mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กรุงศรีเผยผลกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2569 จำนวน 8.62 พันล้านบาท

- สะท้อนวินัยการดำเนินงานตามกลยุทธ์องค์กร

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิจำนวน 8,618 ล้านบาท เติบโต 14.4% จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรวมงบการเงินของ TIDLOR

ในไตรมาสแรกของปี 2569 เงินให้สินเชื่อรวมลดลง 1.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลมาจากการชำระคืนเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลขณะที่อุปสงค์สำหรับสินเชื่อในประเทศอ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในอาเซียนยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อขยายตัวได้ถึง 2.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยชดเชยอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอในประเทศได้

สรุปผลประกอบการและฐานะการเงินที่สำคัญสำหรับไตรมาสแรกของปี 2569: 

    กำไรสุทธิ จำนวน 8,618 ล้านบาท ในไตรมาสแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 14.4% หรือจำนวน 1,085 ล้านบาท จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย ทั้งนี้ การขยายตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิสะท้อนอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อที่สูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ภายหลังการรวมงบการเงินของ TIDLOR รวมถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

    เงินให้สินเชื่อรวม ลดลง 1.2% หรือจำนวน 22,805 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและความต้องการสินเชื่อในประเทศที่อ่อนแอลง ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อภายในประเทศปรับลดลง 1.4% อย่างไรก็ตาม ธุรกิจในอาเซียนยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อเติบโตได้ถึง 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนประโยชน์จากการกระจายฐานธุรกิจด้านภูมิศาสตร์ และชดเชยอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอภายในประเทศ

    เงินรับฝาก ลดลง 1.8% หรือจำนวน 31,773 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของสัดส่วนเงินรับฝากประจำที่มีต้นทุนสูง สุทธิบางส่วนกับการเพิ่มขึ้นของเงินรับฝากประเภทออมทรัพย์และจ่ายคืนเมื่อทวงถาม (CASA) การปรับตัวดีขึ้นของโครงสร้างเงินฝากดังกล่าวสะท้อนกลยุทธ์การบริหารสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินเชิงรุกและรอบคอบระมัดระวัง ที่มีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนทางการเงินและเสริมสร้างความสามารถในการทำกำไร ท่ามกลางอุปสงค์ต่อเงินให้สินเชื่อที่ชะลอลงและสภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลง

    ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 4.61% ปรับตัวดีขึ้นจาก 4.10% ในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินให้สินเชื่อที่สูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการรวมพอร์ตสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงของ TIDLOR

    รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 18.4% หรือ 2,179 ล้านบาท จากไตรมาสแรกของปี 2568 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ซึ่งสะท้อนผลการดำเนินงานทั้งในส่วนของธนาคารและ TIDLOR รวมถึงกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน หนี้สูญรับคืนจากโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” และกำไรจากเงินลงทุน

    อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ ปรับตัวดีขึ้นที่ 45.2% เทียบกับ 45.7% ในไตรมาสแรกของปี 2568 สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การดำเนินงานของธนาคาร

    อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) อยู่ที่ 3.34% ขณะที่อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อรวมปรับตัวอยู่ที่ 240 เบสิสพอยท์ ในไตรมาสแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับ 211 เบสิสพอยท์ ในไตรมาสแรกของปี 2568 ทั้งนี้ อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพปรับเพิ่มสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 132.3%

    อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (ของธนาคาร) อยู่ที่ 20.65% เทียบกับ 20.69% ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลก และความเปราะบางเชิงโครงสร้างในประเทศ กอปรกับแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยภายหลังการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้ง กรุงศรี กรุ๊ป ยังคงสามารถส่งมอบผลประกอบการที่น่าพอใจในไตรมาสแรกของปี 2569 สะท้อนวินัยในการขับเคลื่อนกลยุทธ์หลักของธนาคารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประกอบด้วย กลยุทธ์การเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การบริหารจัดการสินทรัพย์และหนี้สินอย่างมีประสิทธิภาพ การควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบระมัดระวัง”

“ในระยะข้างหน้า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ พื้นที่ทางการคลังที่ค่อนข้างจำกัด ตลอดจนความท้าทายเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาความสามารถในการแข่งขันในบางอุตสาหกรรม ปัจจัยเหล่านี้อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงขาลงต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี   ทั้งนี้ ในปี 2569 ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5-1.7%” นายเคนอิจิกล่าว

“ภายใต้ฉากทัศน์ของความเสี่ยงทางเศรษฐกิจมหภาคที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากผลกระทบของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นล่าสุดในตะวันออกกลาง  พร้อมด้วยนโยบายบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบระมัดระวัง กรุงศรีได้ดำเนินการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เชิงรุกในไตรมาส 1/2569 ซึ่งครอบคลุมการกันสำรองเพิ่มเติมตามดุลยพินิจของฝ่ายจัดการ (Management Overlays)”

ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 กรุงศรี ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.91 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.70 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.61 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 336.02 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 20.65% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของคิดเป็น 16.37%

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News