mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เปิดวิสัยทัศน์ “เซ็นทรัลพัฒนา”กับการพัฒนาพื้นที่ที่เริ่มจากผู้คน สู่ “Sustainability by Design”

▪︎ จับมือ “นิปปอนเพนต์”พันธมิตรสีนวัตกรรม ร่วมสนับสนุนสู่ความยั่งยืน

   “เซ็นทรัลพัฒนา” ผู้พัฒนาศูนย์การค้าอันดับ 1 ของไทย เปิดวิสัยทัศน์การพัฒนาศูนย์การค้าคุณภาพที่มองไกลกว่าการสร้างพื้นที่เพื่อการใช้ชีวิตในวันนี้ โดยมุ่งความสำคัญกับการสร้างคุณค่าให้ผู้คน ชุมชน และเมือง ควบคู่ไปกับการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด “Imagining better futures for all” และหลัก “Sustainability by Design” ที่บูรณาการความยั่งยืนตั้งแต่การวางมาสเตอร์แปลน การออกแบบอาคารและภูมิทัศน์ การเลือกใช้วัสดุ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารจัดการพื้นที่และการทำงานร่วมกับผู้เช่า โดยมี “นิปปอนเพนต์” สีนวัตกรรมระดับสากลผู้ครองอันดับ 1 ของเอเชียจากประเทศญี่ปุ่น ร่วมเป็นพันธมิตรด้านความยั่งยืน

   นายชาตรี โกวิทานุพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายงาน Project Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ฉายมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาศูนย์การค้าของเซ็นทรัลพัฒนา ภายใต้นิยาม “ศูนย์การค้าคุณภาพ” ผ่านแนวคิด “Imagining better futures for all” ว่า เนื่องจากปัจจุบันศูนย์การค้าเปรียบเสมือน “Third Place” ในชีวิตของผู้คน ศูนย์การค้าในวันนี้จึงต้องคำนึงถึงการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วน (Customer-Centricity) ตั้งแต่การคัดสรรร้านค้า ร้านอาหาร การออกแบบการเดินทางเข้า - ออกภายในศูนย์การค้า พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

   ขณะเดียวกันศูนย์การค้าจะต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างคุณค่าให้กับชุมชนและเมือง พร้อมอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน จึงทำให้ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนนับเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของเซ็นทรัลพัฒนา ดังนั้นการวางเป้าหมายขององค์กรเพื่อมุ่งไปสู่ Net Zero 2050 ทำให้ความยั่งยืนมิใช่ปัจจัยที่เติมเข้ามาในภายหลังหรือเป็นเพียงทางเลือก

   แต่ถือเป็นสิ่งที่ต้องบูรณาการเข้ากับวิธีคิดในการออกแบบศูนย์การค้าตั้งแต่ต้นตามหลักการ “Sustainability by Design” ซึ่งทำให้โครงการและศูนย์การค้าภายใต้เซ็นทรัลพัฒนาล้วนได้รับมาตรฐานด้านความยั่งยืนระดับสากลหรือระดับประเทศ เช่น LEED, TREES, EDGE, WELL Building Standard, Resilient Design ยิ่งไปกว่านั้น เซ็นทรัลพัฒนายังได้รับการคัดเลือกใน DJSI World ต่อเนื่อง 8 ปี และ DJSI Emerging Markets ต่อเนื่อง 12 ปี พร้อมอยู่ใน Top 10% of the S&P Global Sustainability Yearbook สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบนิเวศด้านความยั่งยืนได้อย่างแข็งแกร่ง

   นายชาตรีกล่าวต่อว่า การวางแนวคิดด้านความยั่งยืนตั้งแต่ต้นนั้น หมายถึงกระบวนการสร้างโครงการแต่ละแห่งของเซ็นทรัลพัฒนา จะมีปัจจัยด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งมาตั้งแต่เริ่มวางมาสเตอร์แปลนโครงการ การออกแบบภูมิทัศน์ การออกแบบอาคาร การคัดเลือกวัสดุระหว่างการก่อสร้าง การบริหารโครงการ ไปจนถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้เช่าเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางด้านความยั่งยืนของศูนย์ฯ

