำกิจกรรมที่สร้างประโยชน์ให้แก่สาธารณะและชุมชน และที่สำคัญที่สุดก็คือ กิจกรรมในวันนี้พนักงานจิตอาสาของเราก็ได้มีส่วนร่วมในการสืบสานศาสตร์พระราชา ทั้งจากการเรียนรู้จากตัวแทนของมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และการลงมือทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันจนสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่วางไว้ เราเชื่อว่าพื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ศาสตร์พระราชาสำหรับชาวไทยทุกคนในอนาคต เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชา เช่นเดียวกับที่ทางเชฟรอนได้ผนึกกำลังกับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกันฟื้นฟู ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง ตามแนวทางศาสตร์พระราชาและภูมิปัญญาท้องถิ่น ภายใต้โครงการ ‘พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน’ ที่จัดมาแล้วกว่า 7 ปี”

แม้ว่าในวันนี้การสร้างศูนย์ฝึกศาสตร์พระราชา กรมทหารราบที่ 11 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่สำหรับทุกฝ่ายที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปรับปรุงพื้นที่ตรงนี้ ต่างก็ได้เรียนรู้ศาสตร์พระราชา เพื่อสืบสาน รักษา ต่อยอด แนวทางและหลักการนี้ให้อยู่เคียงคู่ประชาชนชาวไทยต่อไปในอนาคตข้างหน้า โดยจะนำมาซึ่งความอยู่ดีกินดีและการดำรงชีวิตอย่างพอเพียงตามพระราชปณิธานอย่างแน่นอน

ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง สู่ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน

การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือหลักการจัดสรรปันส่วนในการปลูกไม้ 3 อย่าง ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อให้ได้มาซึ่งผลผลิตและประโยชน์ที่หลากหลาย สร้างรายได้ลดรายจ่าย พึ่งพาตนเองได้ ก่อให้เกิดความเป็นอยู่ที่มั่นคงอย่างยั่งยืน โดยไม่ละทิ้งการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ

  • พอกิน เป็นอาหาร สมุนไพร และยารักษาโรค เช่น แค มะรุม ทุเรียน สะตอ ผักหวาน ฝาง แฮ่ม กล้วย ฟักข้าว ไม้ผลต่างๆ
  • พออยู่ เป็นไม้สำหรับทำที่อยู่อาศัย เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ เช่น ตะเคียนทอง ยางนา แดง สัก พะยูง พยอม
  • พอใช้ เป็นฟืนและเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น มะคําดีควาย หวาย ไผ่ หมีเหม็น
  • พอร่มเย็น เป็นป่าที่ก่อให้เกิดความสมบูรณ์และฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งเกิดจากการเพาะปลูกไม้หลากหลายชนิด

ทั้งนี้ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ได้นำหลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาประยุกต์เป็นการปลูกป่า 5 ระดับ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด โดยปลูกพืชไม้หลากหลายชนิดที่มีความสูงต่างกันให้อยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อทำให้เกิดระบบนิเวศที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเสมือนป่าในธรรมชาติ จนได้ผลผลิตที่นำมาซึ่งรายได้และประโยชน์นานับประการตลอดทั้งปี

  • ไม้สูง กลุ่มต้นไม้เรือนยอดสูงสุดและอายุยืน เช่น ตะเคียน ยางนา เต็ง รัง
  • ไม้กลาง กลุ่มต้นไม้ที่ไม่สูงนัก ได้แก่บรรดาไม้ผลที่เก็บกินได้ เช่น มะม่วง ขนุน มังคุด กระท้อน ไผ่ สะตอ
  • ไม้เตี้ย กลุ่มต้นไม้พุ่มเตี้ย เช่น พริก มะเขือ กะเพรา ติ้ว ผักหวานบ้าน เหลียง
  • ไม้เลื้อยเรี่ยดิน ตระกูลไม้ล้มลุกที่ทอดยอดเลื้อยได้ เช่น พริกไทย รางจืด ฟักทอง แตงกวา
  • ไม้หัวใต้ดิน ไม้ที่มีหัวอยู่ใต้ดิน เช่น มัน เผือก กลอย กวาวเครือ ขิง ข่า

Political News