mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เมย์แบงก์ถอดรหัสหุ้นไทยไตรมาส 4 เมื่ออัพไซต์ตลาดเริ่มจำกัด

+เกมลงทุนอยู่ที่การเลือกหุ้น ค้นหา “หุ้นเด่น” โค้งสุดท้ายของปี

ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4 ปี 2026 ยังอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากหลายด้าน ทั้งความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทิศทางอัตราดอกเบี้ย และ Bond Yield ที่ทรงตัวในระดับสูง ขณะเดียวกัน ปัจจัยภายในประเทศยังไม่ได้แข็งแรงมากพอที่จะผลักดันตลาดให้เกิดการ Re-rating อย่างชัดเจน ทำให้การลงทุนในช่วงโค้งสุดท้ายของปีอาจไม่ใช่จังหวะของการ “ซื้อทั้งตลาด” แต่เป็นช่วงที่การเลือก Sector และหุ้นรายตัวมีความสำคัญมากขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จึงระดมมุมมองจากทีมนักวิเคราะห์ นำโดย จักร เรืองสินภิญญา กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ เจษฎา เตชะหัสดิน นักวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจการเงิน และ บุณยกร อมรสังข์ นักวิเคราะห์กลุ่มบริการ ผ่านสัมมนาออนไลน์ “เจาะรหัสหุ้นไทย ไตรมาส 4: Finding the Next Winners” เพื่อประเมินทิศทางตลาด ปัจจัยที่ต้องจับตา และค้นหาหุ้นที่ยังมีศักยภาพเติบโตท่ามกลางตลาดที่ Upsideเริ่มจำกัด

 ภาพใหญ่ตลาดไทย: Upside ยังมี แต่ไม่ได้เปิดกว้างทั้งตลาด

เมย์แบงก์ปรับเป้าหมาย SET Index ปี 2026 ขึ้นเป็น 1,590 จุด จากเดิม 1,550 จุด แต่ยังคงมุมมอง Neutral เนื่องจากอัพไซต์ของตลาดโดยรวมไม่สูงมากนัก ขณะที่แรงสนับสนุนด้านกำไรของบริษัทจดทะเบียนยังไม่ได้กระจายตัวอย่างกว้างขวาง แม้ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดจะเห็นการปรับประมาณการกำไรขึ้นในบางส่วน แต่การปรับเพิ่มยังคงกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และพลังงานเป็นหลัก จึงยังต้องติดตามว่ากำไรของบริษัทในกลุ่มอื่นจะสามารถฟื้นตัวตามได้มากน้อยเพียงใด รวมถึงความเสี่ยงประมาณการกำไรของนักวิเคราะห์โดยรวมอาจถูกปรับลดลง หากปัจจัยพื้นฐานไม่เป็นไปตามที่ตลาดคาดหวัง

อีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญคืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรในหลายประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับมูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากเมื่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำให้ผลตอบแทนในระดับสูง หุ้นจึงจำเป็นต้องมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรหรือปัจจัยหนุนที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อรองรับระดับราคาหุ้น

ด้านเศรษฐกิจไทย เมย์แบงก์คาด GDP จะขยายตัว 2.4% ในปี 2026 และ 2.7% ในปี2027 โดยยังมีแรงสนับสนุนจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตดังกล่าวยังอยู่ในระดับจำกัด ขณะที่ขีดความสามารถทางการคลังของภาครัฐลดลงจากระดับหนี้สาธารณะที่สูงขึ้น ทำให้ข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่มีมากขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตาคือการลงทุนใน Data Center ซึ่งเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมา หากการทบทวนกฎเกณฑ์หรือขั้นตอนอนุมัติมีความเข้มงวดมากขึ้น อาจทำให้บางโครงการชะลอการลงทุน และส่งผลต่อธีมการลงทุนที่ตลาดเคยให้มูลค่าสูงไปก่อนหน้านี้

ภายใต้บริบทดังกล่าว เมย์แบงก์มองว่า กลยุทธ์การลงทุนในไตรมาส 4 ควรเน้นการปรับน้ำหนักการลงทุนระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมและการคัดเลือกหุ้นรายตัว มากกว่าการลงทุนตามทิศทางของดัชนี SET โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีแนวโน้มผลประกอบการชัดเจน มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว และราคาหุ้นยังสะท้อนปัจจัยบวกไม่เต็มที่ พร้อมคัด 3 กลุ่มเด่นและหุ้นที่น่าจับตาในช่วงโค้งสุดท้ายของปี

ธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค : Valuation เริ่มกลับมาน่าสนใจ

หลังราคาหุ้นในกลุ่มปรับตัวต่ำกว่าตลาดต่อเนื่องหลายปี เมย์แบงก์มองว่าปัจจัยลบจำนวนมากถูกสะท้อนในราคาแล้ว ขณะที่บางบริษัทยังมีพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่งและสามารถสร้างกำไรได้ต่อเนื่อง TIDLOR เด่นจากการขยายส่วนแบ่งตลาดและธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งมีเบี้ยประกันเติบโตเฉลี่ยราว 30% ต่อปี ขณะที่ NPL อยู่ที่ประมาณ 1.5% และมี Coverage Ratio ราว 3 เท่าKTC ยังแข็งแกร่งจากฐานธุรกิจบัตรเครดิต ส่วนแบ่งยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มเป็น 13.4% มีROA ประมาณ 8% และ D/E ราว 1.3 เท่า พร้อมแรงหนุนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลงและ Dividend Payout ที่เพิ่มขึ้นเป็น 55% MTC มีจุดแข็งจากพอร์ตสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่มีวงเงินต่อรายไม่สูง ช่วยให้บริหารการติดตามหนี้และควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี

ท่องเที่ยวและขนส่ง: การฟื้นตัวของกำไรยังมีแรงส่งต่อเนื่อง

กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่งยังมีแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนและตลาดระยะใกล้ การปรับขึ้นของราคาห้องพัก รวมถึงการกลับมาของตลาด MICE โดย AWC ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของ MICE และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ Land Bank สนับสนุนการขยายพอร์ตระยะยาว AOT มี Catalyst จากการปรับค่าบริการด้านการบิน โดยเมย์แบงก์ประเมินกำไรในช่วง 3 ปีข้างหน้ามีโอกาสเติบโตเฉลี่ยประมาณ 25% ต่อปี และคาด ROE ปี 2027 ราว 18%BA ยังได้แรงหนุนจากความต้องการเดินทางไปสมุยที่แข็งแกร่ง พร้อมจุดเด่นด้านเงินปันผล MINT เดินหน้าสู่ Asset-light Model มากขึ้น และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนธุรกิจบริหารโรงแรมเป็น 50% ภายในปี 2028 ช่วยให้ขยายธุรกิจได้โดยใช้เงินลงทุนน้อยลง

กลุ่มธุรกิจโรงพยาบาล: รายได้มีความมั่นคง พร้อมปัจจัยหนุนเฉพาะตัว

BH ได้แรงหนุนจากแนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง และยังมีลักษณะธุรกิจ Defensive ในภาวะตลาดผันผวน CHG มี Catalyst จากโอกาสปรับเพิ่มอัตราค่ารักษาพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้โรงพยาบาล ซึ่งหากมีความชัดเจนช่วงปลายปีจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ

3 กลุ่มที่ยังต้องเพิ่มความระมัดระวัง

เมย์แบงก์แนะนำให้เพิ่มความระมัดระวังต่อ กลุ่มสาธารณูปโภคและพลังงาน กลุ่มปิโตรเคมี และกลุ่มค้าปลีก กลุ่มโรงไฟฟ้าและสาธารณูปโภคถูกปรับมุมมองจาก Positive เป็น Neutral หลังราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังเรื่อง PDP และ Data Center ไปมากแล้ว ขณะที่การลงทุนจริงยังต้องใช้เวลา ด้าน Petrochemicals ยังเผชิญความเสี่ยงจาก Supply ใหม่และการฟื้นตัวของ Product Spread ที่ยังไม่ชัดเจน ส่วน Retail ยังถูกกดดันจากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ และมีความเสี่ยงหากแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นภาครัฐลดลง

เฟ้นหาหุ้นเด่นรอบใหม่: ตลาดยังมีโอกาส แต่ต้องเลือกให้แม่นยำกว่าเดิม

เมย์แบงก์มองว่า ตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปียังมีโอกาสลงทุน แต่การเลือกหุ้นจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยควรพิจารณาทั้งแนวโน้มการเติบโตของกำไรและระดับราคาหุ้นที่สะท้อนปัจจัยบวกไปแล้ว โอกาสยังคงอยู่ในหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว และระดับมูลค่าหุ้นยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ ขณะที่การบริหารความเสี่ยงและการกระจายน้ำหนักการลงทุนยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการจัดพอร์ตในภาวะที่ตลาดมีโอกาสปรับขึ้นในวงจำกัด

นักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลและบทวิเคราะห์จากทีมนักวิเคราะห์เมย์แบงก์ รวมถึงนำข้อมูลไปประกอบการวางแผนพอร์ตการลงทุนผ่านแอป Maybank Invest (MBI) ได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News