mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑลไตรมาส 4 ปี 2566

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC รายงานดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ในภาวะปัจจุบัน (Current Situation Index) ในภาพรวมของไตรมาส 4 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับระดับ 47.6 ลดลง เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2566 (QoQ) ที่มีค่าดัชนีเท่ากับระดับ 49.7 โดยเป็นระดับความเชื่อมั่นที่ต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีค่าดัชนีเท่ากับระดับ 51.5 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการมีความเชื่อมั่นลดลงจากเดิมเล็กน้อยและยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ธุรกิจในภาวะปัจจุบัน  

REIC พบว่า ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นต่ำกว่าระดับ 50.0 หรือเกิดภาวะขาดความเชื่อมั่นและมีความกังวล ประกอบด้วย ด้านผลประกอบการอยู่ในระดับ 41.8 ที่ต่ำกว่าระดับ 50.0 ต่อเนื่องมา 5 ไตรมาส ด้านยอดขายอยู่ในระดับ 45.1 และต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) อยู่ในระดับ 41.5 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50.0 แต่พบว่า ในด้านการลงทุนและด้านการจ้างงาน อยู่ในระดับ 50.7 และด้านการเปิดโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ ที่อยู่ในระดับ 55.5

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า “ผลจากการสำรวจความเชื่อมั่นฯ แสดงให้เห็นว่า ในไตรมาส 4 ปี 2566 ผู้ประกอบการฯ ยังคงมีความเชื่อมั่นลดลงและมีมุมมองเชิงลบต่อสถานการณ์ธุรกิจมาตลอดทั้งปี 2566 โดยพบว่า มีระดับความเชื่อมั่นต่ำกว่าระดับ 50.0 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 4 ปี 2566 ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยลบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. ที่ปรับขึ้นมาแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2566 ที่ระดับร้อยละ 1.25 มาเป็นร้อยละ 2.50 ในไตรมาส 4 ปี 2566 แต่มีสังเกตว่า ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามีเพียง 2 ด้านที่มีทิศทางที่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย ในด้านยอดขายและด้านการลงทุน โดยด้านการลงทุนมีการปรับตัวจากระดับ 49.7 เป็นระดับ 50.7 แต่ในด้านยอดขายยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าระดับ 50.0 ติดต่อกันถึง 4 ไตรมาส ตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 4 ปี 2566”

เมื่อจำแนกความเชื่อมั่นตามกลุ่มผู้ประกอบการฯ พบว่า ความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันของผู้ประกอบการกลุ่ม Listed Companies ในไตรมาส 4 ปี 2566 มีค่าดัชนีเท่ากับ 48.1 น้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้าที่มีค่าดัชนีระดับ 54.7 และต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการกลุ่ม Listed Companies มีความกังวลต่อธุรกิจในภาวะปัจจุบัน โดยเฉพาะในด้านผลประกอบการที่ลดลงไปที่ระดับ 36.4  จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 56.8 และด้านการเปิดโครงการใหม่ และ/หรือเฟสใหม่ลดลงไปที่ 56.3 จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 65.4

ขณะที่ผู้ประกอบการกลุ่ม Non-listed Companies ในไตรมาส 4 ปี 2566 มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นที่ระดับ 46.8 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 42.3 ซึ่งยังคงต่ำกว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการรายย่อยกลุ่ม Non-listed Companies ยังคงมีความกังวลต่อปัจจัยลบต่าง ๆ เช่นเดียวกับกลุ่ม Listed Companies ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ Non-listed Companies ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือด้านผลประกอบการที่เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 50.0 จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 33.8 และด้านยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 44.1 จากไตรมาสก่อนที่ระดับ 32.5

