mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ปรับเลนส์ส่อง 5 มุมมองใหม่ตลาด New Frontiers

ฝ่ายวิจัยธุรกิจ

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันตลาดใหม่หรือ New Frontiers (ตลาดที่ผู้ประกอบการไทยยังเข้าไปดำเนินธุรกิจหรือยังรู้จักไม่มากนัก) เป็นหนึ่งในขุมทรัพย์แห่งโอกาสใหม่ของผู้ประกอบการไทยทั้งในมิติการค้าและการลงทุน อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเศรษฐกิจ กลยุทธ์การแข่งขันทางธุรกิจ เทคโนโลยี นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค ล้วนส่งผลให้ทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่ม New Frontiers มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากอดีต ดังนั้น เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ 2562 ฝ่ายวิจัยธุรกิจ EXIM BANK จึงรวบรวมและประเมินทิศทางการตลาดของประเทศ New Frontiers ที่น่าสนใจ เพื่อปรับมุมมองและชี้โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในระยะถัดไป

  1. จีน กับ Made in China 2025 ที่ผ่านมาสินค้าที่ผลิตจากจีนมักมีภาพลักษณ์ว่าเป็นสินค้าราคาถูก ผลิตเป็นจำนวนมาก และคุณภาพไม่สูง แต่หลังจากรัฐบาลจีนประกาศใช้ยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (ปี 2559-2564) ก็เปลี่ยนโฉมหน้าภาคการผลิตของจีนไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง ภายใต้แนวคิดการผลิตสินค้าคุณภาพสูง ใช้นวัตกรรม เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การบริหารต้นทุนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างแบรนด์ และการพัฒนาบุคลากร โดยรัฐบาลจีนกำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ เทคโนโลยีสารสนเทศ หุ่นยนต์ อากาศยาน ต่อเรือ ผลิตรถไฟ รถยนต์พลังงานใหม่ อุปกรณ์สร้างพลังงาน วัสดุศาสตร์ ยาและเวชภัณฑ์ และเทคโนโลยีการเกษตร ปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของสินค้าจีนในแนวทางดังกล่าวชัดเจนขึ้น โดยสินค้าไฮเทคของจีนเริ่มเป็นที่ยอมรับและทำตลาดในระดับสากลมากขึ้น เช่น ระบบการสื่อสาร (Huawei) ตลาดออนไลน์ (Alibaba) รถไฟความเร็วสูง (CRRC) เป็นต้น
  2. อินเดีย กับการเติบโตก้าวกระโดดของเมืองรอง อินเดียมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ประกอบด้วย 29 รัฐ และ 7 ดินแดนสหภาพ ตลอดจนจำนวนประชากรที่มากถึงกว่า 1,300 ล้านคน ทำให้มีเมืองขนาดใหญ่หลายแห่ง ในจำนวนนี้เมืองที่ถูกเรียกว่า Tier 1 (มีจำนวนประชากรมากกว่า 4 ล้านคน) ได้แก่ กรุงนิวเดลี เมืองมุมไบ เมืองกัลกัตต้า เมืองเจนไน เมืองบังกาลอร์ เมืองอาห์เมดาบัด เมืองไฮเดอราบัด และเมืองปูเน่ ที่ผ่านมาเมือง Tier 1 ถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญ รวมถึงเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของบริษัทต่างชาติที่สนใจจะเข้าไปทำธุรกิจในอินเดีย อย่างไรก็ตาม หลังการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเชิงรุกของนายกรัฐมนตรี Modi ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย Make in India, Smart City, GST Reform รวมถึงการสนับสนุนให้แต่ละรัฐแข่งขันกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้เมืองรองต่างๆ เติบโตและยกระดับขึ้นมาโดดเด่นไม่แพ้เมืองในกลุ่ม Tier 1 และหลายเมืองมีอัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงแบบก้าวกระโดด เช่น เมืองสุรัต เมืองวิสาขปัทนัม เมืองกูรกอน เมืองไจย์ปูร์ เมืองลักนาว เมืองกันปูร์ เมืองนักปูร์ เป็นต้น ปัจจุบันบริษัทต่างชาติหลายแห่งเข้าไปตั้งฐานการผลิตและสำนักงานในเมืองเหล่านี้แล้ว
