mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

โลกการเงินเพื่อความยั่งยืนจะมีสีสันและหลากหลายมากขึ้น จากตราสารหนี้ในธีมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น มากไปกว่าสีเขียว

  • ในตลาดตราสารหนี้ในโลกการเงินเพื่อความยั่งยืนมีตราสารหนี้อื่นๆ ที่มากกว่าตราสารหนี้สีเขียว ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้สีฟ้า ตราสารหนี้สีส้ม หรือตราสารหนี้แรดดำ

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าอนาคตคงได้เห็นตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนที่หลากหลายสีจนอาจกลายเป็นสีรุ้ง

o             Blue Bonds ตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อนำมาใช้กับโครงการเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเล

o             Orange Bonds ตราสารหนี้เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือความหลากหลายทางเพศ

o             Rhino Bond ตราสารหนี้เพื่อการอนุรักษ์แรดดำ

  • ความท้าทายที่ตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนต้องเผชิญแตกต่างไปจากตราสารหนี้แบบทั่วไป ทั้งตลาดที่อยู่ในระยะเริ่มต้น การวัดและประเมินผลกระทบซึ่งรวมถึงต้นทุน และมาตรฐานสากลในปัจจุบันที่ยังกระจัดกระจายรอการดำเนินการต่อไป

ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน: การระดมทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและสร้างสรรค์

ในปี 2566 ที่ผ่านมาตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนโลกมีมูลค่าถึง 1.33 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และแม้ว่าตราสารหนี้สีเขียว (Green Bonds) จะมีสัดส่วนถึง 64% ของตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนทั้งหมด โดยตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนสีอื่น ๆ มีมูลค่ารวมกัน 3.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐซึ่งคิดเป็นครึ่งหนึ่งของตราสารหนี้สีเขียว

อย่างไรก็ดี ความหลากหลายนี้แสดงให้เห็นว่าตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนนั้นกำลังเติบโต ในความที่ปัจจุบันมุมมองของตลาดและนักลงทุนได้เปลี่ยนแปลงไปจากเก่า จากผลการสำรวจจาก Stanford ในปี 2566 นั้น 60% ของนักลงทุนรุ่นใหม่ไม่ได้ลงทุนเพื่อแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่มุ่งหวังที่พัฒนาสังคมและโลกให้ดีขึ้นไปพร้อม ๆ กันได้ จึงไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนักหากเราจะเห็นสีสันใหม่ ๆ เกิดขึ้นในตลาดการลงทุนสมัยใหม่นี้

ทำความรู้จักกับตราสารหนี้เพื่อวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย

ปัจจุบันในโลกการเงินเพื่อความยั่งยืนนี้ไม่ได้มีแต่เพียงเฉดสีเขียวของ Green Bonds เท่านั้น หัวใจหลักของตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนนี้คือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ออกแบบมาเพื่อระดมทุนแก่โครงการที่มีเป้าหมายสร้างผลกระทบเชิงบวกที่เป็นรูปธรรมต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมไปพร้อมการสร้างผลกำไรด้วย

o             เริ่มต้นกันที่ Blue Bonds หรือ ตราสารหนี้สีฟ้า เป็นตราสารหนี้ที่ระดมทุนเพื่อนำมาใช้กับโครงการเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเลโดยเฉพาะ โดยมีหลักการเช่นเดียวกับ Green Bonds ซึ่งตั้งแต่ปี 2561-2565 ตลาด Blue bonds มีมูลค่า 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าจะมีมูลค่าน้อยเมื่อเทียบกับมูลค่า Green bonds ในช่วงปีเดียวกัน แต่อาจเรียกได้ว่า Blue Bonds อยู่ในสถานะคล้ายกับ Green bonds เมื่อ 15 ปีที่แล้ว 

