mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ตามคาด พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มจร ต่อเป็นสมัยที่ 3

พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร ในฐานะเลขานุการสภามหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิย. คณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยที่ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัยโดยมีพระพรหมบัณฑิต อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ในฐานะกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายบรรพชิต เป็นประธานคณะกรรมการสรรหา พร้อมด้วยคณะกรรมการทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์รวม 7 ท่านได้ประชุมกันมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เสนอชื่อ พระพรหมวัชรธีราจารย์ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ วันจันทร์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กทม. รองแม่กองบาลีสนามหลวง รองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ รองเจ้าคณะภาค 5 สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 9 ประโยค (ป.ธ.9) ปริญญาตรีด้านการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ปริญญาโทรุ่นที่ 1 ด้านพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (พธ.ม.,มจร) และปริญญาเอกด้านปรัชญา จากมหาวิทยาลัยพาราณาสี ประเทศอินเดีย ตำแหน่งทางวิชาการ เป็นศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาปรัชญา คณะพุทธศาสตร์ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และให้เสนอชื่อเพื่อให้สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบต่อไป

และในวันนี้ (24 มิย.) เวลา 13.00 น.สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยได้มีการประชุมครั้งที่ 6/2569 ประจำเดือนมิถุนายน ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ พระพรหมวัชรธีราจารย์ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและให้ฝ่ายเลขานุการสภามหาวิทยาลัยดำเนินการเพื่อให้สมเด็จพระสังฆราชทรงมีพระบัญชาแต่งตั้งอธิการบดี ต่อไป

พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวต่อไปว่าการสรรหาอธิการบดีในครั้งนี้ เป็นไปตามข้อบังคับใหม่ปี พ.ศ.2569 ที่สอดรับกับระบบธรรมาภิบาล คือ มีกรรมการสัดส่วนจากกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งฝ่ายบรรพชิต เช่น พระพรหมบัณฑิต และพระพรหมโมลี เป็นกรรมการ มีพระเถระที่มีตำแหน่ง หรือเคยดำรงตำแหน่งตั้งแต่เจ้าคณะภาคขึ้นไป มีพระพรหมวขิรานุวัตร เป็นกรรมการ มีกรรมการจากสัดส่วนสภาวิชาการที่เป็นผู้บริหารระดับสูง แต่ต้องไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดี มีพระสุธีรัตนบัณฑิต และพระราชญาณวชิรเวที เป็นกรรมการ ส่วนคฤหัสถ์นั้น ศาสตราจารย์ พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ มาจากสัดส่วนกรรมการสภาฯผู้ทรงคุณวุฒิ พลตรีไชยนาท ญาติฉิมพลี มาจากสัดส่วนสมาคมศิษย์เก่า มจร รวมเป็นคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีที่สภามหาวิทยาลัยคัดเลือกและแต่งตั้ง

