mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ร่วมคาราวาน NEDA สำรวจเส้นทางR11 สร้างเศรษฐกิจและความยั่งยืน เชื่อมไทย-ลาว สู่อนาคตใหม่

ร่วมคาราวาน NEDA พาสำรวจเส้นทาง R11 ช่วงครกข้าวดอ - บ้านโนนสะหวัน - สานะคาม - บ้านวัง - บ้านน้ำสัง สปป.ลาว รวมระยะทางประมาณ 234 กิโลเมตร เชื่อมเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว ไทย-สปป.ลาว เส้นทาง เวียงจันทน์-เชียงใหม่ ย่นระยะทางได้กว่า 230 กิโลเมตร ประหยัดเวลาได้กว่า 3 ชั่วโมงจากเส้นทางเดิม พร้อมกระชับความสัมพันธ์ฉลอง 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต พร้อมปูทางสู่ความร่วมมือในอนาคต สร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางการค้า และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) (NEDA) หรือ สพพ. ได้จัดกิจกรรม "คาราวานสื่อมวลชนสัญจรไทย-สปป.ลาว" (Caravan Thailand - Lao PDR Press 2025) โดยนายพีรเมศร์ วุฒิธรเนติรักษ์ ผู้อำนวยการ สพพ. พร้อมด้วย นายพชรเสฏฐ์ บุญศิริสาริศา รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด ณ โรงแรมสีหราช จังหวัดอุตรดิตถ์

นายพีรเมศร์ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้คณะสื่อมวลชนจากประเทศไทยได้เดินทางสำรวจเส้นทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ โดยใช้เส้นทางจากกรุงเทพฯ ผ่านพิษณุโลก ไปยังด่านภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์ เข้าสู่ สปป.ลาว ที่เมืองผาแก้ว ไปยังเมืองปากลาย แขวงไซยะบูลี ก่อนข้ามแม่น้ำโขงไปเริ่มต้นถนนหมายเลข  R11  ช่วงครกข้าวดอ - บ้านโนนสะหวัน - สานะคาม - บ้านวัง - บ้านน้ำสัง สปป.ลาว รวมระยะทางประมาณ 234 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นโครงข่ายสำคัญที่เชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจเชียงใหม่ - เวียงจันทน์ (Chiang Mai - Vientiane Economic Corridor: CVEC) รวมระยะทางประมาณ 629 กิโลเมตร

ที่สำคัญจะสามารถช่วยลดระยะทางกว่า 234 กิโลเมตร จากเส้นทางเดิม (เชียงใหม่-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก-ขอนแก่น-หนองคาย-นครหลวงเวียงจัน ที่มีระยะทางประมาณ 863 กิโลเมตร ทำให้ประหยัดเวลาเดินทางได้มากกว่า 3 ชั่วโมง

สำหรับ ถนนหมายเลข R11 สพพ. ได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แบ่งเป็น 3 ช่วง ประกอบด้วย

    โครงการก่อสร้างถนนภูดู่ (อำเภอบ้านโคก จังหวัดอุตรดิตถ์) ถึง เมืองปากลาย แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว ระยะทางรวม 32 กม. ในวงเงิน 718 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเดือนธันวาคม 2555 แล้วเสร็จเดือนมิถุนายน 2557

    โครงการพัฒนาถนนหมายเลข 11 (R11) ช่วงบ้านตาดทอง-น้ำสัง และเมืองสังข์ทอง ระยะทางรวม 82 กม. ในวงเงิน 1,392 ล้านบาท เริ่มก่อสร้าง เดือนพฤษภาคม 2554 แล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2557

    โครงการพัฒนาถนนหมายเลข 11 (R11) ช่วงครกข้าวดอ - บ้านโนนสะหวัน - สานะคาม - บ้านวัง -บ้านน้ำสัง ระยะทางรวม 124 กม. ในวงเงิน 1,826.50 ล้านบาท เริ่มก่อสร้าง เดือนตุลาคม 2562 แล้วเสร็จเตือน กรกฎาคม 2566

โดยถนนเส้นนี้ได้รับการออกแบบให้เป็นเส้นทางคมนาคมและขนส่งที่มีมาตรฐานสูงสองช่องจราจรตามมาตรฐานอาเซียน สามารถช่วยลดระยะเวลาในการเดินทางได้ถึง 3-4 ชั่วโมง ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังส่งเสริมศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นการค้าและการลงทุนระหว่างไทยและ สปป.ลาว ในอนาคต

“โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางการเงินใน 3 เฟสหลัก ครอบคลุมงบรวมกว่า 3,900 ล้านบาท ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการเดินทาง แต่ยังพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น กระจายรายได้ และส่งเสริมความยั่งยืนในหลายมิติ”

