▪︎ ขับเคลื่อนโครงการMega-Scale ทั่วประเทศ สร้างย่าน สร้างเมือง สร้างอนาคต
- Mega-scale Urban Transformation Projects นำโดย เมกะโปรเจกต์ “เมืองที่ดีที่สุดแห่งอนาคต” ย่านรังสิตบนที่ดิน 750 ไร่ พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด
▪︎ โครงการมิกซ์ยูส “Central GR9” (เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์) ดันศักยภาพย่าน CBD พระราม 9
▪︎ ประกาศสร้างย่านใหม่ลาดพร้าว-พหลโยธิน เป็น “The Central District” ผนึกกำลังซื้อ Central Ladprao และ The Central พหลโยธิน
- มิกซ์ยูสใหม่ปี 69 พร้อมเปิดศูนย์การค้า Central Khonkaen Campus ปักหมุด 20 พ.ค. 69 และ Central Northville เตรียมเปิด ก.ค. 69 นี้
- พลิกโฉม Landmark Masterplans ที่กรุงเทพฯ ตะวันออก เตรียมพบกับ ‘The New Central Bangna’ ปลายปี 69 และเมืองท่องเที่ยวสำคัญพลิกโฉม ‘Central Chiangmai Airport’ ขนทัพแบรนด์ดังอีกเพียบ และ ‘Central Phuket’ แผนขยายและปรับโฉมขึ้นแท่น The World’s Luxury Destination ที่ดีที่สุดนอกกรุงเทพฯ
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ตอกย้ำความสำเร็จโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่ขยายอิมแพคครอบคลุมทุกมิติทั่วประเทศ โดยภายในงานแถลงข่าวประจำปี 2569 ประกาศวิสัยทัศน์ ‘A Future-Led Ecosystem’
การพัฒนาแห่งอนาคต เผย Landmark Masterplans ของเมกะโปรเจกต์ในกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ภูเก็ต และขอนแก่น พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กรุงเทพฯ และประเทศไทยสู่ระดับโลก รวมถึงแผนขยายโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ทั้งออฟฟิศ, โรงแรม และที่อยู่อาศัยที่เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
รับชมวิดีโอ คลิก https://youtu.be/ZAtWAsEZ-2Q?si=pgIXjBTVnfFBeLMS , https://youtu.be/10xPJKjGNzk?si=kK7LSlZzaRG3vlXW
นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มบจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา ภูมิใจที่การพัฒนาโครงการต่างๆ ของเราได้มีส่วนสร้างย่าน สร้างเมือง สร้างประเทศ ภายใต้การบุกเบิกโมเดลธุรกิจ Retail-Led Mixed-Use Development ที่ได้ประกาศไว้ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนตลอด 45 ปี โดยมีโครงการรวมทั้งสิ้น 142 โครงการ ประกอบด้วย 45 ศูนย์การค้า, 16 คอมมูนิตี้มอลล์, 11 อาคารสำนักงาน, 17 โรงแรม และ 53 โครงการที่อยู่อาศัย ครอบคลุมทุกมิติของการใช้ชีวิต
โดยเรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผน 5 ปี มูลค่า 110,000 ล้านบาท (ปี 2569–2573) และคาดว่าจะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มขึ้นเป็น 33 โครงการภายในปี 2573 โดยบริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ทั้งได้มีส่วนสร้างงานและกระจายรายได้ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำรวมกว่า 1.5 ล้านตำแหน่ง และเดินหน้าสู่ Net Zero 2050 ตามแผนที่ได้ประกาศไว้”
นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์แรกเริ่มของเซ็นทรัลพัฒนาที่มุ่งสร้างความเจริญให้ประเทศ เราได้พัฒนาศูนย์การค้าให้เป็น Centre of Life ของทุกชุมชน วันนี้เราต้อง ‘มองอนาคตให้ใกล้กว่าเดิม’ เพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสของเราระดับ Mega-scale Urban Transformation Projects จึงเป็นการสร้าง ‘เมืองคุณภาพชีวิตที่ดี’ สร้าง A Future-Led Ecosystem และพร้อมประกาศ Landmark Masterplans เพื่อยกระดับการพัฒนาเมือง ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ และประเทศไทยสู่ระดับโลก
เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ เราได้พัฒนาเมืองตาม Strategic Ring ครอบคลุมทุกมุมเมือง สร้างศูนย์กลางการใช้ชีวิตและโครงข่ายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่ย่าน Super Core CBD ที่มีทั้ง centralwOrld, Central Embassy และ Central Park แลนด์มาร์กใหม่ระดับโลก เชื่อมชิดลม-ราชประสงค์-สีลม-พระราม 4 พร้อมแผนต่อเนื่องสู่พระราม 1 เพื่อยกระดับกรุงเทพฯ สู่ Global Magnet ขณะเดียวกันเรายังขยายศักยภาพไปยังย่านพระราม 9 และลาดพร้าว–พหลโยธิน รวมถึงการพลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือด้วยการสร้างเมืองที่ดีที่สุดแห่งอนาคตระดับที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เราเคยพัฒนา”
Mega-scale Urban Transformation Projects ผลักดันศักยภาพสร้างย่าน CBD ทุกมุมของกรุงเทพฯ
▪︎ 1) เมกะโปรเจกต์ “เมืองแห่งอนาคต” พลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ด้วยแนวคิด – The Future Vision of Urban Living กับโครงการใหม่ย่านรังสิต ซึ่งเป็น Mega Project ที่ใหญ่ที่สุดของเซ็นทรัลพัฒนาและกลุ่มเซ็นทรัล โดยตั้งอยู่บนที่ดินขนาดใหญ่ 750 ไร่ ติดถนนพหลโยธิน, ทางด่วน โทลล์เวย์และมอเตอร์เวย์ M6 (บางปะอิน–โคราช) และใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดง (รังสิต–ธรรมศาสตร์) ใกล้สถานศึกษาใหญ่ (ม.ธรรมศาสตร์, ม.กรุงเทพ, และม.รังสิต) โดยโครงการมีเป้าหมายยกระดับทั้งคุณภาพชีวิตและนิยามใหม่ของเมืองแห่งอนาคต พัฒนาจากการศึกษาเมืองน่าอยู่ทั่วโลก Global Livable Cities จึงออกแบบตามหลัก Livable Urban Design ได้แก่ Nature-Integrated Living: เมืองที่มีพื้นทีสีเขียวขนาดใหญ่ และพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริม Well-Being & Longevity; Multi-Generational Living: เมืองที่มี Infrastructure ที่ดี รวมถึงการออกแบบที่เป็น Universal Design รองรับการใช้ชีวิตของผู้คนทุกช่วงวัย; Sustainable Living: เมืองที่ให้ความสำคัญกับ ความยั่งยืน มีระบบการจัดการเมืองที่ดี; Walkable & Connected Living: เมืองที่ผู้คนสามารถเดินได้จริง ลดการใช้พาหนะ และลดมลพิษ โดยมุ่งเป็น “เมืองที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน” อีกทั้งยังมีศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการใช้ชีวิต โดยมี Super Regional Mall เป็นหัวใจสำคัญที่สร้างอาชีพรองรับผู้คนจำนวนมาก
▪︎ 2) โครงการมิกซ์ยูส Central GR9 (เซ็นทรัล จีอาร์ไนน์) – The Future District ยกระดับศักยภาพย่านพระราม 9 สู่ Well-Established CBD แห่งอนาคต โดยชื่อ Central GR9 ได้ถูกตั้งเป็นชื่อย่านทั้งหมดบนที่ดิน 73 ไร่ มีพื้นที่ทั้งโครงการรวม (GBA) 1.1 ล้าน ตร.ม. ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9, และอาคารออฟฟิศ 3 อาคาร ได้แก่ G Tower, R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Tower โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กลางของธุรกิจ การใช้ชีวิต และโอกาสทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ในเฟสแรก จะพลิกโฉมเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล โดยมีกำหนดทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571 และในเฟสต่อๆ ไปมีแผนพัฒนา Residence และองค์ประกอบอื่น เพื่อผลักดันย่านพระราม 9 เป็น The Future District ที่ผสานทุกมิติของชีวิตเมืองอย่างสมบูรณ์แบบ
▪︎ 3) ผนึกกำลังสร้างย่านครั้งยิ่งใหญ่ “The Central District” เชื่อมลาดพร้าว-พหลโยธิน เตรียมพลิกโฉม “Central Ladprao” ควบคู่กับการพัฒนา “The Central” พหลโยธิน เพื่อยกระดับทั้งย่านให้เป็น Ecosystem เดียวกัน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดยเมื่อนับรวมทั้งสองโครงการรวมกันจะมีขนาดที่ดิน 96 ไร่และพื้นที่รวม (GBA) 770,000 ตร.ม. เกือบเท่าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ “The Central” – The Flagship of the Future จะเป็นรีเทลที่รวม Flagship Store และ New Retail Experience ที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในกรุงเทพฯ ส่วน “Central Ladparo” จะต่อยอดจากฐานลูกค้ากลุ่ม Wealth ที่แข็งแกร่ง
