+ฝั่งตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี) เปิดทดลองปลายปี 70 วิ่งจริงต้นปี 71
ข่าวดีแค่ 1 ปีเศษ รถไฟฟ้าสายสีส้ม เปิดใช้ คาดทดลองวิ่งสายตะวันออก (ช่วงศูนย์วัฒนธรรมฯ–มีนบุรี) ปลายปี 70 เปิดจริงต้นปี 71 หลัง รฟม. ต้อนรับ สบน.ศึกษาดูงาน บทบาทการจัดหาเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยพันธบัตร ESG Bond หนุน พร้อมวางแผนระดมทุนปี 69 ทะลุ 2.6 ล้านล้านบาท โดยใช้สำหรับสายสีส้มฝั่งตะวันตก 7.2 หมื่นล้านบาท
นายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการ รักษาการรองผู้ว่าการ (การเงิน) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้การต้อนรับ นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สบน. และสื่อมวลชน ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานและสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของ สบน. ในการระดมทุนผ่านพันธบัตรเพื่อสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance Bond : ESG Bond) เพื่อนำมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เป็นต้นแบบความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม สะท้อนการนำเงินลงทุนขับเคลื่อนระบบขนส่งมวลชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
โดย รฟม. ได้บรรยายสรุปภาพรวมการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทสำคัญของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ในฐานะระบบขนส่งมวลชนทางรางที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกให้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและบรรเทาปัญหาการจราจร ตลอดจนลดการใช้พลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการระดมทุนดังกล่าว
การศึกษาดูงานในครั้งนี้ จึงนับเป็นโอกาสอันดีในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารเงินทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในการขับเคลื่อนโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและสังคมโดยรวมต่อไป ติดตามข้อมูลข่าวสาร รฟม. เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ รฟม. และเฟซบุ๊กแฟนเพจการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทรศัพท์ 0 2716 4044
ทั้งนี้ นางจินดารัตน์ กล่าวถึงความคืบหน้าการระดมทุนสำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ว่า มีความต้องการใช้วงเงิน 72,000 ล้านบาท ขณะนี้ สบน. ได้ใช้แนวทางการกู้เงินระยะสั้น (Term Loan) ตามความต้องการของการก่อสร้างในแต่ละปี และเมื่อสะสมวงเงินถึงระดับที่เหมาะสมแล้ว จึงจะดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้เป็นระยะยาวในรูปแบบ (Sustainability-Linked Bond) หรือ SLB เช่นเดียวกับที่เคยดำเนินการในรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ต่อไป
สำหรับ แผนการระดมทุนของ สบน. ในปีงบประมาณ 2569 ตั้งเป้าหมายวงเงินรวมไว้ที่ 2.6 ล้านล้านบาท โดยสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่ง หรือ 1.3 ล้านล้านบาท จะเป็นการระดมทุนผ่านหนี้ระยะยาวในรูปแบบพันธบัตรรัฐบาล (Loan Bond) พันธบัตรออมทรัพย์ (Savings Bond) และพันธบัตรเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond)
นอกจากนี้ สบน. ยังเดินหน้าออก พันธบัตรส่งเสริมความยั่งยืนหรือ SLB เพื่อใช้กู้ชดเชยการขาดดุล ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการออกไปแล้วประมาณ 400,000 ล้านบาท โดยมีการกำหนดตัวชี้วัด (KPI) 2 เรื่องหลักคือ การลดการปล่อยคาร์บอน และการเพิ่มยอดจดทะเบียนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) สำหรับในปีนี้ สบน. มีแผนจะออก SLB รวมทั้งสิ้นประมาณ 180,000 ล้านบาท โดยจะเป็นการออกรุ่นใหม่วงเงิน 30,000 ล้านบาท
โดยในระยะต่อไป สบน. มีแผนจะเพิ่มวงเงิน SLB มากขึ้น โดยอยู่ระหว่างร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อพัฒนาตัวชี้วัด (KPI) ใหม่ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) อย่างไรก็ตาม การนำตัวชี้วัดนี้มาใช้ถือว่ามีความท้าทายและต้องพิจารณาความเป็นไปได้อย่างรอบคอบ เนื่องจากหากดำเนินการไม่บรรลุเป้าหมายตาม KPI ที่ตั้งไว้ จะส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนการกู้เงินของประเทศสูงขึ้นตาม