mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กลุ่มทิสโก้ เผยผลประกอบการไตรมาส 1/2567 กำไรสุทธิ 1,733 ล้านบาท

กลุ่มทิสโก้ เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ของปี 2567 กำไรสุทธิ 1,733 ล้านบาท ลดลง 3.3% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า จากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักที่ลดลง ขณะที่การตั้งสํารองหนี้เสียเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงตามแผนการเร่งขยายธุรกิจ High yield พร้อมให้ความช่วยเหลือดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม เผยเตรียมขึ้น XD 24 เม.ย.

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ (Mr. Sakchai Peechapat, Group Chief Executive, TISCO Financial Group Public Company Limited) เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปี 2567 กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,733 ล้านบาท ลดลง 3.3% จากไตรมาส 1 ของปีก่อนหน้า สาเหตุจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในกลุ่มธุรกิจหลักชะลอตัวลง ทั้งรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์ที่ถูกกดดันจากภาวะตลาดทุนที่ยังไม่ฟื้น และรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่อ่อนตัวลงตามปริมาณการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ที่ชะลอตัวตามยอดขายรถยนต์ในประเทศ อีกทั้ง ต้นทุนทางการเงินยังเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปรับลดลง และคาดว่าจะถูกกดดันต่อตลอดทั้งปี

ในส่วนของสินเชื่อรวมขยายตัวเล็กน้อยที่ 0.2% จากปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากการขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ สินเชื่อ SME และสินเชื่อรายย่อยในกลุ่มให้ผลตอบแทนสูง (High Yield) โดยเฉพาะสินเชื่อจำนำทะเบียน “สมหวัง เงินสั่งได้” โดยในช่วงที่ผ่านมา บริษัทเพิ่มความรอบคอบและระมัดระวังในการอนุมัติสินเชื่อ รวมถึงติดตามและดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังเปราะบาง และคุณภาพลูกหนี้ที่อ่อนตัวลง บริษัทเพิ่มระดับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss – ECL) มาอยู่ที่ 0.5% ของสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงของลูกหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ยังคงรักษาอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 20.9% ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้น อนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 7.75 บาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อเดือนกันยายน 2566 ที่อัตรา 2 บาทต่อหุ้น จึงเสนอจ่ายปันผลงวดสุดท้ายในอัตราหุ้นละ 5.75 บาท พร้อมเตรียมขึ้น XD วันที่ 24 เมษายน 2567 และจ่ายปันผลในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 

ในระยะข้างหน้า กลุ่มทิสโก้ ยังคงเดินหน้าขยายการเติบโตในธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญ บนเส้นทางการเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้และภาระหนี้ของลูกค้า ตลอดจนการใช้ความเป็นมืออาชีพเข้าไปให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้า “วางแผนอนาคต…เพื่อคุณ” เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทย ในฐานะ “Your Trusted Financial Advisor” สถาบันการเงินที่คุณเชื่อมั่นไว้วางใจได้ 

“ในปีนี้กลุ่มทิสโก้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ที่ระดับ 3% ลดลงจากประมาณการในครั้งก่อนที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3.5% โดยเป็นการทยอยฟื้นตัวแบบ “ต้นร้าย-ปลายดี” ปัจจัยหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่คาดว่าจะทำได้ในช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์เป็นต้นไป รวมถึงภาคการส่งออกสินค้าที่จะทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจไทยจะมีสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ ขณะที่คาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย มีแนวโน้มปรับลดลงในครึ่งหลังของปี และจะช่วยลดภาระต้นทุนดอกเบี้ยได้ในที่สุด

ดังนั้น ในปี 2567 นี้ ทิสโก้ครบรอบ 55 ปี เราจะยังคงให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ พร้อมส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้คนไทย ทั้งเรื่องการวางแผนการเงินให้เกษียณสุข (Social Well-being with Financial Freedom & Security) ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงินเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นแก่สังคม ขณะที่กลุ่มธุรกิจบรรษัท จะมุ่งให้บริการทางการเงินแก่ธุรกิจสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น การลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน การสนับสนุนให้ลูกค้าปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เป็นต้น” นายศักดิ์ชัยกล่าว  

สรุปผลประกอบการสำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2567

ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้สำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 1,733 ล้านบาท ลดลง 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 สาเหตุมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยชะลอตัวลง ประกอบกับการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น ภาพรวมรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 2.1% จากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโตได้ 5.4% ตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี ต้นทุนทางการเงินยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามทิศทางของดอกเบี้ยในตลาด ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอ่อนตัวลง 5.5% เป็นผลมาจากรายได้ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ที่ยังไม่ฟื้นตัวท่ามกลางภาวะตลาดทุนที่ซบเซา ประกอบกับรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่อ่อนตัวลงตามปริมาณการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ที่ชะลอตัว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 0.8% ในขณะที่สำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss – ECL) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.5% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) สำหรับงวดไตรมาส 1 ปี 2567 อยู่ที่ 16.0%

เงินให้สินเชื่อรวมของกลุ่มทิสโก้ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 มีจำนวน 235,218 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปี 2566 จากสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่และสินเชื่อ SME เป็นหลัก ประกอบกับสินเชื่อจำนำทะเบียน “สมหวัง เงินสั่งได้” ที่ขยายตัวตามแผนการเปิดเครือข่ายสาขาทั่วประเทศ ในขณะที่บริษัทเพิ่มความระมัดระวังและรอบคอบในการปล่อยสินเชื่อ เนื่องมาจากเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางและคุณภาพลูกหนี้อ่อนแอลง สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) เพิ่มขึ้นจากงวดก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.27% ของสินเชื่อรวม อย่างไรก็ดี บริษัทยังคงดำเนินนโยบายการบริหารความเสี่ยงและตั้งสำรองอย่างรัดกุม มีระดับค่าเผื่อสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Coverage Ratio) อยู่ที่ 177.8% 

ธนาคารทิสโก้ยังคงรักษาระดับฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง โดยมีประมาณการอัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) อยู่ที่ 20.9% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 11.0% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมีอัตราเงินกองทุนชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 18.7% และ 2.1% ตามลำดับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News