mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ธ.ก.ส. เร่งขับเคลื่อนภารกิจดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าว เติมทุน 4.4 หมื่นล้านบาท ผ่านมาตรการสินเชื่อคู่ขนานพยุงราคาข้าว

ธ.ก.ส. เร่งขับเคลื่อนภารกิจตามนโยบายรัฐบาล ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานมาตรการพยุงราคาข้าว เปลือกปีการผลิต 2566/67 ผ่านสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี วงเงินรวมกว่า 34,000 ล้านบาท ไม่มีดอกเบี้ยและสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% พร้อมสนับสนุนเงินช่วยเหลือค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกอีก 1,500 บาทต่อตัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในการชะลอการขายข้าวเปลือกออกสู่ตลาด และรักษาเสถียรภาพราคาข้าวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยจ่ายสินเชื่อไปแล้วกว่า 1,100 ล้านบาท ชูสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด และ สกต. ร้อยเอ็ด ต้นแบบสถาบันเกษตรกร ที่มีการดำเนินงานที่ดีและช่วยยกระดับรายได้เกษตรกรสมาชิก

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากการที่ ธ.ก.ส. ได้ดำเนินมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีผลิต 2566/67 ตามนโยบายรัฐบาล เพื่อดูแลและรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกแบบครบวงจร ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า 1 ล้านราย ประกอบด้วย เกษตรกร 4 แสนราย และสมาชิกสหกรณ์การเกษตรอีก 6 แสนราย ได้แก่ 1) สินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67) เพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่าย และช่วยให้เกษตรกรมีเงินทุนหมุนเวียนระหว่างชะลอการขายข้าว โดยไม่ต้องเร่งขายข้าวเปลือกในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากและราคาตกต่ำ วงเงิน 34,437 ล้านบาท กำหนดชำระคืนภายใน 5 เดือน ไม่มีดอกเบี้ย(รัฐบาลรับภาระจ่ายแทน) เพื่อดูดซับปริมาณข้าวเปลือกจากท้องตลาด 3 ล้านตัน โดยมีชนิดข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการ ดังนี้ ข้าวเปลือกหอมมะลิในเขต 23 จังหวัด ได้แก่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด และภาคเหนือ 3 จังหวัด (เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกเขต 23 จังหวัด ข้าวเปลือกเจ้า ข้าวเปลือกปทุมธานี และข้าวเปลือกเหนียว และ 2) สินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 เพื่อสนับสนุนสหกรณ์การเกษตร ชุมนุมสหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและศูนย์ข้าวชุมชนที่ประกอบธุรกิจรวบรวมข้าวจากเกษตรกรสมาชิก และเกษตรกรทั่วไปได้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจ วงเงินรวม 10,000 ล้านบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนที่เหลือรัฐบาลรับภาระชำระแทน เป้าหมายรวบรวมปริมาณข้าวเปลือก 1 ล้านตัน  ระยะเวลาจ่ายสินเชื่อตั้งแต่บัดนี้จนถึง 30 กันยายน 2567  ทั้งนี้ สำหรับเกษตรกรที่เข้าร่วมมาตรการพักชำระหนี้ลูกค้ารายย่อย สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีได้ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด โดยปัจจุบัน ธ.ก.ส.ได้จ่ายสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2566/67 ไปแล้ว 303 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2566/67 ไปแล้วกว่า 877 ล้านบาท 

นายฉัตรชัย กล่าวต่อไปว่า  การลงพื้นจังหวัดร้อยเอ็ดในครั้งนี้ นอกจากเป็นการติดตามการดำเนินงานในภาพรวม ทั้งด้านระบบงานและการรับฟังข้อคิดเห็นของผู้ปฎิบัติงาน เพื่อใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพ  การดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น ยังได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกร รวมถึงผู้แทนจากสถาบันเกษตรกร ที่เข้าร่วมโครงการ ถึงความต้องการที่จะให้ ธ.ก.ส.เข้าไปสนับสนุน ขณะเดียวกันก็เล็งเห็นว่ามีต้นแบบสถาบันเกษตรกรที่เป็นหัวขบวนสำคัญในการยกระดับและเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร ที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับสมาชิกและสะท้อนให้เห็นถึงพลังในการรวมตัวของเกษตรกรในการดำเนินธุรกิจที่โดดเด่น เช่น สหกรณ์การเกษตร เกษตรวิสัย จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร อาทิ ธุรกิจสินเชื่อ ธุรกิจจัดหาสินค้ามาจำหน่าย ธุรกิจรับซื้อและรวบรวมผลผลิต เช่น ข้าวเปลือก ผักและผลไม้ ธุรกิจผลิตสินค้าและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ธุรกิจศูนย์กระจายสินค้าอุปโภค-บริโภค และธุรกิจให้บริการและส่งเสริมการเกษตร ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 9,000 ราย ในการรับซื้อและรวบรวมข้าวเปลือก ดำเนินการภายใต้หลักการรวบรวม แปรรูป เพิ่มมูลค่า โดยทางสหกรณ์การเกษตรมีโรงสีที่มีกำลังการผลิตถึง 120 ตัน/วัน มีโรงปรับปรุงคุณภาพข้าวสารและห้องบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับมาตรฐาน ISO HACCP ทำให้สามารถผลิตและแปรรูปข้าวหอมมะลิพรีเมียมแบรนด์ต่างๆ ได้แก่ ตราทุ่งกุลา 101 ถุงสีทอง ตราข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาฟาร์ม และตราข้าวเกิดบุญ โดยทางสหกรณ์การเกษตรได้เตรียมวางแผนส่งออกจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ เพื่อสร้างมาตรฐานและยกระดับรายได้ให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น 

ในส่วนของสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ร้อยเอ็ด จำกัด ที่ประกอบธุรกิจภายใต้หลักการ “รอขายเมื่อราคาดี ตอนนี้ชะลอไว้ก่อน” โดยมีการรับซื้อและรวบรวมข้าวเปลือกจากเกษตรกรในพื้นที่ และนำข้าวเปลือกมาแปรรูปจำหน่ายในประเทศ  เช่น ข้าว A-Rice เพื่อสร้างรายได้ให้กับสมาชิก รวมถึงการผลิตเมล็ดพันธุ์ และการจัดหาปัจจัยการผลิตมาจำหน่ายให้กับสมาชิกในราคาถูก ซึ่งทั้ง 2 สถาบันเกษตรกร ถือเป็นตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจโดยเกษตรกรเพื่อเกษตรกร  ที่จะสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาดและสร้างความเข้มแข็งสู่ภาคการเกษตร

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News