กว่าค่ากลางที่ระดับ 50.0 สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังคงมีความเชื่อมั่นในมุมมองเชิงบวกต่อสถานการณ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอีก 6 เดือนข้างหน้า หากพิจารณาในรายด้านพบว่า ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนประกอบด้วย ด้านการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 66.6 หรือเพิ่มขึ้น 0.9 จุด และด้านต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 37.4 หรือเพิ่มขึ้น 3.0 จุด ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นเท่าเดิม คือ ด้านผลประกอบการ ที่อยู่ในระดับ 65.0 ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นลดลง ประกอบด้วย ด้านยอดขายลดลงเหลือระดับ 68.4 หรือลดลง -1.1 จุด ด้านการจ้างงานลดลงเหลือระดับ 56.1 หรือลดลง -0.7 จุด และการเปิดตัวโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ลดลงเหลือระดับ 66.6 หรือลดลง -2.9 จุด

เมื่อจำแนกกลุ่มผู้ประกอบการฯ ตามประเภทบริษัท พบว่า กลุ่ม Listed Companies มีค่าดัชนี ความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้าเท่ากับระดับ 63.1 ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 64.7 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Listed Companies มีความเชื่อมั่นต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงเล็กน้อย หากพิจารณาในรายด้านพบว่า ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนคือ ด้านต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) เพิ่มขึ้นเป็นระดับ 41.7 หรือเพิ่มขึ้น 5.2 จุด ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นลดลง ประกอบด้วย ด้านผลประกอบการลดลงเหลือระดับ 68.2 หรือลดลง -2.6 จุด ด้านยอดขายลดลงเหลือระดับ 70.8 หรือลดลง -4.2 จุด ด้านการจ้างงานลดลงเหลือระดับ 56.3 หรือลดลง -3.3 จุดและการเปิดตัวโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ลดลงเหลือระดับ 70.8 หรือลดลง -4.2 จุด

ขณะที่ผู้ประกอบการฯ กลุ่ม Non-listed Companies มีค่าดัชนีเท่ากับ 55.4 เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 53.3 แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการกลุ่ม Non-listed Companies มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากพิจารณาในรายด้านพบว่า ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นสูงขึ้นกว่าไตรมาสก่อนประกอบด้วย ด้านผลประกอบการเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 60.3 หรือเพิ่มขึ้น 4.0 จุด ด้านยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 64.7 หรือเพิ่มขึ้น 3.4 จุดและด้านการจ้างงานเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 55.9 หรือเพิ่มขึ้น 3.4 จุด ด้านที่มีระดับความเชื่อมั่นลดลง ประกอบด้วย ด้านต้นทุนการประกอบการ (ผกผัน) ลดลงเหลือระดับ 30.9 หรือลดลง -0.4 จุดและการเปิดตัวโครงการใหม่และ/หรือเฟสใหม่ลดลงเหลือระดับ 60.3 หรือลดลง -1.0 จุด

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า “ความเชื่อมั่นของภาพรวมอีก 6 เดือนข้างหน้าที่ยังคงใกล้เคียงระดับในการสำรวจในไตรมาสก่อนอาจเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นที่เกิดจากปัจจัยบวกจากการต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ไปจนถึง 31 ธันวาคม 2567 ที่จะลดค่าจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์จากเดิมร้อยละ 2.0 เหลือร้อยละ 1.0 และค่าจดทะเบียนการจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิมร้อยละ 1.0 เหลือร้อยละ 0.01 (เฉพาะการโอนและจดจำนองในคราวเดียวกัน) และอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญต่อกำลังซื้อห้องชุด โดยเฉพาะกำลังซื้อห้องชุดจากคนต่างชาติกลับคืนมาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยภาคการท่องเที่ยวด้วยการให้ฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีน และชาวคาซัคสถาน เป็นระยะเวลา 5 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน 2566 - เดือนกุมภาพันธ์ 2567 และมีการเพิ่มฟรีวีซ่าให้กับประเทศอินเดีย และไต้หวัน เป็นระยะเวลา 7 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 - เดือนพฤษภาคม 2567 อาจจะส่งผลให้เกิดความสนใจซื้อห้องชุดในประเทศไทยมากขึ้น”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News