Blue Bond รุ่นแรกของโลกออกโดยประเทศเซเชลส์ (Seychelles) เมื่อตุลาคมปี 2561 และในช่วงแรกผู้ออกตราสารหนี้หลักในตลาดมักเป็นองค์การระหว่างประเทศเช่น World Bank ADB แต่ในช่วงต่อ ๆ มานี้เริ่มมีเอกชนทั้งภาคการเงินและภาคอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ในตลาดเพิ่มขึ้น อาทิ Bank of China, Bank of America หรือแม้แต่ Mowi บริษัทเอกชนรายใหญ่ในนอร์เวย์ซึ่งประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารทะเล และ Ørsted บริษัทพลังงานแห่งแรกที่ออก Blue Bond

3 ใน 4 ของโลกประกอบไปด้วยน้ำ เรียกได้ว่า โอกาสในตลาดสีฟ้านี้กว้างขวางนัก อีกทั้ง OECD ยังประมาณการไว้ว่า ขนาดเศรษฐกิจสีฟ้านั้นจะมีมูลค่าถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2573 เรียกได้ว่า ยังมีช่องว่างอีกมากสำหรับการเติบโตของตราสารหนี้สีฟ้าในตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืน หรือ Blue bonds อาจมาเป็น the new Green bonds ได้

o             Orange Bonds หรือตราสารหนี้สีส้ม2 อาจเป็นตราสารหนี้ที่หลายคนไม่คุ้นหูนัก เป็นตราสารหนี้เพื่อสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือความหลากหลายทางเพศ โดย Women’s Livelihood BondTM (WLB) Series ถือว่าเป็นตราสารหนี้สีส้มชุดแรกของโลก ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นในปี 2560 โดย Orange Bond Initiative ซึ่งมีรัฐบาลออสเตรเลียเป็นหัวหอกหลัก

นับตั้งแต่ตราสารชุดแรก WLB1 จนถึงปัจจุบัน WLB6 ได้ระดมทุนกว่า 228 ล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสนับสนุนการประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนของผู้หญิงและเด็กรวมแล้วกว่า 2.6 ล้านคนในทวีปเอเชียและแอฟริกา 7 ประเทศ และใน 6 ภาคส่วน ได้แก่ การเกษตรยั่งยืน พลังงานสะอาด น้ำและสุขาภิบาล ที่อยู่อาศัย สินเชื่อ SME และ Microfinance

หลายท่านอาจตั้งคำถามว่า ตราสารหนี้สีส้มนี้อัตราผลตอบแทนเป็นอย่างไร แล้วจะวัดผลการดำเนินการได้อย่างไร อัตราผลตอบแทนของ WLB นั้นอยู่ระหว่าง 5-7% และในการวัดผลของ WLB นั้น จะกำหนดจำนวนเงินและจำนวนผู้หญิงที่จะได้รับความช่วยเหลือ ทั้งนี้ WLB ตั้งเป้าประสงค์ว่า ภายในปี 2573 จะระดุมทุนให้ได้ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้หญิงและเด็กจำนวน 100 ล้านคน

o             สุดท้ายที่ Rhino Bonds3 หรือตราสารหนี้เพื่อการอนุรักษ์แรดดำ เป็นการระดมทุนจำนวน 150 ล้านเหรียญสหรัฐของธนาคารโลก (World Bank) เพื่ออนุรักษ์และเพิ่มจำนวนประชากรแรดดำ เนื่องจากแรดดำตกอยู่ในภาวะเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์เนื่องจากจากการถูกล่าเพื่อนำนอแรดไปขาย

ใน 2 เขตอุทยานแห่งชาติที่แอฟริกาใต้ Addo Elephant National Park และ Great Fish River Nature Reserve และมีอายุครบกำหนด 5 ปี

ทั้งนี้ ที่น่าสนใจคือ Rhino Bond จะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยแบบตราสารหนี้ทั่วไป แต่ให้ผลตอบแทนในลักษณะมุ่งผลลัพธ์ (Outcome-Based) เมื่อครบกำหนดอายุ 5 ปี ตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility) ดังนี้ 

