mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

สวทช.-มก.--สส. รวมพลังหนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างโอกาสธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมพลัง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) และ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) ลงนามความร่วมมือในโครงการ “กระบวนการสร้างสรรค์ในการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างแท้จริง” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยได้มีการสร้างสรรค์การใช้ทรัพยากรให้ยั่งยืนในทุกวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์อย่างคุ้มค่าที่สุด ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การออกแบบ การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี แทนการทิ้งเมื่อเลิกใช้ นำมาสร้างคุณค่าใหม่ ปราศจากของเสีย และรักษ์โลก สร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่แท้จริง และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนในสังคมทุกระดับอย่างยั่งยืน โดยมี ดร. ฐิตาภา สมิตินนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. รศ.ดร. สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ร่วมลงนาม

ดร. ฐิตาภา สมิตินนท์ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี สวทช. กล่าวว่า สวทช. ให้ความสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ และจุดเริ่มต้นจากความต้องการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการในการลดปัญหาของเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิต การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า มีการหมุนเวียนนำมาใช้ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต รวมถึงศักยภาพในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงเป็นที่มาของความร่วมมือกันระหว่าง 3 หน่วยงานภาครัฐประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดย โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) และภาคการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อทำงานสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนร่วมกันอย่างครอบคลุมในทุกมิติในการเตรียมความพร้อมในการวางแผนการใช้ทรัพยากรอย่างริเริ่มสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านเครื่องมือและองค์ความรู้ ด้านการพัฒนาและเกิดนวัตกรรม สังคมและสิ่งแวดล้อม และผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จากผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการหรือองค์กรท้องถิ่น

“โปรแกรม ITAP สวทช. ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ ผลิตภัณฑ์ของใช้ในชีวิตประจำวัน อาหาร บรรจุภัณฑ์ จนถึงรูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ ภายใต้โครงการนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและต้องการผลิตสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มรักษ์โลก หรือผู้บริโภคที่สนใจผลิตภัณฑ์จากงานฝีมือที่โดดเด่นที่ไม่เน้น Mass production แต่เน้นการบริโภคอย่างยั่งยืน จะได้รับการส่งเสริมให้สามารถนำวัสดุเหลือทิ้งที่เกิดขึ้นในกิจกรรมของธุรกิจกลับเข้าไปใช้ได้ในกิจการเดิม เพื่อลดปัญหาการเกิดของเสีย และลดปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นหลักโดยแก้ที่จุดกำเนิด ประมาณการสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและสนใจเข้าร่วมโครงการจะสามารถลงทุนได้อยู่ที่ประมาณ 80,000 - 300,000 บาทต่อราย ขึ้นอยู่กับขนาดของกิจการและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้น โดยโครงการตั้งเป้าสนับสนุนผู้ประกอบการให้ได้ 30 ราย ภายใน 2 ปี (กรกฎาคม 2562 - มิถุนายน 2564)”

ด้าน รศ.ดร. สุดเขตต์ นาคะเสถียร คณบดีคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานในครั้งนี้ เพื่อมุ่งสร้างสรรค์การพัฒนาตามแนวคิด “หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ที่มุ่งเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองทั้งระหว่างผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการกับชุมชน และชุมชนกับชุมชน สร้างสรรค์แนวทางการใช้ทรัพยากรทุก ๆ ด้านให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนทรัพยากร แก้ปัญหาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สร้างรายได้และอาชีพให้กับคนในชุมชน ทำให้สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์และมีศักยภาพในการแข่งขันได้ทั้งตลาดภายในและภายนอกประเทศ โดยการดำเนินโครงการฯ จะส่งเสริมความรู้และนวัตกรรมให้ผู้ประกอบการทั้งในด้านเครื่องมือและองค์ความรู้อย่างบูรณาการ เพื่อพัฒนาและสร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองการแก้ปัญหาด้านการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอย่างดีที่สุด

“จากองค์ความรู้ในการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรมาตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งในฐานะผู้พัฒนากระบวนการ Upcycling อันดับต้น ๆ และที่ปรึกษาการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้เชื่อมั่นว่า ความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์นี้จะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการและชุมชนแก้ปัญหาการใช้ทรัพยากรและสร้างรายได้ได้อย่างมั่นคง โดยยึดหลักการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อให้เกิดการปรับเปลี่ยนไปในทิศทางที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง และจากความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและภาคการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพันธมิตรอื่น ๆ จึงถือเป็นการทำงานร่วมกันอย่างครอบคลุมในทุกมิติ”

ขณะที่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) กล่าวว่า “กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้การสนับสนุนในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ระดับอุตสาหกรรมลงมาจนถึงชุมชนซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของประเทศ โดยให้คำปรึกษา แนะนำด้านกฎ กติกาข้อบังคับ และการปฏิบัติที่เหมาะสมในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม และมีส่วนส่งเสริมด้านการตลาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการและชุมชน เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดสิ่งแวดล้อมในระดับสากล ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในปัจจุบันต่อเนื่องไปในอนาคตซึ่งจะยิ่งทวีความสำคัญอย่างมากมาย โดยดำเนินโครงการส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกลุ่ม G-Green ที่เป็น 5 G เพื่อสิ่งแวดล้อม ได้แก่ Green Production, Green Hotel, Green Office, Green National Parks, Green Restaurant”

โดยในภาคการผลิต ได้แก่ โครงการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Production) โดยนำทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดของเสียจากต้นทาง ใช้เทคโนโลยีสะอาดมาประยุกต์กับกระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกันท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ดี ขณะที่ภาคการบริการ ได้แก่ โครงการส่งเสริมโรงแรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Hotel) โดยส่งเสริมให้ธุรกิจโรงแรม ใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่า มีการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เพื่อรองรับมาตรการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ และโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมการบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเภทภัตตาคารและร้านอาหาร (Green Restaurant) ซึ่งขยะเศษอาหารเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ส่งผลกับวิกฤติขยะซึ่งกำลังเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบไปทั่วโลก โดยจะส่งเสริมการบริโภคอย่างมีความรับผิดชอบและลดการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น รวมถึง โครงการอุทยานแห่งชาติสีเขียว (Green National Parks) โดยจะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่มีมาตรฐานในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นรูปธรรมมีการบริการที่ดีแก่นักท่องเที่ยว ยกระดับการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของอุทยานฯ สู่มาตรฐานสากล นอกจากนี้ ยังมีภาคการบริโภค ได้แก่ โครงการประเมินสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office) เป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคลากรในสำนักงาน เพื่อลดการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง พร้อมริเริ่มกิจกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ลดปริมาณขยะโดยการลดการใช้ การใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ การลดและเลิกใช้สารเคมีอันตราย รองรับการจัดซื้อจัดจ้างสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News