++มิกซ์ยูสใหม่เตรียมเปิดกลางปี 2569
- Central Northville (เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์) ได้รับการพัฒนาใหม่จากศูนย์การค้าเดิมสู่มิกซ์ยูสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางนนทบุรี บนที่ดิน 59 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 210,000 ตารางเมตร ประกอบด้วยศูนย์การค้าและคอนโด PHYLL โดยนำแนวคิด Biophilic Design ผสานธรรมชาติเข้ากับพื้นที่สร้างบรรยากาศแบบ Outdoor-in-Indoor ที่เป็นแห่งแรกในประเทศไทยสำหรับทุกเจเนอเรชัน โดยศูนย์การค้าเตรียมเปิดให้บริการในเดือน ก.ค. 69 นี้ พบกับไฮไลท์ อาทิ D-Sports Stadium ศูนย์กีฬาและเกมในร่มจำลองแนวญี่ปุ่น ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย; Fitness First ใหญ่ที่สุดในนนทบุรีกับ Pilates Studio รูปแบบใหม่; Food Destination รวมแบรนด์ทั้ง Solsot, Katsu Midori, Momo Paradise, Shabu Baru, Saemaeul, Eat Am Are, Chagee และโรงภาพยนตร์ SF Cinema
- ด้วยวิสัยทัศน์ “อนาคตของคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้หยุดอยู่แค่กรุงเทพฯ” เซ็นทรัลพัฒนาจึงพัฒนาโครงการแห่งที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น ด้วยโครงการมิกซ์ยูส Central Khonkaen Campus (เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส) บนพื้นที่ 30 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 62,000 ตร.ม. ประกอบด้วยศูนย์การค้า, คอนโด PHYLL สูง 33 ชั้น, และGO! Hotel แห่งแรกของภาคอีสาน ตั้งอยู่บนทำเลใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ จึงตั้งใจออกแบบให้เป็นพื้นที่ของทุกคน ด้วยบรรยากาศการตกแต่งที่มีพื้นที่สวนในอาคาร (Indoor Garden) แห่งแรกของจังหวัด และสร้างพื้นที่ Intellectual Exchange และ Creative Community สำหรับคนรุ่นใหม่ ในส่วนศูนย์การค้าเตรียมเปิดให้บริการในวันที่ 20 พ.ค. 69 นี้ พบกับไฮไลท์ อาทิ Xventure พื้นที่ Active Playground คอนเซ็ปต์ใหม่; Jetts Fitness เปิด 24 ชั่วโมง แห่งแรกของจังหวัด; ร้านอาหารแบรนด์ดังนำโดย Shabu Baru สาขาแรกในขอนแก่น, Pasta Ama; Fashion & Lifestyle: Adidas Kids, Cath Kidston, Daddy & The Muscle, Matchbox, KIS, Freak, Anta, Journal และ SUNNIES รวมถึง Local Brands ชื่อดังทั้ง From scratch, Kin matcha, Long pizza, Luca, Matchong matcha, Sei scoop และ Trinity
++พลิกโฉม Landmark Masterplans ที่กรุงเทพฯ ตะวันออกและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ
- เตรียมพบกับ The New “Central Bangna” โครงการมิกซ์ยูสบนที่ดิน 50 ไร่ พื้นที่รวม 300,000 ตารางเมตร (GBA) ที่ผสาน Retail, Office และ Residence เข้าด้วยกัน พร้อมต่อยอดจากคอนโด ESCENT Bangna สู่แผนพัฒนาที่อยู่อาศัยติดศูนย์การค้าเพิ่มเติม ทั้งนี้ข้อมูล The 1 ชี้ว่า Central Bangna ติด Top 5 ของศูนย์การค้าที่มีลูกค้า Wealthy Family สูงกว่า 85% มี Spending Power ในแบรนด์ระดับ Luxury พร้อมทั้งมี Loyalty และการกลับมาใช้บริการต่อเนื่องแม้อยู่ในช่วงปรับโฉม สะท้อนศักยภาพในการคัดสรร Tenant Mix ใหม่ทั้งด้าน Food, Fashion และ Lifestyle ได้อย่างครบถ้วน โดยในส่วนศูนย์การค้าโฉมใหม่เตรียมเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 69 นี้ เตรียมพบกับแบรนด์ใหม่ๆ ทั้ง Food เช่น SUSHIRO, SOLSOT, YONNY, CRUMBS, NEO RAMEN แบรนด์ Fashion เช่น VICTORIA’S SECRET, BATH & BODY WORKS, DARKS, SUNNIES WORLD และครั้งแรกกับแบรนด์ ‘NO Brand’ แบบ Stand Alone แห่งแรกในประเทศไทยที่ Tops Central Bangna
