mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

KTAM มองภาพรวมตลาดครึ่งปีหลัง 67 แกร่งขึ้น แนะจัดพอร์ตที่มีความสมดุล และกระจายตัว

KTAM มองภาพรวมตลาดครึ่งปีหลัง 67 แกร่งขึ้น แนะจัดพอร์ตที่มีความสมดุล และกระจายตัว

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกในครึ่งปีหลังว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง แต่อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาคจากปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายการเงินตึงตัว ผลกระทบจากการคงดอกเบี้ยในระดับสูง และการเลือกตั้งประธานาธิบดี รวมถึงตลาดหุ้นไทยที่คาดว่าหลังจาก พรบ.งบประมาณปี 2567 มีผลบังคับใช้แล้ว จะทำให้เม็ดเงินไหลเวียนในเศรษฐกิจได้ดีขึ้น

โดยตลาดตราสารหนี้ทั่วโลก มองว่า มีความผันผวนไปตามกระแสคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางของแต่ละประเทศ โดยคาดว่าธนาคารกลางสำคัญๆ ของโลกอาจจะมีการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดตราสารหนี้ต่างประเทศมีความน่าสนใจขึ้นในช่วงดอกเบี้ยขาลง ในส่วนตลาดตราสารหนี้ไทยนั้น มีความผันผวนไปตามกระแสคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เช่นกัน อย่างไรก็ตาม จากสัญญาณที่ได้รับหลังการประชุมล่าสุด นักลงทุนต่างเริ่มปรับลดความหวังต่อการลดดอกเบี้ย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวสูงขึ้น ถึงแม้ว่า กนง. จะไม่มีการลดดอกเบี้ย แต่ด้วยระดับดอกเบี้ยนโยบายในปัจจุบันที่ 2.50% ก็นับว่าเป็นระดับปานกลาง ซึ่งยังไม่สร้างความน่าสนใจในตราสารหนี้ไทยมากนัก เราจึงได้แนะนำ

กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้นพลัส (KTSTPLUS) (ความเสี่ยงระดับ 4) เน้นลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ โดยเฉลี่ยอายุตราสารไม่เกิน 1 ปี โดยกองทุนมุ่งเน้นลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนส่วนเพิ่มที่มากกว่าเงินฝาก เพื่อให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่มากกว่าในระยะ 3 เดือน – 1 ปี ดังนั้นกองทุนนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป และกองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ พลัส (KTFIXPLUS) (ความเสี่ยงระดับ 4) เน้นลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนอาจพิจารณานำเงินไปลงทุนในต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของ NAV ทั้งนี้ กองทุนมุ่งเน้นลงทุนเพื่อให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนสม่ำเสมอจากตลาดตราสารหนี้ในระยะปานกลางถึงระยะยาว จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป

สำหรับตลาดหุ้นต่างประเทศ มองว่าหลายตลาดปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงปีก่อนหน้าซึ่งมาจากปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้น ผลประกอบการออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าภาพในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงไป จากการที่เศรษฐกิจได้ส่งสัญญาณชะลอลงในบางประเทศ อาทิ นโยบายการเงินตึงตัวในหลายประเทศ การที่ Fed อาจจะไม่ได้ลดดอกเบี้ยเร็วอย่างที่หลายฝ่ายคาดไว้ รวมถึงผลประกอบการอาจจะไม่ได้เหนือคาดการณ์มากตามที่เกิดขึ้นในปีก่อน ถึงแม้ว่า มูลค่าของหลายตลาดที่ปรับตัวขึ้นมาดีก็ยังนับว่าราคาค่อนข้างแพง ทำให้ตลาดค่อนข้างอ่อนไหวต่อปัจจัยใหม่ๆ ที่เข้ามากระทบ ซึ่งอาจมาจากตัวเลขเศรษฐกิจ การประกาศผลประกอบการ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ดังนั้นการกระจายการลงทุนจึงเป็นตัวช่วยที่จะสร้างให้พอร์ตมีโอกาสเติบโตได้ จึงได้แนะนำ

กลุ่มกองทุน KTMUNG, KTMEE, KTSRI และ KTSUK (ความเสี่ยงระดับ 5) เน้นการลงทุนโดยการจัดสรรเงินลงทุนในหลายสินทรัพย์ทั่วโลก โดยลงทุนแบบ Fund of Funds ภายใต้บริษัทจัดการกองทุน และจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกินร้อยละ 79 ของ NAV มีทั้งหมด 4 กองแบ่งตามระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ (ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงตามผลประเมิน Suitability Test) นอกจากนี้ กองทุนเปิดกรุงไทยมั่งคั่ง (ชนิดสะสมมูลค่า) (KTMUNG-A) ยังได้รับรางวัลกองทุนผสมยอดเยี่ยมปี 2024 จาก บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) อีกด้วย (ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต) อีกทั้งยังได้แนะนำ KTWC Series (ความเสี่ยงระดับ 5) ซึ่งเป็นกลุ่มกองทุนผสมที่มี 3 กองทุนให้เลือกลงทุนตามเป้าหมายการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่รับได้ (ไม่ใช่ระดับความเสี่ยงตามผลประเมิน Suitability Test) เน้นลงทุนในกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และ/หรือหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่กฎหมาย ก.ล.ต.กําหนดในต่างประเทศอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไปโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยมี FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International เป็นผู้จัดการลงทุน โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง

ส่วนเศรษฐกิจของจีนนั้น ในระยะสั้นยังคงได้เปรียบจากการส่งออกสินค้าราคาถูก ทำให้ยอดการส่งออกขยายตัว รวมถึงปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์คลี่คลายลง ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจจีนอาจจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีปัจจัยหนุนที่สำคัญจากการการเปลี่ยนแปลงในโมเมนตั้มของตลาด ที่เริ่มส่งสัญญาณการกลับตัวจากหุ้นขาลงชัดเจนมากขึ้น รวมถึงการปรับโครงสร้างตลาดทุนให้มีคุณภาพสูงขึ้น โปร่งใสมากขึ้น และเอื้อต่อการลงทุนของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติมากขึ้น จึงมองว่าการลงทุนในครึ่งปีแรกนี้ ตลาดหุ้นจีนยังคงมีความน่าสนใจอยู่ จึงได้แนะนำ กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า อิควิตี้ ฟันด์ (KT-CHINA) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF China Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีภูมิลำเนาหรือได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจในจีน

และในครึ่งปีหลังมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความน่าสนใจมากขึ้น จากที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับลดลงจนราคาที่ซื้อขายกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม ประกอบกับ Fed มีแนวโน้มที่จะปรับลดดอกเบี้ยลงในช่วงปลายปีตามแนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ยังต้องคอยติดตามผลกระทบจากการคงดอกเบี้ยในระดับสูงมายาวนานต่อเนื่อง รวมถึงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วงปลายปี โดยแนะนำ กองทุนเปิดเคแทม ยูเอส โกรท อิควิตี้ ฟันด์ (KT-US) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน  AB American Growth Portfolio (กองทุนหลัก)ซึ่งลงทุนในหุ้นของบริษัทในสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มการเติบโตดี มีคุณภาพสูง

สำหรับตลาดหุ้นไทย ในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามีอัตราการเติบโตในระดับที่ต่ำ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ล่าช้ากว่าประเทศอื่นๆ รวมถึงความล่าช้าของ พรบ.งบประมาณปี 2567 แต่หลังจากที่ พรบ. มีผลบังคับใช้แล้ว จะส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลเวียนในเศรษฐกิจดีขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ได้ อีกทั้ง มาตรการกระตุ้นทางภาครัฐที่จะเข้ามามีส่วนเร่งผลักดันให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวคาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้เห็นอัตราการเติบโตที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะเดียวกัน ในส่วนของดอกเบี้ยนโยบายคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 2.50% ตามภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และเพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจต่อไป จึงได้แนะนำ กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้นทุนปันผล (KTSF) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนใน SET ที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีความมั่นคง ให้ผลตอบแทนที่ดี และกองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap (KTMSEQ) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นงบริษัทขนาดกลาง และ/หรีอ ขนาดเล็กที่จดทะเบียนใน SET หรือ mai ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และ/หรือ มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ

ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นมองว่ามีความโดดเด่นมากขึ้น จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางซึ่งยังคงจะทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูงได้ ดังนั้นการถือหุ้นกลุ่มพลังงานจะช่วยป้องกันความเสี่ยงภูมิศาสตร์ให้กับพอร์ตการลงทุนได้ และในส่วนทองคำนั้นยังคงได้ประโยชน์จากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาตร์ ประกอบกับความต้องการการถือครองทองคำของธนาคารกลางหลายแห่งเพิ่มมากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมการลงทุนในครึ่งปีหลังนี้ คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอาจจะให้ผลตอบแทนในระดับ “ปานกลาง” และอาจจะไม่ได้ดีเหมือนในปีก่อน ในทางตรงกันข้ามสินทรัพย์ปลอดภัยอาจจะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้นกว่าในปีที่ผ่านๆ มา ถึงแม้ว่าความผันผวนยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ดังนั้น การจัดพอร์ตการลงทุนที่มีความ “สมดุล” และ “กระจายตัว” ดีเพียงพอ จึงจะเป็นตัวช่วยในการลงทุนในครึ่งปีหลังนี้ได้อย่างดี

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News