  3. ตะวันออกกลาง กับ Non-oil Economy ความผันผวนและการลดลงอย่างฮวบฮาบของราคาน้ำมันในช่วงปี 2557-2559 ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันในสัดส่วนสูง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่หลายประเทศพึ่งพาการส่งออกน้ำมันสูงถึงเกือบ 50% ของ GDP อย่างไรก็ตาม ล่าสุดหลายประเทศในตะวันออกกลางประกาศใช้นโยบายเศรษฐกิจใหม่ที่ลดการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมัน แล้วหันมาสร้างรายได้จากสาขาเศรษฐกิจอื่นๆ แทน เช่น ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นกลาง/ปลาย การท่องเที่ยว กีฬา การเงิน และสายการบิน โดยประเทศที่ประกาศใช้นโยบาย Non-oil Economy ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างชัดเจน เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งเป้าให้รายได้จาก Non-oil แตะระดับ 80% ของ GDP ภายในปี 2564 กาตาร์ กำหนดยุทธศาสตร์ชาติ ฉบับที่ 2 (ปี2561-2565) ให้ Non-oil เป็นเครื่องยนต์หลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นต้น
  4. แอฟริกา กับ Green Business แม้ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปแอฟริกาถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงมีรายได้ไม่สูงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่หลายประเทศในแอฟริกากลับให้ความสำคัญและเข้มงวดกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมไม่แพ้กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว โดยมีการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบการดำเนินธุรกิจที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการห้ามผลิต นำเข้า และใช้ถุงพลาสติก เช่น เคนยา กำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนเป็นปรับ 2,000,000 KES หรือจำคุกไม่เกิน 4 ปี และรวันดา ปรับ 100,000-500,000 RWF หรือจำคุก 6-12 เดือน เป็นต้น นอกจากนี้ มอริเชียส ยังริเริ่มใช้นโยบาย Feebate Tax ในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยรัฐจะเรียกเก็บภาษีจากผู้ซื้อรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงกว่าที่กำหนด และจ่ายเงินคืนแก่ผู้ซื้อรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ ทั้งนี้ คาดว่านโยบายหรือมาตรการดูแลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวดจะเปลี่ยนโฉมหน้าของการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศของแอฟริกาในระยะถัดไป
  5. แอฟริกา กับสังคมไร้เงินสด นวัตกรรมทางการเงินหรือ FinTech ได้เปลี่ยนโฉมหน้าและรูปแบบการทำธุรกรรมทางการเงินไปทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการเงินพัฒนาไปอย่างมาก จนประชาชนส่วนใหญ่หันมาใช้ระบบออนไลน์ในการทำธุรกรรมทางการเงินในสัดส่วนสูงมากจนเรียกได้ว่าเข้าใกล้สังคมไร้เงินสด เช่น สวีเดน สหราชอาณาจักร แคนาดา ฝรั่งเศส สหรัฐฯ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หลายท่านอาจไม่ทราบว่ากลุ่มประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาที่ระบบการเงินยังพัฒนาไม่ดีนัก และขาดความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน แต่ประชากรกลับใช้ Mobile Money, Mobile Payment และธุรกรรมออนไลน์ในสัดส่วนสูง เช่น เคนยา 75% ของประชากรรวม บอตสวานา 68% รวันดา 68% แทนซาเนีย 65% เป็นต้น (ข้อมูลผลสำรวจโดย FinScope) ซึ่งเป็นตัวเลขที่ตรงกันข้ามกับภาพรวมของผู้มีบัญชีธนาคารในแอฟริกาที่มีเพียง 30% ของประชากรรวม สะท้อนให้เห็นว่าข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบธนาคารกลับเป็นแรงกระตุ้นให้ระบบธุรกรรมการเงินออนไลน์เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

ทิศทางการตลาดที่กล่าวถึงข้างต้นมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการดำเนินธุรกิจในตลาด New Frontiers ไปอย่างมาก และอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจหรือสนใจรุกตลาด New Frontiers อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น ผู้ประกอบการที่อยู่ในวงจร Supply Chain กับสินค้าจีนอาจต้องเริ่มวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับสินค้าไฮเทคหรือนวัตกรรมของจีน ผู้ประกอบการที่สนใจจะรุกตลาดอินเดียอาจเริ่มหันมามองเมืองรองที่การแข่งขันยังไม่สูงนักแต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นต้น ผู้ประกอบการจึงควรปรับเลนส์ในการมองทิศทางการตลาดประเทศ New Frontiers เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News