mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กองทรัสต์ SHREIT ดีเดย์เปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม6-13 ธ.ค.นี้

‘ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบต่ออายุได้เพื่อธุรกิจโรงแรมและสิทธิการเช่า ‘สตราทีจิก ฮอสพิทอลลิตี้’ หรือ SHREIT เคาะราคาเสนอขายสุดท้ายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 1 ที่ 9.45 บาทต่อหน่วย และจำนวนหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนที่ออกและเสนอขายจำนวนไม่เกิน 410 ล้านหน่วย พร้อมเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีสิทธิ จองซื้อหน่วยทรัสต์ในวันที่                   6 -11 ธันวาคม 2561 ในวันทำการ และนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปจองซื้อในวันที่ 6-13 ธันวาคม 2561 ในวันทำการ เพื่อลงทุนในสิทธิการเช่าโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย และลงทุนกรรมสิทธิ์ในโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งมีอัตราการเติบโตที่ดีทางด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในประเทศ คาดช่วยดันยิลด์เพิ่มขึ้นเป็น 8.5% ในปีแรกภายหลังการเพิ่มทุน ตอกย้ำ SHREIT เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโรงแรมที่ให้เงินจ่ายตอบแทนจากการลงทุนติดอันดับต้นๆ ของกองทรัสต์ประเภทโรงแรมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นายอรรถพงศ์ พรธิติ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายวาณิชธนกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เปิดเผยว่า หลังจากทรัสต์ SHREIT ได้กำหนดจำนวนหน่วยทรัสต์ที่จะออกเพิ่มเติมในการเพิ่มทุนครั้งที่ 1 ไม่เกิน 410 ล้านหน่วย โดยจะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยที่มีสิทธิในการจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมซึ่งไม่ใช่บุคคลอเมริกัน (U.S. Person) (Preferential Public Offering) จำนวน 207.5 ล้านหน่วย หรือประมาณร้อยละ 50.6 ของจำนวนหน่วยทรัสต์ที่เสนอขายเพิ่มเติม ในอัตราส่วน 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.5881 หน่วยทรัสต์ที่เสนอขายเพิ่มเติม และส่วนที่เหลือจากการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหน่วยเดิมให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) และกำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายของหน่วยทรัสต์ที่ออกเพิ่มเติมในครั้งนี้ที่ 9.45 บาทต่อหน่วย โดยกองทรัสต์จะระดมทุนโดยการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพ่มเติมในครั้งนี้และเงินกู้ยืม เพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ 2 แห่งในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีมูลค่าสินทรัพย์รวมกันไม่เกิน 171.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,684 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้อนุมัติแบบคำขอเสนอขายหน่วยทรัสต์ที่ออกใหม่ โดยแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหน่วยทรัสต์ และหนังสือชี้ชวนการเสนอขายหน่วยทรัสต์ มีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อย ดังนั้น จึงเตรียมเปิดให้ผู้ถือหน่วยเดิมที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยทรัสต์ ณ วันที่ 23 พ.ย. 2561 สามารถจองซื้อหน่วยทรัสต์เพิ่มเติมตามสัดส่วนที่กำหนดไว้ในวันที่ 6 – 11 ธันวาคม 2561และเปิดให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนทั่วไปจองซื้อในวันที่ วันที่ 6 -13  ธันวาคม 2561กำหนดเงื่อนไขจองซื้อขั้นต่ำที่ 1,000 หน่วยและเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ 100 หน่วย โดยสามารถจองซื้อหน่วยทรัสต์ SHREIT ได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)ในช่วงวันและเวลาทำการ หรือตัวแทนจำหน่ายหน่วยทรัสต์รายละเอียดตามหนังสือชี้ชวนที่มีผลบังคับใช้

 นายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า มีความมั่นใจต่อการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มเติม SHREIT จะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและนักลงทุนรายใหม่ เนื่องจากมีผลการดำเนินงานที่ดีมาตลอดนับตั้งแต่จัดตั้งกองทรัสต์เมื่อปลายปี 2560 โดยปัจจุบันมีทรัพย์สินที่เข้าลงทุนครั้งแรกในกรรมสิทธิ์แบบต่ออายุได้และสิทธิการเช่าโรงแรมระดับ 3-5 ดาวในภูมิภาคอาเซียน รวม 3 แห่ง ได้แก่ 1.โรงแรม Pullman Jakarta Central Park ระดับ 5 ดาว จำนวน 317 ห้อง ในกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 2.โรงแรม Capri by Fraser ระดับ 4 ดาว จำนวน 175 ห้อง และ 3.โรงแรม IBIS Saigon South ระดับ 3 ดาว จำนวน 140 ห้อง ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม 

โดยนักลงทุนที่ถือหน่วยทรัสต์ SHREIT ตั้งแต่วันที่เข้าทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จะได้รับเงินจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนตลอด 10 เดือนแรกของปีนี้ (สิ้นสุด ต.ค. 2561) ทั้งในรูปเงินปันผลและเงินลดทุน รวมทั้งสิ้น 0.5997 บาทต่อหน่วย ส่งผลให้ SHREIT เป็นกองทรัสต์ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทโรงแรม ที่ให้เงินจ่ายตอบแทนจากการลงทุนติดอันดับต้นๆ ของกองทรัสต์โรงแรมที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตราทีจิก พร็อพเพอร์ตี้ อินเวสท์เตอร์ส จำกัด ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระที่บริหารโดยมืออาชีพ และผู้จัดการกองทรัสต์ SHREIT กล่าวว่า ทรัสต์ SHREIT จะเข้าลงทุนเพิ่มเติมในสินทรัพย์โรงแรมในภูมิภาคอาเซียนอีก 2 แห่ง ได้แก่ 1. การลงทุนในสิทธิการเช่าโรงแรม Sofitel Bali Nusa Dua Beach Resort บนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาว จำนวนห้องพักรวม 398 ห้อง และบ้านพักวิลล่าจำนวน 17 หลัง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและห้องประชุมจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ รองรับการประชุมระดับนานาชาติได้ และ 2. ลงทุนกรรมสิทธิ์ในโครงการโรงแรม Hilton Garden Inn Kuala Lumpur ระดับ 4 ดาว จำนวน 532 ห้อง ที่ตั้งอยู่ในเขต Chow Kit ใกล้กับ Kuala Lumpur City Centre (KLCC) ย่านศูนย์กลางธุรกิจและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และเป็นโรงแรมแบรนด์นานาชาติแห่งเดียวในย่านนั้น

“เรามั่นใจทรัพย์สินใหม่ทั้ง 2 แห่งที่เข้าลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 กระจายอยู่ในทำเลเมืองท่องเที่ยวและย่านธุรกิจ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน จึงมีการกระจายความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม โดยกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติหลากหลาย ทั้งนักท่องเที่ยวชาวจีน อินเดียและตะวันออกกลาง โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวเฉลี่ยที่เข้ามาพักในโรงแรม 5.9% ต่อปี ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวภายในประเทศนิยมเดินทางท่องเที่ยวมายังเมืองดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 9.0% ส่วนบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เป็นหนึ่งในเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จึงส่งผลดีต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตเฉลี่ย 14.8% ต่อปี” นายปธาน กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News