   วิธีคิดเหล่านี้สะท้อนให้เห็นเป็นรูปธรรมผ่านกลุ่มโครงการของเซ็นทรัลพัฒนา ที่เริ่มต้นการออกแบบจากความเข้าใจผู้คนและบริบทของเมือง ควบคู่กับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต มีการนำนวัตกรรมการออกแบบผสมผสานธรรมชาติเข้ามาในศูนย์ฯ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับลูกค้า เช่น เซ็นทรัล พาร์ค (Central Park) ที่มีการสร้าง Roof Park บนดาดฟ้าขนาด 7 ไร่ พร้อมเส้นทางเดินและออกกำลังกาย เพื่อเป็นดั่งส่วนต่อขยายของสวนลุมพินี ช่วยเชื่อม ‘Park Life’ เข้ากับ ‘Urban Life’ ได้เป็นเนื้อเดียวกัน

   เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) ศูนย์การค้าที่พัฒนาภายใต้แนวคิด Biophilic Design นำธรรมชาติมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ภายในอาคาร พร้อมสร้างสรรค์พื้นที่ Sports & Wellness, Multigeneration Community และ Pet-Friendly เพื่อคุณภาพชีวิตของผู้คน หรือ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (Central Khonkaen Campus) ที่มี Indoor Garden สวนในอาคารแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในจังหวัด พร้อมเชื่อมพื้นที่สีเขียวนี้เข้ากับ Co-working Space และ Creative Community ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในพื้นที่ ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนการยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้คน เมือง และสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแค่ในวันนี้ แต่ยังมองการณ์ไกลถึงอนาคตด้วย

++การตัดสินใจเลือกวัสดุคือการตัดสินใจเพื่อความยั่งยืน

   นายชาตรี กล่าวต่อไปถึงขั้นตอนการตัดสินใจเลือกวัสดุก่อสร้างว่า เป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจที่สำคัญเพื่ออนาคต เพราะวัสดุที่เลือกใช้จะส่งผลทั้งต่อคุณภาพอาคาร คาร์บอนฟุตปรินท์ และสุขภาวะของผู้ใช้งานอาคาร โดยหลักการพิจารณาเลือกวัสดุที่เซ็นทรัลพัฒนาใช้นั้น จะต้องตอบโจทย์ได้อย่างสมดุล ทั้งด้านคุณภาพการใช้งาน (Performance), ความปลอดภัย (Safety), ความทนทาน (Durability), สุขภาวะของผู้ใช้งาน (Health & Well-being) และ สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact)

   “การพัฒนาศูนย์การค้าหมายถึงการดูแลผู้ที่มาใช้ชีวิตในอาคาร และจะต้องดูแลซ่อมบำรุงอาคารนั้นๆ ไปจนตลอดอายุการใช้งาน ดังนั้น เราจะเลือกพันธมิตรวัสดุที่สามารถให้ความสบายใจได้ในทุกด้าน ทั้งในเรื่องมาตรฐานวัสดุต้องมีคุณภาพสูง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน เพื่อลดการซ่อมแซมและลดการใช้ทรัพยากร วัสดุนั้นยังต้องผ่านการทดสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เรายึดถือ เช่น LEED, WELL Building Standard” นายชาตรีกล่าว

   ด้านนายวัชระ ศิริฤทธิชัย General Manager บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะพันธมิตรด้านวัสดุสีนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน กล่าวสอดคล้องกันว่า นิปปอนเพนต์วางวิสัยทัศน์ด้านพันธกิจต่อความยั่งยืน ภายใต้หลักดำเนินงาน ESG (Environmental, Social and Governance) มาอย่างยาวนาน

   รวมถึงมีการพัฒนาธุรกิจโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer- Centricity) เช่นเดียวกัน บริษัทฯ จึงมีการดำเนินการที่สนับสนุนคู่ค้าในด้านความยั่งยืนและด้วยความเข้าใจถึงเป้าหมายของคู่ค้ามาโดยตลอด โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าธุรกิจรีเทล นิปปอนเพนต์ได้พัฒนาสีนวัตกรรมและเทคโนโลยีหลากหลายด้าน ทั้งนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของสี ผลิตภัณฑ์ที่คำนึงถึงสุขภาวะของผู้ใช้อาคาร ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพื่อให้ครอบคลุมและตอบสนองทุกโจทย์ของลูกค้า

