mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

KTIS มั่นใจรายได้‘เอทานอล’ โตต่อเนื่อง ชี้ธุรกิจชีวภาพอนาคตสดใสตามเทรนด์โลก

กลุ่ม KTIS มั่นใจสายธุรกิจเอทานอลสดใสต่อเนื่อง หลังตัวเลข 6 เดือนแรกโชว์ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นกว่า 34% สร้างรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 21.4%  คาดทั้งปีมียอดจำหน่ายมากกว่า 75 ล้านลิตร ย้ำจุดแข็งลูกค้าเชื่อมั่นที่ส่งมอบได้ครบถ้วนตรงเวลา ด้วยการบริหารวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ “พิพัฒน์” ชี้สายธุรกิจชีวภาพอนาคตไกล เพราะเป็นทิศทางใหม่ที่ทั่วโลกใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

            นายพิพัฒน์ สุทธิวิเศษศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เคทิส ไบโอเอทานอล จำกัด บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายเอทานอล ในกลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจร เปิดเผยว่า ในปีนี้ความต้องการใช้เอทานอลในประเทศอยู่ในระดับสูงกว่าปีก่อนอย่างต่อเนื่อง  ทำให้ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรกของงบการเงินปี 2562 (ตุลาคม 2561 – มีนาคม 2562) เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 34% ดังนั้น ถึงแม้ราคาขายจะลดลง แต่รายได้จากการขายเอทานอลก็ยังเพิ่มขึ้นถึง 21.4% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้รายได้ของสายธุรกิจชีวภาพของกลุ่ม KTIS มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสายธุรกิจน้ำตาล

“คาดว่าจนถึงสิ้นงวดบัญชีปี 2562 (30 กันยายน 2562) จะมีปริมาณการจำหน่ายเอทานอลสูงกว่า 75 ล้านลิตร ซึ่งนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับกำลังการผลิต 230,000 ลิตรต่อวัน เพราะโรงงานของเราได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่เป็นบริษัทปิโตรเลียมรายใหญ่ของประเทศในเรื่องของการส่งมอบสินค้าได้ครบถ้วนตามเวลาที่กำหนด ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ดังนั้น ไม่ว่าจะผลิตได้เท่าไรเราก็สามารถขายได้ทั้งหมด”  นายพิพัฒน์กล่าว

ทั้งนี้ ในรอบ 6 เดือนแรกของปีบัญชี กลุ่ม KTIS จำหน่ายเอทานอลไปแล้วประมาณ 40.2 ล้านลิตร มีรายได้ประมาณ 895 ล้านบาท ซึ่งปริมาณการจำหน่ายที่สูงด้วยการใช้กำลังการผลิตอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย เนื่องจากการบริหารวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้โมลาสส่วนใหญ่จากโรงงานน้ำตาลเกษตรไทยที่มีกำลังการผลิตต่อวันสูงที่สุดในโลก จึงมีโมลาสเพียงพอที่จะป้อนเข้าสู่โรงงานได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี

            ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท เคทิส ไบโอเอทานอล จำกัด กล่าวด้วยว่า จากการเข้าร่วมงานประชุมใหญ่ระดับโลกเกี่ยวกับเศรษฐกิจชีวภาพ ซึ่งมีผู้ร่วมงานกว่า 700 คน จากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก พบว่าต่างก็มีแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทิศทางใหม่เพื่อให้หลุดพ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ยาก จนถึงขั้นชะลอตัว หนึ่งในนั้นก็คือการขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจชีวภาพ โดยประเทศไทยมีพื้นฐานทางเกษตรกรรม จึงมีศักยภาพมากในด้านของอุตสาหกรรมชีวภาพ ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน คือ วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

ในด้านของวัตถุดิบนั้น ประเทศไทยผลิตข้าวโพดและยางพาราได้ปีละประมาณ 5 ล้านตัน ปาล์มน้ำมันประมาณปีละ 15 ล้านตัน ข้าวสารและมันสำปะหลังปีละเกือบ 30 ล้านตัน และอ้อยในปีก่อนได้ผลผลิตถึง 130 ล้านตัน จึงเห็นได้ว่าไทยมีความพร้อมมากในด้านวัตถุดิบ ส่วนกระบวนการผลิตซึ่งต้องใช้องค์ความรู้ในการแปรรูปวัตถุดิบไบโอแมสเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ในปัจจุบันก็เชื่อว่าคนไทยมีองค์ความรู้ที่เพียงพอ หรือในบางด้านที่ยังขาดอยู่ก็สามารถหาพันธมิตรต่างชาติที่มีความชำนาญมาร่วมได้ ส่วนในด้านของผลิตภัณฑ์ชีวภาพนั้นก็มีหลายประเภท ซึ่งหาตลาดรองรับได้ไม่ยาก เพราะแนวโน้มของโลกต้องการลดการใช้วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม จึงต้องหันมาหาผลิตภัณฑ์ชีวภาพ

 “การพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพของแต่ละประเทศจะต้องหาความเหมาะสมลงตัวของแต่ละประเทศเอง ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่ที่แน่ๆ คือ จะต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งในด้านนโยบายและการสนับสนุนด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลดต้นทุนของผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือส่งเสริมการสร้างบุคลากรด้านนี้ โดยบรรจุในหลักสูตรการศึกษา เป็นต้น” นายพิพัฒน์กล่าว

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News