mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ชวนเปลี่ยน "วิกฤตน้ำ" ให้เป็นโอกาสสร้าง "ภูมิคุ้มกันน้ำ”

▪︎ ต่อยอดสู่ต้นทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

   เมื่อพูดถึงภัยน้ำท่วมหรือภัยแล้ง ภาพจำที่เราต่างคุ้นเคยกันดีคือความเสียหายของบ้านเรือน พืชผลทางการเกษตร หรือถนนหนทางที่ถูกตัดขาด แต่ในความเป็นจริง วิกฤตเรื่องน้ำกระทบไกลกว่านั้น ทั้งเรื่องปากท้อง การทำมาหากิน สุขภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจของพวกเราทุกคน โดยเฉพาะในประเทศไทย

   ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติเกี่ยวกับน้ำ ผู้คนมักชินกับการตั้งรับและรอเยียวยา ขณะที่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มักจะรอให้เกิดเหตุก่อนแล้วค่อยเข้าไปช่วยเหลือ แต่มาในวันนี้ เวที ESG Symposium 2026 ได้ชวนเรามองมุมใหม่ เพื่อเปลี่ยนสถานะจากผู้ประสบภัยจากวิกฤตน้ำ หรือ Water Crisis ไปสู่โอกาสในการสร้าง “ภูมิคุ้มกันน้ำ” หรือ Water Resilience โดยแนะแนวทางการเตรียมความพร้อมเชิงรุกไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ในวันที่ต้องเจอภัยพิบัติ ธุรกิจยังเดินหน้าต่อได้ ชุมชนไม่สูญเสียรายได้ และทุกคนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้รวดเร็วที่สุด

  วางแผนให้การป้องกันความเสี่ยงกับการเติบโตของธุรกิจเป็นเรื่องเดียวกัน Bain & Company ได้เสนอแนะแนวทางสร้างภูมิคุ้มกันน้ำเพื่อรับมือวิกฤตน้ำว่าควรวางแผนปรับตัวรับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง หรือ Climate Adaptation ไปพร้อมกัน และไม่ควรมองในมุมที่แคบเกินไป โดยจำกัดอยู่แค่การจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติ การประเมินความสูญเสียทางเศรษฐกิจในแง่ของมูลค่าความเสียหายจากภัยพิบัติ และผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะสั้นเท่านั้น เพราะเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจริง ส่งผลกระทบไปถึงระบบเศรษฐกิจ สุขภาพ และความเป็นอยู่ทางสังคมโดยรวมด้วย

   ยิ่งสำหรับคนทำธุรกิจ การเปลี่ยนความเสี่ยงให้เป็นโอกาสใหม่ในการวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กร ควบคู่ไปกับการการดูแลกิจการและทรัพย์สินที่มีอยู่เป็นสิ่งที่ต้องทำทันที โดย Bain & Company เน้นย้ำให้ทุกองค์กรเห็นความสำคัญของการวางแผนปกป้องมูลค่าธุรกิจด้วยการซื้อประกันภัยเพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว และควรทำควบคู่ไปกับวางแผนกลยุทธ์การตลาดเพื่อมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ จากการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วย

   ถ้าธุรกิจใดทำได้ ก็เท่ากับสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวคิด Resilient Growth หรือการเติบโตที่ยืดหยุ่น ที่ให้ความสำคัญกับการรับมือความเสี่ยงและการเติบโตทางธุรกิจไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติเป็นแนวทางการปรับตัวที่ชาญฉลาดกว่าการรอให้เกิดความเสียหายก่อนอย่างแน่นอน

   ประเมินความเสี่ยงให้ชัด เพื่อรับมือได้ตรงจุด Swiss Re ได้เน้นย้ำถึงแนวโน้มความสูญเสียจากภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และภูมิภาคเอเชียถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดย สถาบันวิจัย Swiss Re ระบุว่าในปี 2026 มูลค่าความสูญเสียจากภัยธรรมชาติทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเติบโตสูงถึง 12% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงสองเท่า

   โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเสียหายรุนแรงขึ้น ไม่ได้มาจากตัวภัยพิบัติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลมาจาก “Exposure Growth” หรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ทำให้มีอาคาร ทรัพย์สิน และโครงสร้างพื้นฐานตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติมากขึ้น

   ยิ่งมีการกระจุกตัวของทรัพย์สินในพื้นที่เสี่ยงมากเท่าใด มูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การตัดสินใจเลือกทำเล การวางแผนโครงสร้างพื้นฐาน และการออกแบบอาคาร จึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบตั้งแต่วินาทีแรกของการเริ่มลงทุน

   ในการประชุมครั้งนี้ Swiss Re ยังได้นำเสนอแนวทางการประเมินความเสี่ยงผ่าน 3 มิติหลักเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำ ได้แก่ Hazard (ระดับภัยพิบัติ): ภัยพิบัตินั้นมีความรุนแรงมากน้อยเพียงใด? Exposure (การเปิดรับความเสี่ยง): มีทรัพย์สินหรือกิจกรรมทางเศรษฐกิจใดบ้างตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ? Vulnerability (ความเปราะบาง): ทรัพย์สินเหล่านั้นมีความเปราะบางต่อความเสียหายมากแค่ไหน?

   เมื่อนำผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมาคำนวณและแปลงเป็น “มูลค่าตัวเงิน” ผู้บริหารจะสามารถมองเห็นภาพได้อย่างชัดเจนทันทีว่า ความเสี่ยงจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างไร และควรเลือกลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงในจุดใดก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งสร้างความชัดเจนได้มากกว่าเพียงแค่การรับรู้ว่าพื้นที่นั้นมีความเสี่ยง โดยไม่เข้าใจถึงผลกระทบทางการเงินที่แท้จริงต่อธุรกิจ

   นอกจากนั้น Swiss Re ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทที่เสริมซึ่งกันและกันระหว่าง “การปรับตัวทางกายภาพ” และ “การประกันภัย” โดยการปรับตัวทางกายภาพจะช่วยลดระดับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินโดยตรง ขณะที่การประกันภัยจะเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการความเสี่ยงทางการเงินส่วนที่ยังคงหลงเหลืออยู่

   ดังนั้น การทำประกันภัยจึงไม่ได้เข้ามาแทนที่การเตรียมความพร้อมล่วงหน้า หากแต่เป็นกลไกที่ทำงานควบคู่ไปกับการปรับตัวทางกายภาพ เพื่อช่วยปกป้องและรักษาความยืดหยุ่นทางการเงินขององค์กรให้มั่นคง ช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อได้อย่างยั่งยืน  

   ชวนมองน้ำเป็น “เหรียญสองด้าน” จัดการดี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในบริบทของการจัดการน้ำในไทย ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ สุทธินนท์ อาจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมแหล่งน้ำ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความรู้เรื่อง” Water Economy” หรือการสร้างเศรษฐกิจจากการบริหารจัดการน้ำ โดยชวนให้มองน้ำเป็น “เหรียญสองด้าน”

   “ด้านหนึ่ง น้ำ เป็นทรัพยากรที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้าง GDP และรายได้ให้กับภาคเกษตรและอุตสาหกรรม หากจัดสรรน้ำได้ถูกที่ถูกเวลาจะสร้างมูลค่าได้มหาศาล แต่ในอีกด้าน น้ำ เป็นตัวแปรสำคัญที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ถ้าเกิดภัยแล้งหรือน้ำท่วม ดังนั้น การบริหารจัดการน้ำจึงต้องทำคู่ขนานกันไปทั้งการวางแผนนำน้ำไปใช้ประโยชน์ และการลดผลกระทบเมื่อน้ำมีมากเกินไปจนเกิดน้ำท่วม หรือเกิดสถานการณ์ขาดแคลนน้ำจนเกิดภัยแล้ง”

