mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ONETOUCH เผยผลสำรวจตลาดถุงยางอนามัยในไทยมูลค่ากว่า 1,400 ล้าน โชว์ศักยภาพดันส่วนแบ่งเพิ่ม

TNR เปิดผลสำรวจตลาดถุงยางอนามัยในประเทศไทย จากการสำรวจโดยนีลเส็น ประเทศไทย หน่วยงานด้านการวิจัยชั้นนำ มีมูลค่าตลาดรวมในปีที่ผ่านมา กว่า 1,400 ล้านบาท จากแบรนด์สินค้าในตลาดกว่า 30 แบรนด์ ขณะที่ภาพรวมช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ตลาดรวมหดตัวลง จากค่านิยมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไป ขณะที่แบรนด์ ONETOUCH(TM) โชว์ศักยภาพเพิ่มส่วนแบ่งตลาด หลังมุ่งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์และขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ ตั้งเป้าสิ้นปีนี้มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ 28% และเพิ่มเป็น 32% และ 35% ตามลำดับในปี 2562 และ 2563 เพื่อก้าวเป็นผู้นำตลาดถุงยางอนามัยในไทย

 นายกัณห์ กุลอัฐภิญญา ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TNR ผู้ผลิตและจำหน่ายถุงยางอนามัยจากน้ำยางธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดในไทยและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องภายใต้แบรนด์ ONETOUCH(TM) และ PLAYBOY เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดถุงยางอนามัยในประเทศไทย (สำรวจโดยนีลเส็น
ประเทศไทย) ในปีที่ผ่านมา มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 1,432 ล้านบาท หรือคิดเป็นปริมาณ 72 ล้านชิ้น (ไม่รวมถุงยางที่แจกจ่ายโดยภาครัฐและองค์กรไม่แสวงหากำไร) โดยปัจจุบันในประเทศไทยมีถุงยางอนามัยที่วางจำหน่ายในท้องตลาดกว่า 30 แบรนด์ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 หน่วยสินค้า (SKU) ซึ่งมาจากผู้ผลิตในประเทศ 5 ราย และผู้นำเข้าจากต่างประเทศอีก 2 ราย

 ขณะที่ภาพรวมตลาดถุงยางอนามัยในประเทศไทยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.2561) พบว่ามูลค่าตลาดรวมลดลงประมาณ 1.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยมาจากค่านิยมเกี่ยวกับวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิดที่เปลี่ยนแปลงไป สะท้อนจากอัตราการเจ็บป่วยที่เกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของประชาชนคนไทยที่เพิ่มขึ้นจากในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม อย่างไรก็ตามประเมินว่าแนวโน้มตลาดถุงยางอนามัยในช่วง 6 เดือนหลังของปีนี้จะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะช่องทางการขายทางออนไลน์ที่คาดว่าจะขยายตัวได้อย่างโดดเด่น จากการทำกิจการการตลาดเพื่อกระตุ้นการขายของผู้ประกอบการแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น

 ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยนิปปอนรับเบอร์อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการดำเนินงานของถุงยางอนามัยแบรนด์ ONETOUCH(TM) ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดได้ตามเป้าหมาย โดยมีปัจจัยมาจากการปรับภาพลักษณ์แบรนด์สินค้าให้มีความชัดเจนและสามารถสื่อสารจุดยืนที่ชัดยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ ‘ไปให้ถึงจุด ทำให้สุดยอด’ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะการขยายกลุ่มเป้าหมายใหม่ของแบรนด์ ONETOUCH(TM) ที่เป็นคนในยุคมิลเลนเนียล (Millennials) หรือกลุ่ม Gen Y ที่เกิดในช่วงปี 2523 – 2543 (อายุ 18 – 38 ปี) โดยทำการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายผ่านสื่อโซเชียล มีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค เพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำหรือทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ ONETOUCH(TM) พร้อมทั้งปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการวางจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น

 ขณะเดียวกันพบว่าพฤติกรรมในการเลือกซื้อถุงยางอนามัยของผู้บริโภคในปัจจุบัน ยังคงให้ความสำคัญกับยี่ห้อเป็นอันดับแรก ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากถุงยางอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์ประเภทเครื่องมือแพทย์ เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่กล้าเสี่ยงใช้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้นผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเลือกซื้อถุงยางอนามัยที่มีแบรนด์เป็นที่รู้จัก เป็นปัจจัยลำดับต้น ๆ เพื่อลดความกังวลในเรื่องดังกล่าว เพิ่มมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์

 ทั้งนี้ ผลตอบรับจากการปรับภาพลักษณ์แบรนด์สินค้า ตั้งเป้าภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดแบรนด์ ONETOUCH(TM) เป็น 28% ของปริมาณการใช้โดยรวม และปี 2562 ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 32% ของปริมาณการใช้โดยรวม ส่วนในปี 2563 ตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดเป็น 35% โดยจะรุกวางจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ไฮเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยาให้ครอบคลุมเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้ดียิ่งขึ้น

 “เราตั้งเป้าหมายเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเพื่อก้าวเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ถุงยางอนามัยในประเทศในอนาคต โดยมั่นใจว่าด้วยคุณภาพสินค้าและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ ความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภค ประสบการณ์ในการขายและการตลาด และมีพันธมิตรคู่ค้าด้านการทำตลาดและช่องทางจำหน่ายที่ดี จะทำให้ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าของเราและทำให้ ONETOUCH(TM) บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายกัณห์ กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News