mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

คปภ. ต่อยอดความสำเร็จ “Road Safety จังหวัดต้นแบบถนนปลอดภัย” ผนึกกำลัง 4 จังหวัด “ปราจีนบุรี - นครสวรรค์ - นครนายก - สุพรรณบุรี” สร้างโมเดลลดอุบัติเหตุเชิงพื้นที่

คปภ. ต่อยอดความสำเร็จ “Road Safety จังหวัดต้นแบบถนนปลอดภัย” ผนึกกำลัง 4 จังหวัด “ปราจีนบุรี - นครสวรรค์ - นครนายก - สุพรรณบุรี” สร้างโมเดลลดอุบัติเหตุเชิงพื้นที่ ชูแนวคิดหยุดความสูญเสียบนถนนไทย ด้วยการขับเคลื่อนชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) นำโดย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. ร่วมกับ จังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ภาคธุรกิจประกันภัย และสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดงานแถลงข่าว “Road Safety จังหวัดต้นแบบถนนปลอดภัย” ภายใต้โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 โดยมีผู้บริหารสำนักงาน คปภ. หน่วยงานภาครัฐ ภาคธุรกิจประกันภัย ภาคประชาสังคม สถาบันวิชาการ สื่อมวลชน เข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพมหานคร

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวเปิดงานและปาฐกถาในหัวข้อ “เดินหน้าโครงการความปลอดภัยต่อเนื่อง ขยายพื้นที่ ขยายความร่วมมือสู่ 4 จังหวัด” โดยมีใจความสำคัญว่า อุบัติเหตุทางถนนยังคงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อประเทศอย่างรุนแรง ทั้งในมิติของการสูญเสียชีวิต ทรัพยากรมนุษย์ และมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยในปี 2568 ประเทศไทยมีอุบัติเหตุสะสมกว่า 875,199 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตกว่า 12,508 ราย และกว่าร้อยละ 80 เป็นผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15–29 ปี สะท้อนการสูญเสียกำลังสำคัญของประเทศในระยะยาว ขณะที่ในปี 2569 เพียงระยะเวลา ไม่ถึง 4 เดือน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 4,315 ราย หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 ราย สำนักงาน คปภ. จึงผลักดันให้ “ระบบประกันภัย” เป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงของประเทศ โดยไม่เพียงทำหน้าที่เยียวยาความสูญเสีย แต่ยังมีบทบาทเชิงรุกในการป้องกันอุบัติเหตุผ่านการสร้างการรับรู้ การปรับพฤติกรรม และการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดมาตรการที่เหมาะสม
จากผลการดำเนินงานในพื้นที่นำร่องจังหวัดปราจีนบุรีในปีที่ผ่านมา พบว่าการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ สามารถยกระดับความปลอดภัยทางถนนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้พัฒนาโมเดล “4 กลยุทธ์ 7 มาตรการลดอุบัติเหตุ” ซึ่งครอบคลุมทั้งการสื่อสารสาธารณะ การสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาเยาวชนต้นแบบ การมีส่วนร่วมของภาคอุตสาหกรรม และการปรับปรุงจุดเสี่ยงเชิงกายภาพ ส่งผลให้การรับรู้เรื่องประกันภัยรถภาคบังคับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ ในกลุ่มเยาวชนที่มีการทำประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 39 และจำนวนผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตมีแนวโน้มลดลง

สำหรับปี 2569 สำนักงาน คปภ. จะขยายผลการดำเนินงานสู่ 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี เพื่อพัฒนา “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” โดยใช้แนวคิด Data – Knowledge – Measure เป็นกรอบในการขับเคลื่อน เน้นการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการระบุความเสี่ยง การพัฒนาองค์ความรู้ร่วมกับชุมชน และการทดลองใช้มาตรการจริงในพื้นที่ เพื่อให้สามารถขยายผลในระดับประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ความสำเร็จของโครงการขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจังหวัดในฐานะเจ้าของพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ซึ่งสำนักงาน คปภ. คาดหวังว่าโครงการนี้จะนำไปสู่การพัฒนาฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ รูปแบบการดำเนินงาน และนโยบายที่สนับสนุนบทบาทของระบบประกันภัยในการป้องกันและเยียวยาผู้ประสบภัยได้อย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ร่วมบรรยายในหัวข้อ “ความสำคัญของการดำเนินงานด้านความปลอดภัยทางถนน มุ่งเป้าลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตเป็นศูนย์ทั่วประเทศ” โดยสะท้อนภาพรวมของสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยที่ยังคงอยู่ในระดับน่ากังวล และจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเป็นระบบ

