mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

KTAM เปิดขายกองทุนหุ้นเทค “KT-TECHNOLOGY” เสนอขายครั้งแรก 19-27 ก.พ.นี้

KTAM เปิดขายกองทุนหุ้นเทค “KT-TECHNOLOGY” เสนอขายครั้งแรก 19-27 ก.พ.นี้ เน้นกระจายการลงทุนในทุกธีมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงโดดเด่นต่อเนื่องจากกระแส AI รวมถึงการใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นให้อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีการขยายตัวทั่วโลก เราได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ จึงได้เปิดเสนอขาย กองทุนเปิดเคแทม World Technology (KT-TECHNOLOGY) โดยเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 19 – 27 ก.พ. 67 นี้ ทั้งชนิดสะสมมูลค่า (KT- TECHNOLOGY-A) และชนิดเพื่อการออม (KT- TECHNOLOGY-SSF)

กองทุน KT-TECHNOLOGY (ความเสี่ยงกองทุนระดับ 7) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Fidelity Funds – Global Technology Fund Y-ACC-USD (กองทุนรวมหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV โดยกองทุนรวมหลักมีเป้าหมายที่จะสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการกระจายการลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลก รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นผู้พัฒนา ผู้นำมาใช้ หรือผู้ได้รับประโยชน์ จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

สำหรับกองทุนรวมหลักมีการบริหารการลงทุนแบบเชิงรุก (Active Investing) และสามารถลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นโดยไม่มีข้อจำกัด (Unconstrained Strategy) โดยจะลงทุนค่อนข้างกระจุกตัวในหุ้นประมาณ 50-100 บริษัท และค่อนข้างที่จะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็กที่มากกว่าดัชนีอ้างอิง โดยจะหาโอกาสการลงทุนในหุ้นที่อยู่ภายใต้ 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) กลุ่ม Growth หุ้นเติบโตในระยะยาว โดยอาศัยเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจ รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ 2) กลุ่ม Cyclical หุ้นที่มีการเติบโตตามวัฎจักรได้เป็นอย่างดี และต้องมี Balance Sheet ที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างโอกาสการลงทุนในระยะสั้นๆ และ 3) กลุ่ม Special Situations ได้แก่บริษัทที่มูลค่าในปัจจุบันแตกต่างจากมูลค่าที่แท้จริงเป็นอย่างมาก บริษัทที่มีโอกาสฟื้นตัวสูง บริษัทที่อยู่ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของทีมผู้บริหารจัดการ หรือบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมายในการถูกเข้าซื้อกิจการ เป็นต้น

นอกจากการสร้างโอกาสในการลงทุนจากการกระจายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยไม่จำกัดเพียงแต่การลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวแล้วนั้น กองทุนรวมหลักยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นอย่างมากอีกด้วย สะท้อนได้จากผลการดำเนินงานนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนของทางกองทุนรวมหลักที่สามารถเอาชนะดัชนีอ้างอิงและสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มกองทุนเทคโนโลยีได้ในระยะยาว ในขณะที่ความผันผวนโดยเฉลี่ยก็ต่ำกว่าดัชนีอ้างอิงและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มกองทุนเทคโนโลยีได้อีกด้วย (ที่มา: Fidelity International, ข้อมูล ณ สิ้นเดือน ม.ค. 67) โดยกองทุนรวมหลักเน้นลงทุนแบบ Contrarian โดยให้ความสำคัญกับระดับราคา (Valuation) เป็นอย่างมาก ส่งผลให้ปัจจุบันกองทุนรวมหลักมีนํ้าหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 ที่ต่ำกว่าดัชนีอ้างอิง และมีนํ้าหนักการลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-ขนาดเล็ก ที่มากกว่าดัชนีอ้างอิง ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่มีระดับราคาที่ถูกกว่า และมีโอกาสที่จะได้รับประโยชน์จากการตกเป็นเป้าหมายของการถูกเข้าซื้อและควบรวมกิจการ

โดยปัจจุบันกองทุนรวมหลักมีสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ 5 อันดับแรก ได้แก่ Microsoft, Apple, Taiwan Semiconductor Manufacturing, Ericsson และ Qualcomm (ที่มา: Fidelity International, KTAM, ข้อมูล ณ สิ้นเดือน ม.ค. 67)

“กลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยียังคงโดดเด่นต่อเนื่องจากกระแส AI รวมถึงการใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มูลค่าตลาดของกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทั่วโลกมีโอกาสขยายตัวเฉลี่ยสูงถึงปีละ 36.8% จนถึงปี 2575 (ที่มา : GlobeNewswire ข้อมูล ณ วันที่ 28 มี.ค. 66) อีกทั้งการลดดอกเบี้ยของ Fed ก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มูลค่าหุ้นในกลุ่มเทคฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของทาง Fidelity International ยังได้ทำการวิเคราะห์และประมาณการแนวโน้มของการเติบโตในปี 2567 โดยแบ่งตามรายกลุ่มอุตสาหกรรมพบว่า อุตสาหกรรมเทคโนโลยีมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรม (ที่มา: Fidelity International, ข้อมูล ณ วันที่ 7 พ.ย. 66) เราจึงเล็งเห็นว่าหุ้นกลุ่มนี้มีความน่าสนใจและมีโอกาสเติบโตในระยะยาว และจุดเด่นที่สำคัญของกองทุนนี้คือ การกระจายการลงทุนทั้งในเทคโนโลยี “เก่า” และ “ใหม่” จึงเป็นการเพิ่มโอกาสการลงทุนได้อีกทางหนึ่ง” นางชวินดา กล่าว

ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทยและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News