   “อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมา พื้นที่ภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นบริเวณที่แบกรับความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงที่สุดหากเกิดภัยพิบัติเกี่ยวกับน้ำ การวางแผนจัดการน้ำต้องตามให้ทันความเปลี่ยนแปลงและตอบโจทย์ 2 ปัจจัยเสี่ยงหลัก คือ การขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานกระจุกตัวอยู่หนาแน่น ชุมชนเมืองจึงเสี่ยงต่อภาวะน้ำท่วมขังมากขึ้น และอีกปัจจัยหนึ่ง คือ ความแปรปรวนของสภาพอากาศ ที่ทำให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมในพื้นที่ที่ไม่เคยท่วมมาก่อน”

   ทั้งนี้ ผศ.ดร.พงษ์ศักดิ์ ยังย้ำว่าความมั่นคงด้านน้ำ หรือ Water Security และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งถ้าทำได้ ย่อมทำให้นักลงทุนมั่นใจที่จะลงทุนและขยายฐานการผลิตในไทยด้วย

   ธุรกิจและชุมชน เส้นทางที่ต้องเดินไปด้วยกัน การวางแผนเพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันตามแนวคิด Private & Public Value Alignment เป็นอีกหนึ่งในหัวใจสำคัญของกรอบการจัดทำ “งบดุลความยืดหยุ่น” หรือ Resilience Balance Sheet ที่ Swiss Re แนะนำให้ภาคธุรกิจนำมาปรับใช้ เพื่อรับมือความเสี่ยงด้านน้ำและสภาพภูมิอากาศให้พ้นขอบเขตของแต่ละกิจการเพียงอย่างเดียว โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับ 3 ภาคส่วน “ภาคเอกชน ภาครัฐ และชุมชน” ไปพร้อมกัน

   สำหรับภาคเอกชนหรือธุรกิจ ต้องมุ่งมั่นลดความเสียหายทางกายภาพที่เกิดขึ้นจากภัยพิบัติให้น้อยลง ทำให้กิจการเปิดดำเนินการต่อได้เร็วขึ้นและลดจำนวนวันที่ต้องหยุดทำงาน ซึ่งถ้าทำได้ย่อมรักษาโอกาสและรายได้ของธุรกิจไม่ให้ได้รับผลกระทบหลังเกิดภัยพิบัติ โดยต้องทำควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน ป้องกันไม่ให้ประชาชนและแรงงานในพื้นที่ต้องสูญเสียแหล่งทำมาหากิน รายได้ หรืออาชีพจากภัยน้ำท่วมและภัยแล้ง ช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นมีความปลอดภัย ดำรงชีวิตได้อย่างปกติที่สุด และลดผลกระทบทางสังคมที่จะเกิดกับกลุ่มคนเปราะบางให้ได้มากที่สุด

   ส่วนภาครัฐ มีหน้าที่หนุนเสริมด้วยการปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่ให้หยุดชะงัก ขณะเดียวกัน ต้องช่วยเปลี่ยนจากการจ่ายงบประมาณชดเชยความเสียหายเฉพาะหน้า มาเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยสร้างความยืดหยุ่นและภูมิคุ้มกันน้ำในระยะยาว

   การเปลี่ยนผ่านจากวิกฤตน้ำ หรือ Water Crisis สู่การสร้าง ภูมิคุ้มกันน้ำ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการกู้ภัยหรือการตั้งรับหลังเกิดเหตุ แต่คือการเปลี่ยนกรอบความคิดจากการซ่อมแซมความเสียหายไปสู่การสร้างการเติบโตที่ยืดหยุ่น หรือ Resilient Growth เพราะทรัพยากรน้ำไม่ได้เป็นจำเลยที่ทำให้เกิดภัยพิบัติเท่านั้น ทว่า ในอีกด้าน ถ้าเราสามารถบริหารจัดการน้ำได้ น้ำ ย่อมกลายมาเป็นต้นทุนที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ให้คนในประเทศได้อย่างยั่งยืน

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News