mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ถอดรหัสอนาคตประเทศไทย คว้าโอกาสเศรษฐกิจโลกยุค Next Intelligence Economy เปิดมุมมองจากเวที Thailand Foresight Roundtable 2026 by True ในงาน CP Innovation Exposition 2026

โลกกำลังเปิดโอกาสอะไรบ้างให้กับเรา ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการพัฒนาของ AI ที่เร่งให้ทุกคนต้องปรับตัว เพื่อก้าวสู่โลกเศรษฐกิจอัจฉริยะได้อย่างแข็งแกร่ง เครือซีพี และทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดเวที “Thailand Foresight Roundtable 2026 by True” โดยมีผู้นำภาครัฐ และเอกชน มาร่วมถอดรหัสความท้าทาย แชร์มุมมองการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย ในหัวข้อ THAILAND'S FUTURE INNOVATION FRONTIER : ประเทศไทยในกระแสเศรษฐกิจโลกยุค Next Intelligence Economy ในงาน CP Innovation Exposition 2026  ในโอกาสนี้ นายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโสและประธานคณะกรรมการด้านนวัตกรรม เครือเจริญโภคภัณฑ์ ร่วมต้อนรับผู้ร่วมงาน ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค

ไฟฟ้าสะอาดต้องพร้อมในโลก AI

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้เกียรติเป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษถึงความพร้อมด้านพลังงาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจอัจฉริยะยุคใหม่ ในหัวข้อ “Thailand’s Next Growth Infrastructure พลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน: รากฐานสำคัญของการเติบโตประเทศไทย” ที่ให้ความมั่นใจว่า รัฐได้วางแผนและเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ เพราะพลังงานไฟฟ้าจะเป็นแต้มต่อสำคัญให้ไทยแข่งขันได้ ไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ามากเพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์สนใจมาลงทุนในไทย ด้วยความสามารถและซัพพลายเชนที่พร้อม 

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่สำคัญในโลกอุตสาหกรรมใหม่ที่ AI ต้องการนั้น ไม่ใช่แค่ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังมีไฟฟ้าที่สะอาดด้วยประเทศไทยจึงต้องผลิตเพิ่มขึ้น “เรามีความทะเยอทะยานที่จะปรับแผนผลิตพลังงานใหม่ เพิ่มกำลังการผลิตไฟสะอาดเพิ่มขึ้น จาก 20% เป็น 50% ภายใน 10 ปี และมากกว่า 65% ภายในปี 2050” นอกจากไฟสะอาดแล้ว ยังมีการศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ SMR หรือโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานและรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

กล้าคิดใหม่ สู้กับ AI ที่พัฒนาเร็วขึ้น

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เน้นย้ำถึงความสำคัญที่มนุษย์ต้องเร่งเพิ่มศักยภาพ เพื่อรับมือกับ AI ที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในอัตราความเร็วกว่าเดิมอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“ขีดความสามารถของ AI เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุก 3 เดือน สะท้อนถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในอัตราที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และกำลังพลิกโฉมทั้งการแข่งขัน โมเดลธุรกิจ และอนาคตของการทำงานอย่างสิ้นเชิง องค์กรที่ต้องการก้าวขึ้นเป็นผู้นำในยุค AI จึงไม่อาจหยุดอยู่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ต้องกล้าคิดใหม่ถึงความเป็นไปได้ที่ไม่เคยมีมาก่อน และพลิกโฉมวิธีดำเนินธุรกิจทั้งระบบ เราอาจเห็นโครงสร้างองค์กรแห่งอนาคตเปลี่ยนสู่รูปแบบ ‘นาฬิกาทราย’ (Hourglass) ที่มีโครงสร้างการบริหารกระชับคล่องตัวขึ้น ขณะที่พนักงานระดับปฏิบัติการมีศักยภาพสูงขึ้นด้วยพลังของ AI และ Data สามารถคิด ตัดสินใจ และสร้างคุณค่าได้เสมือนเป็นเจ้าของธุรกิจ หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงจึงไม่ใช่เพียงการปรับโครงสร้างองค์กร แต่คือการปลดล็อกศักยภาพของคนให้ทำสิ่งที่มากกว่าเดิม ซึ่งต้องเริ่มต้นจากผู้นำที่ไม่เพียงกำหนดทิศทาง แต่ต้องลงมือขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง และพาคนทั้งองค์กรก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน”

ไทยพร้อมเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวทันโอกาสที่ยิ่งใหญ่?

