mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

รายงานดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย) และดัชนีความเชื่อมั่นการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล

REIC รายงานดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย) ของประเทศไทย และดัชนีความเชื่อมั่นการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาสที่ 3 ปี 2567 แสดงการฟื้นตัวโดยเฉพาะผู้ซื้อบ้านมีความเชื่อมั่นการซื้อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าแม้จะต่ำกว่าค่ากลาง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานผลการจัดทำ “ดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย)” เพื่อติดตามสถานการณ์ภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยทั้งในด้านอุปสงค์และอุปทานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 ดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย) อยู่ที่ระดับ 76.8 ลดลง -3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (YoY) แต่มีทิศทางการฟื้นตัวหรือการติดลบลดลงเมื่อเทียบไตรมาสแรก (-15.1%) และไตรมาสที่สอง (-9.4%) ของปี 2567 สะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยภายใต้บริบทเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) โดยไตรมาสที่ 3 ขยายตัว 3.0% ซึ่งสูงกว่าการขยายตัวในไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาสที่ 1 ขยายตัว 1.6% และ ไตรมาสที่ 2 ขยายตัว 2.2% ตามลำดับ)

สำหรับดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย) ที่ลดลงในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 นั้น เป็นการลดลงทั้งในด้านของอุปสงค์และอุปทาน ด้านอุปสงค์ พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลง -3.0% เทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) ในด้านอุปทาน ผู้ประกอบการยังคงชะลอแผนการเปิดขายโครงการใหม่ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตที่ความต้องการชะลอตัว และหันไปพัฒนาโครงการในกลุ่มราคาที่เหมาะสมกับกำลังซื้อ เช่น ที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท

สำหรับทิศทางดัชนีรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ (หมวดที่อยู่อาศัย) ทั้งปี 2567 คาดว่า จะได้รับปัจจัยบวกจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น อย่างไรก็ตามดัชนีฯ ยังติดลบ -6.3% หรือ อยู่ที่ระดับ 82.1 สำหรับกรณีฐาน (Base Case) หากอุปสงค์และอุปทานมีการปรับตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในกรณีฐาน ดัชนีฯ อาจจะปรับเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 90.9 หรือขยายตัวร้อยละ 3.8 ในกรณี Best Case

นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นการซื้อที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (Housing Purchase Confidence Index: HPCI) ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ณ ช่วงเวลาที่ทำการสำรวจ  ในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 ค่าดัชนีฯ อยู่ที่ 40.5 จุด เพิ่มขึ้นจาก 39.6 จุด ในไตรมาสที่ 2 แม้ค่าดัชนีฯ ยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 จุด การเพิ่มขึ้นของดัชนีฯ ในไตรมาสนี้สะท้อนถึงการปรับตัวที่ดีขึ้นของความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัย อันเป็นผลมาจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ด้านข้อมูลเชิงประชากร กลุ่มผู้หญิงมีความเชื่อมั่นในการซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่าผู้ชาย โดยมีสัดส่วน 54.3% ของกลุ่มที่แสดงความต้องการซื้อ ขณะที่กลุ่มอายุ 25-34 ปี ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ (Gen Y และ Gen Z) มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมากที่สุด คิดเป็น 46.9% ของผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย การสำรวจยังพบว่า ผู้บริโภค 32.5% ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง และอีก 17.5% ซื้อเพื่อการลงทุน ซึ่งแสดงถึงมุมมองที่ดีต่ออสังหาริมทรัพย์ในฐานะสินทรัพย์ที่น่าลงทุน และเมื่อพิจารณาลักษณะความต้องการซื้อที่อยู่อาศัย พบว่า ส่วนใหญ่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยทั้งมือหนึ่งหรือมือสองร้อยละ 56.3 และหากพิจารณาเทียบกับไตรมาสที่ 2 ปี 2567 พบว่า ผู้ที่ต้องการเฉพาะที่อยู่อาศัยมือหนึ่งมีสัดส่วนลดลงจาก 37.2% เป็น 33.7% ขณะที่ผู้ที่ต้องการเฉพาะที่อยู่อาศัยมือสองมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 8.3% เป็น 10.0% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยมีความสนใจบ้านมือสองมากขึ้น ส่วนความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีความต้องการซื้อบ้านเดี่ยวมากที่สุด คิดเป็น 40.4% โดยส่วนใหญ่ต้องการซื้อบ้านเดี่ยวในระดับราคา 3.01 – 5.00 ล้านบาท รองลงมา คือ คอนโดมิเนียม คิดเป็น 34.0%  โดยส่วนใหญ่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท สำหรับทาวน์เฮ้าส์มีความต้องการซื้อ คิดเป็น 20.6% และส่วนใหญ่ต้องการซื้อทาวน์เฮ้าส์ในระดับราคา 2.01 – 3.00 ล้านบาท ส่วนบ้านแฝดมีความต้องการซื้อ คิดเป็น 4.8 % และส่วนใหญ่ต้องการซื้อบ้านแฝดในระดับราคา 3.01 -  5.00 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News