หนึ่งข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ นักลงทุนใน Rhino Bonds ดังกล่าวซึ่งเป็นนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ยอมรับความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับผลตอบแทนอะไรเลย มากไปกว่านั้นยังยอมที่จะมองข้ามจำนวนผลตอบแทนที่อาจหายไปมูลค่าถึง 5.49 ล้านเหรียญสหรัฐ

ความท้าทายของตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนที่มิใช่สีเขียว

o             ตลาดยังใหม่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาตลาด ในตอนนี้ไม่เพียงแต่มีผู้เล่นหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลายและไม่แน่นอน แต่รวมถึงความตระหนักรู้และข้อมูลที่น้อยในตลาดซึ่งรวมถึงการประมาณการอัตราผลตอบแทนความเสี่ยงและต้นทุนในการออกตราสารด้วย

o             การกำหนดและการวัดผลกระทบ หนึ่งในความท้าทายหลักคือความยากลำบากในการวัดผลกระทบเชิงปริมาณด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมของโครงการ ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับนักลงทุนในการตัดสินใจลงทุน ตอนนี้ผู้ออกตราสารหนี้ต้องสร้างกระบวนการเองและต้องหาองค์กรบุคคลที่สามมา verify ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนการออกตราสารหนี้ด้วย

o             ขาดมาตรฐานที่เป็นสากล: ในปัจจุบันเรียกได้ว่ามาตรฐานสำหรับตราสารหนี้หลากสีมีความกระจัดกระจาย แม้ว่าเริ่มมีหลายองค์กรระดับโลกพยายามออกแนวทางมาเพื่อสนับสนุนตราสารหนี้หลากสีนี้ ซึ่งแตกต่างจาก Green Bonds ที่มีแนวทางกำหนดไว้ที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับระดับสากล

อนาคตของตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน

เนื่องจากปัจจัยที่มิใช่ตัวแปรทางการเงินได้เข้ามามีบทบาทกำหนดทิศทางผลิตภัณฑ์ทางการเงินไปเสียแล้ว ในช่วงเวลาอันใกล้ เราคงมีโอกาสได้เห็นตราสารหนี้ที่มีสีหลายหลากมากยิ่งขึ้นจนกลายเป็นสีรุ้ง ไม่ใช่แค่เพื่อลดคาร์บอนเพียงประการเดียว

เราคงอาจได้พบตราสารใหม่ๆ เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น Tiger bonds4 ของ UNDP Mountain Bonds เพื่อดูแลเหล่าเทือกเขา หรือ Deforestation Bonds เพื่อดูแลผืนป่า การพัฒนาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความปรารถนาในหมู่นักลงทุนในการจัดพอร์ตการลงทุนของตนให้สอดคล้องกับคุณค่าทางจริยธรรมและความสนใจของพวกเขา ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตเกินกว่าเกณฑ์ ESG และในอนาคตอาจรวมถึงสาขาอื่นๆ เช่น ศิลปะและวิทยาศาสตร์ เป็นต้น

สำหรับประเทศไทยซึ่ง Sustainability Bonds ได้รับความนิยมสูงที่สุด5 ความหลากสีในตลาดการเงินเพื่อความยั่งยืนล้วนเป็นโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจสีฟ้าซึ่งมีมูลค่าถึง 30% ของ GDP ไทย6 หรือการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ หรือเราก็อาจเห็นการออกตราสารหนี้ใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงกับช้างไทยซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนเหล่านี้มีความหลากหลายมากและมีโอกาสพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น กฎระเบียบต่าง ๆ ต้องเร่งตามให้ทัน ซึ่งปัจจุบันเฉพาะ Green Bonds เท่านั้นที่มีกฎระเบียบที่บังคับใช้ที่ทุกฝ่ายจะต้องดำเนินการตาม แต่ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนประเภทอื่น ๆ ยังคงเป็นเพียง Framework หรือ Guideline เท่านั้น สุดท้ายแล้ว คงเป็นความท้าทายของหน่วยงานกำกับดูแลที่จะทำอย่างไรเพื่อลดการฟอกสีอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะการฟอกเขียวเท่านั้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News