สำหรับโลกที่เปลี่ยนแปลงแบบคาดไม่ถึงในปัจจุบัน จะรับมืออย่างไร ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดมุมมองในหัวข้อ “The Next Economic Horizon โลกกำลังเปลี่ยนเกมอย่างไร” ว่า โลกเปลี่ยนแปลงและท้าทายในแบบที่ไม่เคยน่ากังวลใจเท่านี้มาก่อน ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ไม่จบเร็ว และจะเป็นปัญหาความขัดแย้งระยะยาว ขณะที่ในอีกมิติความขัดแย้ง คือสงครามทางการค้า อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤติหลายจุดในโลก ทำให้อาเซียนมีโอกาสทางธุรกิจ ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และประเทศไทย ต่างมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างรวดเร็ว ทั้งดาต้าเซ็นเตอร์ ท่าเรือ สนามบิน โรงไฟฟ้า สัญญาณที่สำคัญคือ ที่ผ่านมามีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ 

“อาเซียนจะมีโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการทำธุรกิจ จะเป็น New S-Curve ของธุรกิจในโลก โดยเฉพาะประเทศไทยที่อยู่ในจุดที่ได้เปรียบในเชิงยุทธศาสตร์ด้านพื้นที่” ดร.กอบศักดิ์ ยังชวนมองไปถึงการเปิดประตูฝั่งอันดามันที่เชื่อมไปยังอินเดีย ซึ่งสามารถลดการเดินทางได้เร็วขึ้น สำหรับประเทศไทยนั้นมีโอกาสมากในอีก 5 ปีข้างหน้า เพียงแต่ว่า ไทยพร้อมและกล้าพอที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วหรือไม่

ภาวะผู้นำกับการใช้ AI ให้วัดผลลัพธ์ได้จริง

Mr. Sachin Chitturu, Partner at McKinsey และ Head of QuantumBlack SEA กล่าวว่า AI กำลังเปลี่ยนวิธีการทำงาน การดำเนินธุรกิจ และสังคมอย่างถึงระดับรากฐาน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็วเป็นประวัติการณ์ โดยมี AI โมเดลและขีดความสามารถใหม่ๆ เกิดขึ้นแทบทุก 10 วัน ทำให้แผนทรานสฟอร์มองค์กรระยะ 18 เดือนอาจเผชิญกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปแล้วอย่างน้อย 20 ครั้ง ขณะเดียวกัน AI กำลังพัฒนาจากเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพสู่ AI Agent ที่สามารถทำงานซับซ้อนได้ด้วยตนเองมากขึ้น อย่างไรก็ตาม องค์กรส่วนใหญ่ยังมุ่งใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคคล มากกว่าการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจในระดับองค์กร ดังนั้น หัวใจของ AI Transformation จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่คือการคิดใหม่และออกแบบวิธีดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างคุณค่าที่วัดผลได้จริง โดยผู้นำองค์กรต้องขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การกำหนดบทบาทและรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์กับ AI การออกแบบกระบวนการทำงานและโมเดลธุรกิจใหม่ การวางสถาปัตยกรรมเทคโนโลยีและบริหารต้นทุน และการบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และธรรมาภิบาล AI พร้อมกำหนดขอบเขตการตัดสินใจระหว่างมนุษย์กับ AI ให้ชัดเจน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ คุณภาพ และต้นทุน

เสวนาเปิดมุมมอง โอกาสไทยในยุคเศรษฐกิจอัจฉริยะ

นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาโดยวิทยากรชั้นนำ ร่วมถ่ายทอดมุมมองความสามารถด้านนวัตกรรมของประเทศไทย กับโอกาสในยุคเศรษฐกิจอัจฉริยะ โดย ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC กล่าวถึงศักยภาพไทยบนกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกว่า จุดเด่นของ EEC คือเรื่องเทคโนโลยี ดิจิทัล และออโตเมชัน ซึ่งต่อจากนี้ AI มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานรองรับและขับเคลื่อน Intelligent Economy อีกทั้งยังมีส่วนในการกำหนดระบบเศรษฐกิจในอนาคต  AI จะเปลี่ยนเกมการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมที่ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ต่างจากเดิม ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพคน มากกว่าปริมาณ เพื่อรองรับเศรษฐกิจอัจฉริยะ

ต่อคำถามที่ว่า โลกยุคใหม่กำลังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยอย่างไรบ้าง ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีโอกาสสูงในยุคเศรษฐกิจอัจฉริยะ สะท้อนจากมูลค่าการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในไทยของ BOI มีเม็ดเงินสูงขึ้น จากอดีต 5 แสนล้าน เป็น 2.5 – 2.8 ล้านล้านต่อปีในปัจจุบัน ที่สำคัญส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ตอบรับเศรษฐกิจอัจฉริยะ อย่างเช่น ดาต้าเซ็นเตอร์  พลังงานสะอาด ไบโอเทค ดังนั้นใน 5 ปีข้างหน้าประเทศไทยมีโอกาสอีกมากจากเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งทั้งคนและธุรกิจต้องเรียนรู้และปรับตัว

ด้าน Mr. Sachin แนะนำสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการใช้ AI เพื่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจใหม่ โดยเน้นเรื่องความคุ้มค่าและการบริหารต้นทุน และย้ำว่าทั่วโลกมีการใช้ AI จำนวนมากในหลายระดับ รวมถึง LLM และการพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ทั้งนี้ การไม่มี LLM หรือการผสมผสานระหว่างโมเดลต่างๆ ไม่ใช่ปัญหา แต่สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยีนั้นถูกนำไปใช้อย่างไร ใช้อย่างเต็มที่หรือไม่ และคนที่ใช้มีความเข้าใจการทำงานกับ AI หรือไม่

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News