mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ไพบูลย์แนะจับตาเสถียรภาพการเมืองหลังจากนี้ ชี้หุ้นไทยยังน่าลงทุน

 ไพบูลย์ นลินทรางกูร แนะนักลงทุนจับตาเสถียรภาพการเมืองไทย หลังพรรคแกนนำสองฝ่ายคะแนนใกล้กันมาก ชี้หุ้นไทยยังลงทุนได้ ราคาน่าสนใจ เงินทุนต่างประเทศจ่อไหลเข้าหากประเทศเดินหน้า

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยในระหว่างร่วมรายการ “LIVE with Guru เจาะลึกกับผู้รู้เรื่องการลงทุน” ในเพจเฟซบุ๊ก TISCO Mastery ว่า ยอมรับว่าผลการเลือกตั้งที่ออกมาไม่เป็นไปตามคาด เพราะเดิมคาดว่าพรรคเพื่อไทยจะได้คะแนนเสียงทิ้งห่างพรรคอื่นๆ ค่อนข้างมาก แต่ผลที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ พรรคพลังประชารัฐได้จำนวน ส.ส.  น้อยกว่าพรรคเพื่อไทยเพียงเล็กน้อย และยังได้คะแนนเสียงรวมสูงที่สุด และต่อมาคือพรรคประชาธิปัตย์ได้คะแนนเสียงที่ต่ำมาก ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ส่งผลต่อภาพรวมการลงทุน เพราะขณะนี้คะแนนเสียงที่พรรคพลังประชารัฐได้มีจำนวนมากพอที่จะมีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลร่วมได้เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นทางเลือกที่สามอย่างที่เคยคาดไว้

ดังนั้น ผลการเลือกตั้งที่ออกมาจึงทำให้ภาพชัดเจนขึ้น นั่นก็คือเหลือเพียง 2 ขั้วการเมืองที่มีโอกาสเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ที่อาจจะยังสร้างความกังวลให้ตลาด คือทั้งสองพรรคใหญ่มีคะแนนเสียงที่ใกล้กันมาก แม้พรรคพลังประชารัฐจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่มีเสียงเกินครึ่งเพียงเล็กน้อย ก็มีความเสี่ยงในเรื่องของเสถียรภาพทางการเมืองได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค พบว่านโยบายมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งนโยบายส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน รวมไปถึงการเดินหน้าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น เมื่อมองภาพใหญ่แล้ว ไม่ว่าใครจะได้เป็นรัฐบาลก็ไม่น่ามีผลต่อทิศทางเศรษฐกิจให้ปรับเพิ่มขึ้นแรงมาก หรือตกต่ำมาก แต่อย่างใด อีกทั้ง เศรษฐกิจไทยเป็นเศรษฐกิจเปิดที่ 70% ของจีดีพี อิงกับภาคต่างประเทศ คือการท่องเที่ยวและการส่งออก ดังนั้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาบริหารประเทศในปีนี้เศรษฐกิจไทยก็ไม่น่าจะขยายตัวเกิน 4%

โดยทิสโก้คาดว่าปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 3.5% ปรับลดลงจากคาดการณ์เดิม เนื่องจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ขณะที่ภาคการส่งออกไม่ได้เติบโตมากนัก เช่นเดียวกับภาคการท่องเที่ยวเติบโตไม่มากนักเช่นกัน เพราะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจจีน เหลือแต่เศรษฐกิจในประเทศหากรัฐบาลเข้ามาสร้างความมั่นใจได้ทันทีจะทำให้การบริโภคและการลงทุนในประเทศฟื้นได้ ต่างจากปี 2561 ที่เศรษฐกิจไทยเติบโตดีที่สุดอีกปีหนึ่ง เนื่องจากกลจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจทุกตัวทำงานได้ดีทั้งหมด

 แต่ข้อดีสำหรับปีถัดไป คือ ธนาคารกลางต่างๆ ของโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป อังกฤษ และจีน ออกมาให้ความเห็นเหมือนกันทั้งหมดว่าเริ่มผ่อนคลายนโยบายทางการเงินและพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหากมีความจำเป็น น่าจะสร้างแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้ในปีหน้า ส่วนไทยขึ้นอยู่กับรัฐบาลของไทยในการบริหารประเทศให้มีเสถียรภาพ เดินหน้าโครงการต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยไปต่อได้อีก