++ โซลูชันของนิปปอนเพนต์เกิดขึ้นจากความเข้าใจเป้าหมายของคู่ค้า ทั้งในด้าน สีนวัตกรรมปลอดสารพิษ

   โดยสีนิปปอนเพนต์ทุกชนิดที่ผลิตในไทยปราศจากการใช้ส่วนประกอบของโลหะหนัก (Non-Toxic Pigment) และฟอร์มัลดีไฮด์อันเป็นสารก่ออันตรายแก่ร่างกาย รวมถึงมีเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานสี เพื่อให้สียึดเกาะบนผนังได้อย่างสวยงามและยาวนาน ลดรอบระยะเวลาการทาซ้ำ รวมถึงพัฒนาให้การทาสีลดขั้นตอนการทาให้น้อยลง ทำให้โครงการลดปริมาณการใช้สีได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งส่งผลต่อการลดการปลดปล่อยคาร์บอนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

   นอกจากนี้ ยังมี สีนวัตกรรมทาภายในเพื่อสุขภาพ นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ ที่ได้รับตรารับรองอากาศสะอาดระดับโลก GREENGUARD GOLD จากสถาบัน UL ประเทศสหรัฐอเมริกา ปราศจากสารระเหยที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย (Zero VOCs) มีเทคโนโลยีดักจับฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบนผนังหลายชนิด ปลอดภัยต่อสุขภาพผู้อยู่ในอาคาร ทั้งยังไร้กลิ่นฉุน จึงสามารถเข้าใช้งานได้ทันที หรือเข้าอยู่ได้ในแม้กระทั่งขณะทาสี รวมถึง สีนวัตกรรมจากธรรมชาติ

   นิปปอนเพนต์ เนเจอร์แคร์ สีทาอาคารที่ใช้วัตถุดิบจากยางพาราธรรมชาติทดแทนวัตถุดิบที่ผลิตจากฟอสซิล ซึ่งทำให้สีชนิดนี้เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบที่เป็นคาร์บอนหมุนเวียน (Renewable Carbon) ได้ถึง 42% ตอบโจทย์การลดการปลดปล่อยคาร์บอนของโครงการ

   ในด้านการผลิต นิปปอนเพนต์ยังดำเนินการเกี่ยวกับความยั่งยืนในหลายด้าน เช่น การหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ การติดตั้งระบบ Dust Collector เพื่อดักจับฝุ่นไม่ให้หลุดรอดออกนอกโรงงาน และการเปลี่ยนมาใช้รถอีวีในการขนส่งเพื่อลดการปล่อยมลพิษ โดยทั้งหมดเป็นการพัฒนาเพื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานสีตลอดซัพพลายเชน ให้เจ้าของอาคารได้ใช้สีนวัตกรรมพร้อมมาตรฐานครบถ้วนตามหลักเกณฑ์สากล และผู้ใช้งานอาคารสามารถมั่นใจได้ว่ากำลังใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีอากาศสะอาด ปราศจากอันตรายที่มากับสารระเหยในสีทาอาคาร

   สุดท้าย นายชาตรีกล่าวปิดท้ายว่า วิสัยทัศน์ของเซ็นทรัลพัฒนาคือการ “Imagining better futures for all” ซึ่งเป็นบทบาทที่มองเห็นในภาพใหญ่ได้มากกว่าการเป็นศูนย์การค้า ด้วยพลังของเครือข่ายเซ็นทรัลพัฒนาที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าอยู่ถึง 45 แห่งทั่วประเทศ และมีทราฟฟิกผู้ใช้บริการวันละเกือบ 20 ล้านคน จึงทำให้เป้าหมายของเซ็นทรัลพัฒนาจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ศูนย์การค้าคุณภาพเท่านั้น แต่ในอนาคต เซ็นทรัลพัฒนาจะเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เข้าไปอยู่ในวิถีชีวิตผู้คนได้ โดยจะช่วยให้สังคมตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรส่วนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ และร่วมกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

   “เพราะสำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย แต่คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสถานที่ที่ดีขึ้นสำหรับคนและเมืองในระยะยาว”นายชาตรีกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News