ดร.สุเมธ องกิตติกุล ระบุว่า อุบัติเหตุทางถนนสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 500,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ในปี 2568 อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนยังคงสูงกว่าเป้าหมาย อยู่ที่ 8.39 คนต่อแสนประชากร โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ปีใหม่และสงกรานต์ ซึ่งมีการเดินทางจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการที่ใช้ในช่วงเวลาปกติยังไม่เพียงพอในการควบคุมความเสี่ยงในช่วงเทศกาล ทั้งนี้ ปัจจัยของการเกิดอุบัติเหตุยังคงวนซ้ำอยู่ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ “คน รถ ถนน” โดยเฉพาะปัจจัยด้านคน ซึ่งพบว่าผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากการขับขี่รถจักรยานยนต์กว่าร้อยละ 89 ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ ขณะที่ด้านรถพบปัญหาการขาดต่อทะเบียนและการตรวจสภาพ ส่งผลให้มีรถจักรยานยนต์กว่า 16 ล้านคันที่ทะเบียนขาด และกว่า 15 ล้านคันอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง รวมถึงด้านถนนที่ยังมีเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นที่มีความปลอดภัยเพียงพอสำหรับผู้ใช้ถนน นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายยังไม่ครอบคลุมและต่อเนื่องเพียงพอในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ขับขี่ โดยได้มีการขยายผลการดำเนินงานสู่ 5 พื้นที่ ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครสวรรค์ นครนายก และสุพรรณบุรี เพื่อพัฒนา “ชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัย” ที่สะท้อนบริบทความเสี่ยงที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยพบว่า “ผู้สูงอายุ” เป็นกลุ่มเสี่ยงสำคัญในหลายจังหวัด ขณะที่บางพื้นที่ เช่น จังหวัดปราจีนบุรี กลุ่มวัยทำงานกลับเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงจากอุบัติเหตุขนาดใหญ่

ดร.สุเมธ องกิตติกุล กล่าวเพิ่มเติมว่า ทีมวิจัยจะลงพื้นที่เพื่อจัดทำข้อมูลจุดเสี่ยงและกลุ่มเสี่ยงในระดับชุมชน พร้อมจัดตั้งคณะทำงานในพื้นที่ เพื่อร่วมกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละจังหวัด และสร้างแกนนำชุมชนในการสื่อสารและรณรงค์ด้านความปลอดภัย โดยมีเป้าหมายให้มาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนสามารถเกิดขึ้นได้จริงในระดับชุมชน และขยายผลสู่ระดับประเทศอย่างยั่งยืน

“จากผลลัพธ์ดังกล่าว สำนักงาน คปภ. ได้ดำเนินการต่อยอดขยายผลโครงการในปี 2569 สู่ 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี นครสวรรค์ นครนายก และสุพรรณบุรี ซึ่งแต่ละจังหวัดมีบริบทพื้นที่ที่แตกต่างกัน ทั้งพื้นที่อุตสาหกรรม ย่านพาณิชยกรรม เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างเมือง และพื้นที่เกษตรกรรม ความหลากหลายดังกล่าวจะช่วยให้คณะผู้วิจัยจากมูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) สามารถพัฒนาชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยที่ตอบโจทย์ปัญหาได้ตรงจุด และยกระดับสู่โมเดลเชิงนโยบายในระดับประเทศต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะมุ่งเชื่อมโยงเข้ากับแผนพัฒนาจังหวัด แผนป้องกันและลดอุบัติเหตุ ทางถนน รวมถึงกลไกคณะกรรมการในระดับพื้นที่ที่มีอยู่เดิม เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างบูรณาการ ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการเชิงระบบในระดับจังหวัดและชุมชน” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย

ทั้งนี้ สามารถติดตามความคืบหน้าโครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569 ได้ที่เพจ “Road Safety จังหวัดต้นแบบถนนปลอดภัย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News