ในยุคที่โลจิสติกส์และการเชื่อมต่อระหว่างประเทศกลายเป็นหัวใจของเศรษฐกิจโลก ถนนสาย R11 จึงถือเป็น เส้นทางยุทธศาสตร์ใหม่ที่กำลังเปลี่ยนภาพเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศไทย กับ สปป.ลาว อย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้ ถนนสาย R11 ถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” เชื่อมจังหวัด อุตรดิตถ์ กับ แขวงไชยะบุรี สปป.ลาว โดยตรง ช่วยให้การค้าชายแดนคล่องตัว ส่งเสริม ผู้ประกอบการไทย ในด้านวัสดุก่อสร้าง โลจิสติกส์ และการลงทุนใหม่ใน สปป.ลาว

โดยตลาดเส้นทางได้ผ่านเมืองสำคัญๆ ของแขวงไซยะบูลี อย่างเช่น เมืองโนนสะหวัน และมีโอกาสได้แวะเยี่ยมชมสุขศาลา หรือ อนามัย ของเมืองที่ทาง สพพ.สนับสนุน ขณะที่เส้นทางผ่านธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ลัดเลาะตามไหล่เขา เขียวขจี ทิวทัศน์ข้างทางสวยงาม เลียบแม่น้ำโขง มองเห็นฝั่งไทยตั้งแต่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย อำเภอสังคม อำเภอท่าบ่อ อำเภอศรีศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ในอนาคตน่าจะเป็นถนนในฝันของนักเที่ยว อีกแห่งหนึ่ง

และก่อนเข้าสู่นครหลวงเวียงจันทน์ ประมาณ 45 กิโลเมตร คณะคาราวานสื่อมวลชน ได้แวะชมหาดทรายขาวสังข์ทอง ริมแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับ อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย ซึ่งถือเป็นแหล่งทองเที่ยว พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยม ของชาวลาว เป็นหาดทรายขาวสวยริมฝั่งแม่น้ำโขง มีบริหารร้านอาหาร และที่พัก

ขณะเดียวกันในช่วงค่ำวันที่ 14 มีนาคม 2568 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายพีรเมศร์ วุฒิธรเนติรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. ได้เข้าร่วมหารือทวิภาคีกับ Mr. Phouvong Kittavong รองรัฐมนตรีกระทรวงการเงิน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ณ โรงแรมเลอธาตุหลวง นครหลวงเวียงจันทน์

โดยการหารือครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทย และสปป.ลาว เนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-สปป.ลาว รวมถึงเป็นเวทีสำหรับหารือแนวทางพัฒนาโครงการสำคัญระหว่างสองประเทศ เช่น การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การเงินการคลัง และการค้าระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการรับรู้เกี่ยวกับโครงการพัฒนาระหว่างประเทศ และกระชับความสัมพันธ์ผ่านเครือข่ายสื่อมวลชนภายใต้กิจกรรมคาราวานสื่อมวลชนสัญจรไทย-สปป.ลาว ที่จัดขึ้นโดย สพพ.

ในการหารือทวิภาคีครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังได้หารือในประเด็นเกี่ยวกับโครงการพัฒนาและการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจ การเงินการคลัง และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน (Fin Hub) และการพัฒนาระบบ Cross-border QR Payment โดยเชื่อมโยง National ITMX (NITMX) ของไทย และ Lao National Payment Network (LAPNet) ของสปป.ลาว เพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดน ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมให้การสนับสนุนด้านการพัฒนาศักยภาพระบบการเงินของ สปป.ลาว ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้และความร่วมมือทางเทคนิคต่าง ๆ สำหรับความร่วมมือด้านการค้าระหว่างประเทศ ได้มีแนวทางร่วมกันในการส่งเสริมการค้าสินค้าอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรม รถกระบะ เนื่องจากมีความต้องการยานพาหนะประเภทนี้เพิ่มขึ้นใน สปป.ลาว แนวทางนี้จะช่วย ลดอุปสรรคทางการค้า และ เพิ่มการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เพื่อส่งเสริมให้การค้าชายแดนดำเนินไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยนายพีรเมศร์ ได้รายงานถึงความก้าวหน้าของโครงการความร่วมมือระหว่าง สปป.ลาว และ ไทย ในปัจจุบัน รวมถึงแผนการขยายความร่วมมือในอนาคต ซึ่งครอบคลุมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเงิน พลังงาน และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด (Go Green) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในภูมิภาค การเสริมสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีทางการเงิน การขยายโครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากรของ สปป.ลาว ซึ่งจะช่วยให้ไทยและ สปป.ลาว สามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สร้างโอกาสใหม่ ๆ ทางการค้า และเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 +++++++++++++++++++++++++

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News