- Central Chiangmai Airport กับการ Transform ครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี สู่ Mixed-Use Lifestyle Destination ของเชียงใหม่ที่รวม Retail, Tourism Hub, Convention Hall, Lifestyle Spaces และการพัฒนาองค์ประกอบอื่นๆ ในอนาคต บนพื้นที่ 130 ไร่ ขนาดพื้นที่รวม (GBA) 173,000 ตร.ม. โดยตอนนี้ได้รับการตอบรับจากแบรนด์ชั้นนำไม่ว่าจะเป็น MUJI Flagship Store ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ, HarborLand; ร้านอาหารและคาเฟ่แบรนด์ดังทั้ง CHAGEE, Sushiro, Bear House, Boost Juice, Gaga, Koi Thé, MIXUE, Naisnow, Potato Conner และ The Baristro รวมทั้ง ‘ฉันทรส’ ร้านอาหารไทยในเครือแบรนด์เอกฉันท์ร้านดังระดับมิชลิน และปีนี้เตรียมพบกับร้าน ‘เสน่ห์ไทยคูซีน’ ร้านอาหารฮาลาลมิชลินยอดฮิตของเมืองเชียงใหม่; แบรนด์ Fashion & Sport ได้แก่ Uniqlo, Adidas, Nike, PUMA, และ Beauty Brand อย่าง BEAUTRIUM และ JUNG SAEM MOOL พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยโซน Hug Thai, Hug Craft และ Good Goods
- Central Phuket กับแผน Expansion และ Masterplan ใหม่ บนที่ดิน 110 ไร่ พื้นที่รวม (GBA) 500,000 ตร.ม. เพื่อพัฒนาเป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination นอกกรุงเทพฯ โดยมุ่งให้โครงการเป็นหัวใจของเกาะและขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองชายทะเลระดับโลกที่ผู้คนมาใช้ชีวิต โครงการถูกออกแบบเป็น Downtown District ใหม่ที่ผสาน Luxury Lifestyle, Hospitality, Residential และ Cultural Experiences เข้าด้วยกัน เตรียมยกระดับและพัฒนาเกาะภูเก็ต ทั้งผลักดันเศรษฐกิจ สร้างการจ้างงาน และการเติบโตของเมืองในระยะยาว
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 45 ปี กับการพัฒนา 45 ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพัฒนาได้บุกเบิกย่านและสร้าง Centre of Life ทั่วประเทศ ด้วยผู้มาใช้บริการกว่า 510 ล้าน Visits ต่อปี หรือเฉลี่ย 1.5 ล้านคนต่อวัน และนักท่องเที่ยวอีก 70 ล้าน Visits ต่อปี โดยเรายังคงเดินหน้ายกระดับสู่อนาคตด้วยกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ การยกระดับบทบาทสู่ The Masterplanner พัฒนาเมืองด้วยโครงการ Mega Scale อย่างโครงการที่รังสิต ยึดหลักมาตรฐานเมืองน่าอยู่ติดอันดับโลก เช่น สิงคโปร์, โตเกียว หรือโคเปนเฮเกน นอกจากนี้โครงการ Transformation ประสบความสำเร็จต่อเนื่องอย่าง Central Pinklao ที่สร้าง New High Traffic ในไตรมาส 4/2568 เกือบ 2 ล้านคน และร้านค้ามียอดขายเติบโตต่อเนื่อง ในด้านการสร้างแพลตฟอร์มช่วยร้านค้าเติบโตและเข้าใจลูกค้าแบบ B2B2C ผ่านกลไก The 1 ที่มีสมาชิกมากกว่า 23 ล้านราย และลูกค้ากลุ่ม The 1 Exclusive ซึ่งมีการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 35 เท่า
ปัจจุบันเซ็นทรัลพัฒนาสร้างแพลตฟอร์ม The 1 Biz ที่เชื่อมโยงแบรนด์พันธมิตรและลูกค้า ช่วยขับเคลื่อน Traffic, Spending และ Loyalty ให้กับแบรนด์พันธมิตรร้านค้าต่างๆ ที่เข้าร่วมแล้วกว่า 1,400 แบรนด์”
นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing – Fashion & Luxury บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนามุ่งเป็น Success Partner ให้กับพันธมิตรด้วย AI & Data-Driven Ecosystem เห็นโอกาสใหม่ๆ ในการช่วยร้านค้าเติบโต ยกตัวอย่าง ‘Central Bangna’ มีฐานลูกค้า Wealth Segment แข็งแรง 85% กำลังซื้อสูง แม้อยู่ในช่วงปรับโฉมยังสามารถรักษาฐานลูกค้าหลักไว้ได้โดยกว่า 70% เป็นกลุ่มลูกค้าประจำ และ ‘Central Chaengwattana’ ติด Top 5 ของสาขาที่มีสัดส่วนกลุ่ม Wealthy Family สูงที่สุดหลังการปรับโฉมทำให้ Traffic เติบโตขึ้นถึง 40% ภายใน 6 เดือนเมื่อเทียบกับช่วงก่อนปรับโฉม โดย Food & Fashion เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และ ‘Lopia’ ซูเปอร์ฯ ญี่ปุ่นมาเปิดสาขาแรกในไทย เป็น Traffic Magnet สะท้อนศักยภาพกลุ่ม Expat ญี่ปุ่นในย่าน เป็นต้น”
ด้านธุรกิจ Non-retail นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ Chief Finance Officer and President Hotel and Office Businesses บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ธุรกิจ Office ปัจจุบันเรามีอาคารสำนักงาน Grade A ในทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ รวม 11 อาคาร และยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เลือกตั้งสำนักงานใหญ่และ Regional Office อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้อัตราการเช่าเฉลี่ยยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง และเรามีแผนขยายธุรกิจไปพร้อมกับการเติบโตของเมือง โดยเฉพาะโครงการ Central GR9 ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้ New CBD ของกรุงเทพฯ รวมถึงการขยายสู่หัวเมืองสำคัญในภูมิภาคอย่าง Central Chiangmai Airport ซึ่งจะเป็นอีกก้าวสำคัญในการเปลี่ยน Landscape ของธุรกิจ Office ในประเทศไทย
ด้านธุรกิจ Hotel ภายในปี 2569 เราจะมีโรงแรมรวม 17 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมทั้งแบรนด์ระดับสากล ปลายปี 69 นี้เตรียมพบกับ Oakwood Central Hat Yai และ GO! Hotel ที่ขยายได้อย่างรวดเร็ว ปีนี้เปิดใหม่ 5 แห่งที่ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส, นครสวรรค์, เชียงราย, เชียงใหม่, และอยุธยา รวมถึงปลายปีนอกจากนี้ เรายังมีแผนจับมือกับโรงแรมระดับ Global ใหม่ๆ ในประเทศไทยเพื่อรองรับ Mega Projects ในอนาคตอีกด้วย”
ด้านนายกรี เดชชัย President, Residence Business บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “ธุรกิจที่อยู่อาศัยของเซ็นทรัลพัฒนาเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องกว่า 10 ปี มุ่งสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพทั่วประเทศ ที่ผสานทำเลศักยภาพ คุณภาพที่อยู่อาศัย และสิทธิพิเศษจาก Ecosystem ของกลุ่มเซ็นทรัล และวันนี้มี Central Citizen แล้วกว่า 10,000 ครอบครัว เราพัฒนาแบรนด์ที่หลากหลายทั้ง ESCENT, PHYLL และบ้านระดับ Premium–Luxury ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี พร้อมขยายสู่ 53 โครงการใน 21 จังหวัดภายในปี 2569 ในอนาคต เราจะต่อยอดการเติบโตไปกับ Mega Projects และพัฒนาโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ ปี 2569 นี้เตรียมเปิดคอนโดแบรนด์ PHYLL ที่ขอนแก่น สูง 33 ชั้น เปิดพร้อม เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส และเตรียมเปิด PHYLL ที่นครปฐม เป็น Private Residence ตอบรับดีมานด์กลุ่ม Wealth และต่อยอดความสำเร็จจาก ESCENT และ NIRATI นครปฐม”
เซ็นทรัลพัฒนาขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Imagining better futures for all ตลอด 45 ปี สนับสนุนสังคมกว่า 5,000 ล้านบาท ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่สาธารณะ และสนับสนุนการศึกษา โดยติดอันดับ DJSI Best-in-Class ในกลุ่มอสังหาฯ ทั่วโลก 8 ปีซ้อน พร้อมกันนี้ยังจัดตั้งบริษัท Central Pattana Green Growth มุ่งลดคาร์บอน พร้อมผนึกกำลังพันธมิตรผลักดันเป้าหมายด้านความยั่งยืน Net Zero 2050 ร่วมกัน นอกจากนี้ยังมีการ Transform องค์กรด้วย Data & AI ผ่านแพลตฟอร์ม The 1 และ The 1 Biz ทั้งหมดนี้เพื่อสร้าง “The Ecosystem for All” ที่เติบโตไปพร้อมทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน