บสย. เดินหน้าช่วย SMEs ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งลูกค้า-ลูกหนี้ และ SMEs ที่ได้รับผลกระทบ ผ่าน 3 มาตรการเร่งด่วน “พักชำระค่าธรรมเนียม-ค่างวด” พร้อมอัดฉีดโครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก “SMEs ฟื้นฟู No One Left Behind” มุ่งลดภาระทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง ช่วย SMEs พลิกฟื้นกิจการหลังน้ำท่วม
นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในวงกว้างในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งสร้างผลกระทบต่อประชาชน และกิจการร้านค้า ผู้ประกอบการ เป็นจำนวนมาก บสย. เดินหน้าให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องในทุกมิติ ตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ส่งมอบถุงยังชีพ บรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย รวมถึงออกมาตรการเร่งด่วน และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ มุ่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประสบภัยน้ำท่วมในทุกๆ กลุ่ม ให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤต และประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ (สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ผู้ประสบอุทกภัย และมีสถานประกอบการตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัด ตามประกาศของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้
- มาตรการช่วยลูกค้า บสย. พักชำระค่าธรรมเนียมและค่าจัดการค้ำประกัน 6 เดือน สำหรับ SMEs ลูกค้า บสย. ที่จะครบกำหนดชำระ ระหว่างวันที่ 23 สิงหาคม - 31 ตุลาคม 2567
- มาตรการช่วยลูกหนี้ บสย. พักชำระค่างวด 6 เดือน สำหรับ SMEs ลูกหนี้ บสย. ที่อยู่ในระหว่างผ่อนชำระตามแผนปรับโครงสร้างหนี้ และไม่ผิดนัดชำระหนี้ ระยะเวลารับคำขอตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2567
- มาตรการเสริมสภาพคล่อง โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ฟื้นฟู No One Left Behind โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก วงเงิน 1,000 ล้านบาท ภายใต้โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 “บสย. SMEs ยั่งยืน” ค้ำประกันตั้งแต่ 1 หมื่น – 2 ล้านบาทต่อราย นานสูงสุด 10 ปี อัตราค่าธรรมเนียม 1.25% ต่อปี ฟรี! ค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก พร้อมยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันตลอดโครงการ เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินให้กับ SMEs ผู้ประสบภัยอุทกภัย ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า บสย. และกลุ่มผู้ประกอบการใหม่ที่ยังไม่เคยใช้บริการค้ำประกันสินเชื่อกับ บสย. ที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูกิจการกับสถาบันการเงินหลังน้ำท่วม สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. เติมทุน เสริมสภาพคล่องให้ SMEs กลับมาฟื้นฟูกิจการได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น โดยเปิดรับคำขอค้ำประกันตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เม.ย. 2568
นอกจากนี้ บสย. ยังได้ร่วมกับพันธมิตรสถาบันการเงินต่างๆ ค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก ภายใต้โครงการ “ซอฟต์โลน GSB Boost Up” ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เห็นชอบปรับแก้เงื่อนไขให้ธนาคารออมสิน จัดสรรวงเงิน 50,000 ล้านบาท ภายใต้โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) GSB Boost Up นำมาช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยขยายกลุ่มครอบคลุมทั้งผู้ประกอบการ SMEs รายย่อย และอาชีพอิสระ โดยธนาคารออมสินสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้แก่สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ที่ได้ผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5% ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อเติมสภาพคล่องให้กับ SMEs ที่ได้รับผลกระทบมากยิ่งขึ้น
นายสิทธิกร กล่าวว่า นอกจากให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการต่างๆ บสย. ยังได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และผลกระทบอย่างใกล้ชิดในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ที่มีแนวโน้มเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัย พร้อมมอบหมายให้สำนักงานเขต บสย. ทั่วประเทศเร่งสำรวจ ตรวจสอบและสื่อสารประชาสัมพันธ์มาตรการช่วยเหลือดังกล่าว ตลอดจนระดมทีมงานลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลืออื่นๆ เพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ส่งทีมงาน “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน” ของสำนักงานเขต บสย. ทั่วประเทศ ลงพื้นที่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้คำแนะนำในการพลิกฟื้นธุรกิจอีกด้วย
สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ลูกค้า และลูกหนี้ บสย. ที่อยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยตามประกาศของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สามารถปรึกษาหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรายละเอียดการเข้าร่วมมาตรการ ได้ที่สำนักงานเขตในพื้นที่ หรือ ช่องทาง LINE OA TCG First: @tcgfirst และ บสย. Call Center โทร. 02-890-9999