“สำคัญที่สุดอยู่ที่เสถียรภาพของรัฐบาล เพราะ 5 ปีที่ผ่านมารัฐบาลมีเอกภาพมาก เนื่องจากรัฐบาลเป็นพรรคเดียวและไม่มีฝ่ายค้าน แต่ 4 ปีจากนี้จะไม่ง่ายเหมือนเดิม โดยเฉพาะหากฝ่ายค้านมีเสียงจำนวนมาก แม้ว่าจะมีเสียงน้อยกว่ารัฐบาล แต่ถ้าน้อยกว่าไม่มากนักรัฐบาลก็อาจจะผลักดันโยบายสำคัญๆ ได้ไม่ง่ายนัก” นายไพบูลย์กล่าว 

สำหรับการเมืองไทยในขณะนี้ต้องจับตาดูว่าพรรคใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล หากเป็นพรรคพลังประชารัฐจริงก็จะมีข้อดี คือจะมีความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบาย และพรรคอันดับที่ 2 ที่จะมาร่วมรัฐบาลด้วยนั้นมีเสียงค่อนข้างทิ้งห่างพอสมควร ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐน่าจะมีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจค่อนข้างสูง ส่วนพรรคอื่นก็อาจได้รับมอบหมายดูแลประเทศด้านอื่นไป  อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ยังต้องติดตามเรื่องความวุ่นวาย และเสถียรภาพของประเทศว่าจะเป็นอย่างไร รัฐบาลสามารถดำเนินนโยบายเศรษฐกิจได้อย่างมีเสถียรภาพหรือไม่

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า สำหรับมุมมองนักลงทุนต่างชาตินั้น จากเดิมที่กล่าวไว้ว่าหากการเลือกตั้งสงบเรียบร้อย มีเสถียรภาพ เงินต่างชาติน่าจะไหลเข้า 1 แสนล้านบาท ซึ่งคำว่าเสถียรภาพที่กล่าวไว้คือรัฐบาลต้องมีเสียงเกิน 300 ที่นั่งขึ้นไป เพราะเป็นที่นั่งที่เกินครึ่งมาพอสมควร และฝ่ายค้านก็จะห่างจากครึ่งไปพอสมควร หากจำนวนที่นั่งใกล้กันมากอาจเริ่มมีปัญหาเรื่องเสถียรภาพ เพราะต้องกังวลเรื่องการวอล์คเอ้าท์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมรัฐบาล หรือองค์ประชุมไม่พอ

“นักลงทุนต่างประเทศไม่ค่อยสนใจว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคไหน แต่จะให้ความสำคัญกับ 1. รัฐบาลมีเสถียรภาพหรือไม่ 2. นโยบายเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร รัฐมนตรีเศรษฐกิจมีคุณภาพขนาดไหน 3. ความต่อเนื่องของนโยบายขนาดใหญ่ เช่น อีอีซี ถ้าตอบโจทย์ในเชิงบวกได้ทั้งหมด เงินทุนต่างชาติก็จะไหลเข้าอย่างเต็มที่  อีกทั้งปัจจุบันอัตราการถือครองหุ้นไทยของนักลงทุนต่างประเทศยังอยู่ในระดับต่ำด้วย” นายไพบูลย์กล่าว

สำหรับการลงทุนในหุ้นไทยจากนี้นั้น ประเมินว่าหุ้นไทยยังลงทุนได้เนื่องจากราคายังไม่แพง และมองว่าหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เพราะเศรษฐกิจยังโตต่อได้และแรงขับเคลื่อนหลักมาจากภาคเอกชน โครงการขนาดใหญ่ของรัฐยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง กลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ เช่น ธนาคารพาณิชย์ที่จะได้อานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่วนดัชนีหุ้นไทยปี 2562 ประเมินไว้ที่ 1,750 -1,800 จุด   นอกจากนี้ ยังมองว่าหุ้นทั่วโลกในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากแรงกดดันด้านอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกเริ่มหายไป เพราะธนาคารกลางต่างๆ เริ่มส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินน่าจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลังฟื้นตัวได้

“ตอนนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่หุ้นจะลงเยอะๆ แต่ก็ยังต้องจับตาการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งจากการติดตามและประเมินแล้วคาดว่าจะจบลงด้วยดี อีกเรื่องคือ อังกฤษออกจากยุโรป แต่เรื่องนี้ก็เป็นปัญหาของอังกฤษเท่านั้น สำหรับประเทศไทยก็ต้องรอดูฟอร์มทีมรัฐบาลให้เรียบร้อยก่อน ส่วนตัวยังยืนยันว่าตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นมากกว่าฟุบ และยังลงทุนได้” นายไพบูลย์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News