ประเด็นถัดมา คือ มหาวิทยาลัยมีวาระการดำรงตำแหน่งของอธิการบดีหรือไม่ เรื่องนี้เมื่อมี พรบ.มจร ปีพ.ศ.2540 พระมหาเถระที่ไปตอบคำถามนี้ในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรใด้อธิบายไว้ว่า มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง จะต้องมีอัตลักษณ์ เอกลักษณ์เฉพาะ เช่น อธิการบดี คณบดี ผู้อำนวยการสำนัก เป็นต้น ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเหล่านี้จะต้องเป็นพระ(บรรพชิต)เท่านั้น ในสัดส่วนของบุคลากรผู้ปฎิบัติหน้าที่ในมหาวิทยาลัยนั้น จะต้องเป็นพระสงฆ์อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ คฤหัสถ์ 40 เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตพระสงฆ์อาจจะมีน้อย หายาก ยิ่งเป็นพระเถระนักบริหารและมีบารมีในส่วนแวดวงสงฆ์ก็มีงานให้ปฎิบัติในกิจการงานคณะสงฆ์มากพออยู่แล้ว จึงอาจจะมีข้อจำกัดในส่วนของมหาวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งเป็นส่วนจัดการศึกษาที่จะต้องอาศัยทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ วัตรปฎิบัติ วิสัยทัศน์ และบารมีจากพระมหาเถระในการนำพามหาวิทยาลัยให้เจริญก้าวหน้าต่อไป จึงเห็นควรเปิดกว้างไว้ว่า อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ไม่ควรจำกัดวาระ เช่นให้ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระหรือ 8 ปีเป็นต้น เหมือนอย่างที่มหาวิทยาลัยทางโลกกำหนดไว้ พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ. 2540 จึงเปิดกว้างไว้เพื่อประโยชน์ดังกล่าว ประเด็นสุดท้ายนั้น พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวว่า ด้วยองคาพยพใหญ่ของ มจร มีวิทยาเขต 12 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 27 แห่ง หน่วยวิทยบริหาร 4 แห่ง สถาบันสมทบในต่างประเทศอีก 5 แห่ง รวมผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนิสิตในแต่ละปีการศึกษาไม่ต่ำกว่า 25,000 รูปหรือคน งบประมาณในการบริหาร จัดการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เป้าหมายและยุทธศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ก็ไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งในงบประมาณส่วนนี้กว่าครึ่งหนึ่งมหาวิทยาลัยต้องบริหารจัดการในการหารายได้มาบริหารเอง จึงเป็นภาระหนักไม่ใช่น้อยในการบริหาร มจร ประกอบกับโลกการศึกษาที่เปลี่ยนไป อย่างรวดเร็วพร้อมกับโลกใหม่ โลกแห่ง AI แนวคิดคนรุ่นใหม่และการแข่งขันที่สูงในทุกๆด้าน การเปลี่ยนผ่านมหาวิทยาลัยสู่มหาวิทยาลัยดิจิตัล (Digital University)และการปรับเปลี่ยนบทบาทจากสถาบันการศึกษาดั้งเดิมไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้เชิงพุทธอย่างยั่งยืน

ดังนั้นความท้าทายของ มจร จะยืนอยู่บนจุดไหน อย่างไร บนความต้องการใหม่  สนองตอบคนรุ่นใหม่ สนองตอบผู้มาศึกษาจากต่างชาติและชาวพุทธที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน (แต่ต้องไม่ละทิ้งคนรุ่นกลางและหลวงพี่ หลวงพ่อ หลวงตา เณรน้อย แม่ชี นักบวชหญิง เป็นต้น) โลกการศึกษาใหม่ เทคโนโลยีที่ทันสมัย พร้อมทั้งระบบ AI ที่เข้ามามีบทบาท จะทำอย่างไร และจะรักษาเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ของความเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ไว้ได้อย่างไร ท่ามกลางโลกและความต้องการที่ผันผวนในทุกเวลารวมทั้ง ปริมาณของนิสิตก็ต้องให้ความสำคัญด้วยเช่นกันในขณะที่ประชากรลดลงท่ามกลางภาวะแห่งการแข่งขันทางการศึกษา และพร้อมกันนั้น คุณภาพของบัณฑิตที่ผลิตออกไปสู่คณะสงฆ์และประเทศชาติยังจะตอบโจทย์ในปรัชญาการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๖๙ ที่ว่า

   "จัดการศึกษาพระพุทธศาสนา บูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ และใช้พุทธนวัตกรรม สำหรับผลลัพธ์การเรียนรู้ ที่มุ่งผลิตบัณฑิต ให้มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเพียบพร้อมด้วยปัญญาและคุณธรรม เพื่อพัฒนาจิตใจและสังคม" อยู่หรือไม่ ทางข้างหน้าล้วนแต่ท้าทายแห่งการดำรงอยู่และก้าวย่างต่อไปของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทั้งสิ้น

อธิการบดี มจร จึงไม่ใช่ใครก็ได้ ดังนั้นประชาคมชาว มจร จึงยินดีต้อนรับ ตอบรับในการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 3 ของพระพรหมวัขรธีราจารย์ เป็นอย่างยิ่ง เพราะ 2 สมัย 8 ปีที่ผ่านมาที่ท่านรับไม้ต่อจากพระมหาเถระที่สร้างและวางรากฐานไว้ดีแล้วคือพระพรหมบัณฑิต สำหรับพระพรหมวัชรธีราจารย์ นั้นได้นำพาองค์กรไปได้ไกลมากแล้วและกำลังจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี ทุกท่าน ทุกภาคส่วนจึงยอมรับและเห็นตรงกันกับคณะกรรมการสรรหาและสภามหาวิทยาลัยว่าควรจะให้ท่านได้ดำเนินนโยบายและสานงานต่อเพื่อสร้างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยยุคใหม่ให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป พระเทพวัชรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News