นางฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความสำเร็จในการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกของปีว่า ภาพรวมธุรกิจประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) ของบริษัทสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีอัตราการเติบโตสูงถึง 18% ซึ่งทะลุเป้าหมายทั้งปีที่วางไว้ที่ 9.7% และเติบโตสวนทางกับภาพรวมอุตสาหกรรมที่ขยายตัวเพียง 3% ส่งผลให้บริษัทคาดการณ์ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมของกลุ่ม Non-Motor ในสิ้นปีนี้จะทะยานแตะระดับ 6,000 ล้านบาท จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 5,700 ล้านบาท
ปัจจุบันธุรกิจ Non-Motor คิดเป็นสัดส่วน 13% ของพอร์ตโฟลิโอรับประกันรวม ซึ่งความสำเร็จในครั้งนี้มีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด
ปัจจัยหนุนการเติบโตที่โดดเด่นการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่ผ่านมา มาจาก 2 ปัจจัยหลักที่สอดรับกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่
• กลุ่มประกันสุขภาพและอุบัติเหตุ: เติบโตอย่างแข็งแกร่งแม้เผชิญปัจจัยกดดันจากภาวะเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) โดยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) พุ่งสูงถึง 42% ในครึ่งปีแรก
• กลุ่มความคุ้มครองเสริมรถยนต์ (Motor Add-on): ทำผลงานโดดเด่นด้วยยอดขายที่ขยายตัวถึง 100% ผ่านกลยุทธ์การขายควบคู่กับประกันรถยนต์ ซึ่งสัดส่วนเบี้ยประกันยังไม่สูงแต่เติบโตได้ดี
• กลุ่มประกันภัยทรัพย์สินและความรับผิด (P&C): ขยายตัวกว่า 11% (สูงกว่าตลาดรวมที่โต 3.5%) โดยได้รับแรงหนุนจากความตื่นตัวของประชาชนต่อความเสี่ยงด้านภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมและแผ่นดินไหว
• กลุ่มประกันภัยบ้านและ SME: ประกันภัยบ้านเติบโต 29% ด้วยจุดเด่นเบี้ยประกันคงที่ 999 บาท ขณะที่ประกันภัยสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) แบบเบี้ยคงที่ 1,500 บาท ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม
กลยุทธ์เจาะตลาดและเป้าหมายชิงมาร์เก็ตแชร์ด้วยผลงานที่โดดเด่น ปัจจุบันวิริยะประกันภัยขยับขึ้นมาครองส่วนแบ่งการตลาด Non-Motor ในอันดับที่ 6 (4.7%) และตั้งเป้าหมายในการทะยานสู่อันดับ 5 ซึ่งจำเป็นต้องสร้างเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นอีกราว 1,000 ล้านบาท
• มุ่งส่งเสริมให้ตัวแทนนำเสนอผลิตภัณฑ์ Non-Motor ที่เข้าใจง่าย ควบคู่ไปกับการขายประกันรถยนต์อย่างต่อเนื่อง
• เตรียมปรับกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าเบี้ยประกันเฉลี่ยต่อรายการ (Ticket Size) จากระดับหลักร้อยบาท ขึ้นสู่ระดับ 2,000–3,000 บาท เพื่อสร้างรายได้และผลตอบแทนที่เหมาะสมและจูงใจยิ่งขึ้นแก่ตัวแทน
ยกระดับการบริหารความเสี่ยง มุ่งสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนแม้ความตระหนักรู้ด้านภัยพิบัติของประชาชนจะสร้างโอกาสทางธุรกิจ แต่บริษัทก็ให้ความสำคัญสูงสุดกับการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด โดยนางฐวิกาญจน์เน้นย้ำถึงการปรับกลยุทธ์ด้านการทำประกันภัยต่อ
• เพิ่มสัดส่วนและวงเงินการทำประกันภัยต่อในกลุ่ม P&C เพื่อกระจายความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่มีแนวโน้มเกิดบ่อยครั้งและรุนแรงขึ้น
• รักษาสมดุลในการบริหารช่องว่างความเสี่ยง เพื่อควบคุมต้นทุนค่าเบี้ยประกันภัยต่อให้อยู่ในระดับที่คุ้มทุน ไม่มากหรือน้อยจนเกินไป
สำหรับทิศทางในอนาคต วิริยะประกันภัยยืนยันจุดยืนที่จะไม่แข่งขันด้วยสงครามราคา (Price War) แต่จะมุ่งเน้นคุณภาพการให้บริการเพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในความคุ้มครองระยะยาว โดยตั้งเป้ารักษาการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป