▪︎ เดินหน้าสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ครบวงจรในประเทศไทย
GAC Group (Guangzhou Automobile Group) ผู้ผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ชั้นนำระดับโลก ฉลองครบรอบ 3 ปีแห่งความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำด้านการขับเคลื่อนรถยนต์พลังงานใหม่ ในตลาดยานยนต์ไทย พร้อมชูความแข็งแกร่งระดับโลกและกลยุทธ์ "ONE GAC" เพื่อเดินหน้ายกระดับนวัตกรรม ฐานการผลิต และการบริการหลังการขาย มุ่งสร้างความมั่นใจและมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน
ความแข็งแกร่งระดับโลกของ GAC (GAC Global Strength)
ความสำเร็จของ GAC ในประเทศไทย ถือเป็นส่วนต่อขยายจากความยิ่งใหญ่ของแบรนด์บนเวทีโลก โดย GAC Group เป็นบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับอยู่ในทำเนียบ Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 14 ปี และสามารถสร้างประวัติศาสตร์ด้วย ยอดการผลิตสะสมทะลุ 30 ล้านคันภายในเวลาเพียง 29 ปี ซึ่งถือเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีนที่บรรลุเป้าหมายนี้ได้รวดเร็วที่สุด
โดยGAC มีศูนย์กระจายสินค้าและการให้บริการกว่า 3,200 แห่งทั่วโลก ขยายการเติบโตครอบคลุมตลาดกว่า 110 ประเทศและภูมิภาค บริษัทยังมีการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) สูงกว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีศูนย์ R&D 4 แห่ง และเครือข่ายบุคลากรด้าน R&D มากกว่า 6,800 คน จาก 15 ประเทศทั่วโลก ควบคู่ไปกับการมีโรงงานมากกว่า 20 แห่งทั่วโลก
++ รากฐานนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก (JV Tech Heritage)
รากฐานความสำเร็จอันมั่นคงและคุณภาพระดับโลกของ GAC เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์ผ่านการร่วมทุน (Joint Venture) และทำงานร่วมกับบริษัทรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่าง Honda (GAC Honda) และ Toyota (GAC Toyota) ความร่วมมือดังกล่าวช่วยเสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการ การผลิต และมาตรฐานคุณภาพระดับสากลให้กับ GAC และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ผลักดันให้มาตรฐานการพัฒนารถยนต์ของ GAC ก้าวสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง และเป็นจุดแข็งที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลกเสมอมา
++ กลยุทธ์ ONE GAC: การผสานความเป็นหนึ่งเดียวเพื่อผู้บริโภค (ONE GAC Strategy)
ทิศทางการเติบโตของ GAC ขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ ONE GAC 2.0 ซึ่งได้ประกาศเปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในงาน Bangkok International Motor Show กลยุทธ์ดังกล่าวเน้นย้ำถึงปรัชญาการทำงานที่ว่า "In Local, For Local, Integrated Locally, Serving Locally, Contributing Locally" เพื่อบูรณาการการดำเนินงานให้เข้ากับแต่ละภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง GAC มุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกที่ทรงอิทธิพล เป็นพันธมิตรที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและพึ่งพาได้สำหรับผู้บริโภคทั่วโลก
++ ก้าวสำคัญแห่งความสำเร็จของ GAC ตลอด 3 ปี ในประเทศไทย
ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย GAC Thailand ได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในทุกมิติ โดยมีตัวเลขความสำเร็จที่สะท้อนถึงความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างชัดเจน ดังนี้:
- ยอดจดทะเบียนสะสม: GAC ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจดทะเบียนรถยนต์สะสมสูงถึง 34,898 คัน (นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดในปี 2023 จนถึงเดือนสิงหาคม 2569)
- เครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุม: ขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการอย่างรวดเร็วถึง 73 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบความอุ่นใจและบริการที่เข้าถึงง่าย
- ศักยภาพการผลิตที่แข็งแกร่ง: โรงงานผลิตรถยนต์ในประเทศไทยดำเนินการผลิตอย่างเต็มกำลัง โดยมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุดถึง 50,000 คันต่อปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในประเทศและส่งออก
- การขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน: เดินหน้าขยายสถานีชาร์จทั้งในรูปแบบการลงทุนเองและร่วมมือกับพันธมิตร รวมกว่า 300 แห่ง พร้อมให้บริการหัวชาร์จเร็วแบบกระแสตรง (DC Fast Charge) มากกว่า 1,000 หัวจ่ายทั่วประเทศ *ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569
++ ปี 2023: GAC เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
GAC เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกันยายน ปี 2023 ด้วยการแนะนำ GAC AION Y Plus รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่เข้ามาทำตลาด และได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ต่อมาในเดือนพฤศจิกายนของปีเดียวกัน บริษัทได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ EVme Plus และ Gold Integrate เพื่อเปิดตัว GAC AION ES ซีดานไฟฟ้าที่เจาะกลุ่มเป้าหมายรถแท็กซี่และฟลีทบริการสาธารณะ นับเป็นก้าวสำคัญในการร่วมสร้างระบบนิเวศการขนส่งพลังงานสะอาดในไทย
++ ปี 2024: ปักหลักฐานการผลิต และเปิดตัวแบรนด์ลักชัวรี HYPTEC
ปีที่ 2 ของ GAC ในประเทศไทย คือการวางรากฐานที่แข็งแกร่งอย่างเป็นรูปธรรม ในเดือนกรกฎาคม 2024 ได้เปิดโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานใหม่แห่งแรกนอกประเทศจีนอย่างเป็นทางการ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง (พื้นที่ EEC) ด้วยกำลังการผลิตเริ่มต้น 20,000 คันต่อปี และมีขีดความสามารถในการผลิตสูงสุด 50,000 คันต่อปี เพื่อเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาสำหรับการจำหน่ายในประเทศและการส่งออก ควบคู่ไปกับการเปิดตัวศูนย์ฝึกอบรม GAC Thailand Training Center เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญของบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย
นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2024 GAC ได้บุกตลาดพรีเมียมด้วยการเปิดตัว GAC HYPTEC HT เอสยูวีไฟฟ้าสุดหรู ที่โดดเด่นด้วยระยะทางขับขี่สูงสุด 620 กิโลเมตร สถาปัตยกรรมไฟฟ้า 800V และกำลังชาร์จสูงสุด 280 kW ตอกย้ำความมุ่งมั่นในด้านโครงสร้างพื้นฐานด้วยการลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง GAC Thailand, GAC Energy และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในช่วงปลายปี เพื่อพัฒนาและขยายโครงข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
ก่อนจะขยายพอร์ตโฟลิโอเพิ่มเติมในเดือนพฤศจิกายนด้วยการเปิดตัว GAC AION V 602 Luxury เอสยูวีไฟฟ้า 100% ที่มาพร้อมกับดีไซน์สไตล์ Boxy สุดล้ำอันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง พร้อมตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ด้วยผลการประเมินระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP
++ ปี 2025: ขยายไลน์อัปผลิตภัณฑ์ รุกตลาดแมส และเดินหน้าการผลิตในประเทศ
พัฒนาการของ GAC ในประเทศไทยดำเนินมาถึงจุดก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ในช่วงไตรมาสแรกถึงกลางปี 2025 โรงงานประกอบรถยนต์ ณ นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ได้เริ่มเดินสายพานการผลิตรถยนต์แบบประกอบในประเทศ (CKD) อย่างเต็มรูปแบบ การเดินเครื่องผลิตในประเทศนี้ ไม่เพียงแต่สอดรับกับเงื่อนไขมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของภาครัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ GAC ในการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพในการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าชาวไทยได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
++ ปี 2025 ยังถือเป็นปีแห่งการขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์เชิงรุกเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง (Mass Market) อย่างแท้จริง
โดยมีการทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นในเดือนมิถุนายนด้วยการเปิดตัว GAC AION UT รถยนต์แฮทช์แบ็กไฟฟ้าขนาดคอมแพกต์ที่มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัย (Stylish Smart Compact Hatchback) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ เทคโนโลยี และความคล่องตัวในการใช้งาน ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีอัจฉริยะแบบครบครัน
จากนั้นในเดือนสิงหาคม GAC เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอรถยนต์พลังงานทางเลือก ด้วยการเปิดตัว GAC M8 PHEV รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรีขุมพลัง Plug-in Hybrid ซึ่งเข้ามาเติมเต็มตลาดรถยนต์ MPV พลังงานทางเลือกในประเทศไทย ตัวรถผสานความหรูหราเหนือระดับเข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน ADIMOTION PHEV ที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวลและประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มผู้บริหารระดับสูงและครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการเดินทาง
++ ปี 2026: ต่อยอดความสำเร็จตลอด 3 ปี พร้อมก้าวสู่ปีที่ 4 ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และขับเคลื่อนกลยุทธ์ "Thailand Action 2.0"
หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตลอด 3 ปีที่ผ่านมา GAC ยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2026 GAC ให้ความสำคัญสูงสุดกับการสร้างความมั่นใจและมอบความคุ้มค่าในระยะยาวให้แก่ลูกค้าชาวไทย ผ่านการประกาศกลยุทธ์ "Thailand Action 2.0" ในงาน Motor Show 2026 (เดือนมีนาคม) พร้อมเดินหน้ายกระดับผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ลูกค้าอย่างรอบด้าน พร้อมเปิดตัว GAC AION V 500 Premium รุ่นย่อยใหม่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ GAC ได้เดินหน้าแก้ปัญหา (Pain Point) และสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย ด้วยการเปิดตัวแบรนด์บริการ "GAC CARE" และโครงการ "GAC Easy Trade-in” (แคมเปญนำรถเก่าแลกรถใหม่)
ล่าสุดในเดือนสิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา GAC เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) ภายใต้แนวคิด "SMART LUXURY FOR EXECUTIVES" เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) ห้องโดยสารสะท้อนความหรูหราและสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส ด้วยเบาะนั่งแถวสองแบบ Dual Zero-Gravity ที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมฟังก์ชันผ่อนคลาย ผสานมิติเสียงสมจริงรอบทิศทางจากระบบเสียงระดับพรีเมียม YAMAHA 16 ลำโพง เพื่อมอบความเงียบสงบและสุนทรียภาพสูงสุดตลอดทุกการเดินทาง
จากความสำเร็จตลอด 3 ปีที่ผ่านมา GAC พร้อมเดินหน้าสู่ปีที่ 4 ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง ต่อยอดการสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ที่ครบวงจรในประเทศไทย พร้อมเติบโตเคียงข้างผู้บริโภคและสังคมไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็นพันธมิตรด้านยานยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว