mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

“แอล ดับเบิลยู เอสฯ” แนะ ภาคอสังหาฯ ใช้วัสดุคอนกรีตก่อสร้างเป็นมิตรสิ่งแวดล้อม

▪︎ เพื่อเป้าหมายสู่การเป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่ขับเคลื่อนประเทศสู่ Net Zero ในปี 2608

   ภาคอสังหาฯ เป็นภาคอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับต้นๆ ตามรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานระบุว่า ภาคอาคารและอสังหาริมทรัพย์เป็นอุตสาหกรรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นอันดับสองรองจากภาคการเกษตร โดยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 39% ในกระบวนการทำงาน ดังนั้น ภาคอสังหาฯ จึงควรเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการปรับปรุงกระบวนการทำงานเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ระบบ

   นายประพันธ์ศักดิ์ รักษ์ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการบริษัท แอล ดับเบิลยู เอส วิสดอม แอนด์ โซลูชั่นส์ จำกัด กล่าวถึงแนวทางขับเคลื่อนภาคอสังหาฯ สู่การเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Net Zero ในปี 2608 ว่า “การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนภาคอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็นอสังหาริมทรัพย์สีเขียว และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็น Net Zero ให้ได้ตามเป้าหมายของประเทศในปี 2608

   วัสดุหลักที่ใช้ในงานก่อสร้าง นั่นคือ คอนกรีต เนื่องจากมีความแข็งแรง ทนทาน และสามารถปรับใช้ได้หลากหลาย แต่ในขณะเดียวกันอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ก็เป็นหนึ่งในแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่สูงที่สุด โดยส่วนมากเกิดจากกระบวนการผลิต คิดเป็นประมาณ 7-8% ของการปล่อย CO₂ ทั่วโลก โดยจากข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยถึงการปล่อย CO₂ ในประเทศไทยปี 2022 อยู่ที่ 247.7 ล้านตัน ซึ่งมาจากอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในไทย อยู่ที่ 21.15 ล้านตัน ดังนั้น การเลือกใช้คอนกรีตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จึงเป็นแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอุตสาหกรรมก่อสร้างที่สำคัญ”

   โดยจากการติดตามผลงานวิจัยของภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างทั่วโลก ได้มีการพัฒนานวัตกรรมคอนกรีตใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบโจทย์การก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น อาทิ

▪︎ 1. Low-Carbon Concrete & Free-Carbon Concrete หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความสนใจคือการแทนที่ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ที่เป็นต้นเหตุหลักของการปล่อยก๊าซ CO₂ ด้วยวัสดุอื่น เช่น Fly Ash (เถ้าลอย), Slag (ตะกรัน), Silica Fume (ผงซิลิก้า) และอื่นๆ

   โดยวัสดุทั้งหลายเหล่านี้คือกากวัสดุเหลือทิ้งจากอุตสหกรรมทั้งสิ้น ทั้งจากการผลิตไฟฟ้า การผลิตเหล็กกล้า และการผลิตอื่น ๆ จากนั้นจะใช้สารด่างกระตุ้นให้เกิดการสร้างเจลยึดเหนี่ยว เช่น NaOH, Na₂SiO₃ ทำให้คอนกรีตเกิดสร้างเจล N-A-S-H (Sodium Alumino Silicate-Hydate) ซึ่งจะมีกำลังอัดได้ตั้งแต่ 20-100 Mpa (ขึ้นอยู่กับส่วนผสม)

   โดยกำลังอัดของคอนกรีตโครงสร้างทั่วไปจะอยู่ที่ 25-40 Mpa จะเห็นได้ว่าประสิทธิภาพด้านกำลังไม่ได้แตกต่างจากคอนกรีตทั่วไปเลย แต่การใช้วัสดุทดแทนจะมีข้อดีในการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการใช้ปูนซีเมนต์ได้ถึง 50-80% ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้วัสดุเหลือทิ้งจากอุตสหกรรมก่อสร้าง ซึ่งในประเทศไทย กลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์ไทยได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพันธมิตรอุตสาหกรรมจากญี่ปุ่น ได้พัฒนาคอนกรีตคาร์บอนต่ำสูตรต้นแบบไร้ซีเมนต์ในโครงการนำร่องบนพื้นที่ก่อสร้างจริง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติลง โดยสามารถลดการใช้ CO₂ ได้มากว่า 50% และยังคงคุณสมบัติทางวิศวกรรมได้ดังเดิม

▪︎ 2. Carbon Memorization Concrete (Carbon Capture Concrete) เป็นคอนกรีตที่สร้างจากกระบวนการดักจับ CO₂ ที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานไฟฟ้า หรือเตาเผาปูนซีเมนต์ แล้วนำไปผสมลงในคอนกรีตขณะที่ยังเป็นปูนซีเมนต์สด (ขั้นตอนการผสมคอนกรีต) ซึ่ง CO₂ จะทำปฏิกิริยากับ Ca² (แคลเซียม) ในเนื้อคอนกรีตกลายเป็น CaCO₃ (แคลเซียมคาร์บอเนต) จึงสามารถช่วย "กักเก็บคาร์บอนถาวร" ลงไปในเนื้อคอนกรีตได้ และนอกจากนั้นยังเพิ่มความแข็งแรงให้เนื้อคอนกรีตถึง 10-15% โดย  

   ปัจจุบันก็มีผู้ผลิตคอนกรีตจากกระบวนการ Carbon Capture อาทิ บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง และ บริษัท Inno Precast ซึ่งสามารถลดปริมาณการปล่อย CO₂ ได้ถึง 4,000 ตัน/ปี คิดเป็นการลดปริมาณผงซีเมนต์ลง 4-6% โดยไม่กระทบต่อคุณภาพหรือประสิทธิภาพของคอนกรีต โดยเริ่มต้นการทดลองใช้กับผลิตภัณฑ์ Precast Wall ก่อนจากนั้นจึงได้เริ่มขยายมาใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้แก่ Precast Beam, Slab, Hollow Core Slab ภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน

▪︎ 3. Photocatalytic Concrete เป็นแนวคิดที่ใช้การผสมสาร ไทเทเนียมไดออกไซด์ (TiO₂) ลงในคอนกรีต ทำให้คอนกรีตมีคุณสมบัติเมื่อโดนแสงแดดจะเกิดปฎิกริยาที่ช่วยสลายสารพิษที่อยู่ในอากาศ เช่น ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx), ฝุ่น PM10, PM2.5 ที่เป็นมลพิษ และสารอินทรีย์ระเหย (VOC) ให้กลายเป็นสารที่ไม่เป็นอันตราย เช่นไนเตรตหรือน้ำได้ เทคโนโลยีนี้ในประเทศไทยยังไม่มีโครงการที่ใช้งานจริง

   แต่ในเชิงงานวิจัยมีการทดลองใช้คอนกรีตผสม TiO₂ ในงานพื้นถนนและทางเท้าของหน่วยงานวิศวกรรมหลายแห่ง เช่น มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี , จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อศึกษาความสามารถลดมลพิษ PM และ NOx ซึ่งเหมาะกับบริบทเมืองใหญ่ในไทยที่มีปัญหาฝุ่นควัน

“นวัตกรรมคอนกรีตยุคใหม่ ไม่เพียงแต่ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในงานก่อสร้าง แต่ยังสอดคล้องกับหลักการ Thailand Taxonomy ที่มุ่งให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจไปสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และเข้าใกล้ความเป็น Net Zero ให้มากที่สุด

   การพัฒนาและใช้งานคอนกรีตคาร์บอนต่ำจึงไม่ใช่แค่การปรับตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้าง แต่ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนสีเขียว (Green Finance) และโอกาสการลงทุนที่ยั่งยืนได้ง่ายขึ้น อันเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของสังคมไทย” นายประพันธ์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News