mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี ฉลอง 20 ปีจัดสัมมนาใหญ่ ‘SME Transformation’ติดปีกความรู้ผู้ประกอบการ

ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี ฉลองครบรอบ 20 ปี จัดสัมมนาใหญ่ “SME Transformation” ดึงสุดยอดมือบริหารองค์กรชั้นนำและกลุ่มธุรกิจดาวเด่น ร่วมเวทีแชร์ประสบการณ์ตรง ติดปีกความรู้ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี พร้อมเปิด “คลินิก” ให้คำปรึกษาธุรกิจแบบครบวงจร เร่งปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล หนุนเติบโตอย่างยั่งยืน

นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับสมาชิกชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี และผู้ประกอบการในงานสัมมนา “SME Transformation: เปลี่ยนผ่านธุรกิจ เติบโต ยั่งยืน” โอกาสครบรอบ 20 ปี ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี ว่า เอสเอ็มอีมีความสำคัญอย่างมากต่อรากฐานการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านราย ทำให้เกิดการจ้างงานกว่า 12 ล้านคน และสร้างรายได้ให้ประเทศคิดเป็นสัดส่วนกว่า 35% ของ GDP รวมทั้งเป็นรากฐาน Supply Chain ที่สำคัญของหลายๆ อุตสาหกรรมของประเทศ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งธนาคารกรุงเทพเล็งเห็นศักยภาพและให้ความสำคัญอย่างมากในการสนับสนุนเอสเอ็มอี เพื่อเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และสนับสนุนไทยสามารถก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และของโลก

“เราไม่เพียงสนับสนุนเอสเอ็มอีในด้านสินเชื่อและบริการทางการเงินต่างๆ เท่านั้น แต่ยังมุ่งเป็น Facilitator  ที่ช่วยประสานความร่วมมือกับภาคราชการและสถาบันการศึกษา ให้มาถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เทคโนโลยีการผลิต การเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ผ่านเครือข่าย Supply Chain อีกทั้งธนาคารยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านช่องทางสื่อต่างๆ ของธนาคาร” นายชาติศิริ กล่าว

นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ระหว่างการระบาดของโควิด-19 ธนาคารได้ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการสนับสนุนสินเชื่อพิเศษ เพื่อช่วยผู้ประกอบการที่ขาดสภาพคล่อง ได้รับผลจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ให้สามารถประคับประคองกิจการและรักษาการจ้างงาน เพื่อรอโอกาสที่เศรษฐกิจฟื้นตัว ส่วนผู้ประกอบการที่ได้รับโอกาสทางธุรกิจจากสถานการณ์เดียวกัน ธนาคารก็ได้สนับสนุนสินเชื่อสำหรับการขยายธุรกิจ และรายใด ที่ต้องการจะปรับเปลี่ยน Business Model ให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป ธนาคารยินดีให้การสนับสนุนทั้งด้านเงินลงทุนและ Know-how ซึ่งมีผู้ประกอบการหลายพันรายที่ได้รับประโยชน์จากสินเชื่อพิเศษนี้

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวภายใต้หัวข้อ “ความท้าทายและทางออกในการพัฒนา เอสเอ็มอีไทย” ว่า จากข้อมูลของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.) พบว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพีของไทยอยู่ที่ประมาณ 17 ล้านล้านบาท และเอสเอ็มอีมีสัดส่วน 1 ใน 3 ของจีดีพีดังกล่าว โดยกลุ่มธุรกิจบริการมีสัดส่วนมากที่สุดกว่า  40%

ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีในไทย ต้องประสบปัญหาในหลายด้าน อาทิ ด้านต้นทุน การขาดแรงงานฝีมือ ขาดองค์ความรู้ในเชิงลึก และขาดศักยภาพการแข่งขัน แต่หนึ่งสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยยังขาด คือ การสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถนำนวัตกรรมมาปรับใช้กับธุรกิจให้มากขึ้น ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล และสิ่งแวดล้อม

“ในยุคดิจิทัล เอสเอ็มอีจะต้องนำองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีมาปรับใช้ เพราะโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วหากภาคธุรกิจไม่ปรับตัวจะทำให้เกิดปัญหา Digital Disruption จนธุรกิจไปต่อไม่ได้ ซึ่งปัจจุบันทั้งหน่วยงานภาครัฐและองค์กรเอกชนมีแนวทางสนับสนุนภาคธุรกิจในเรื่องนี้จำนวนมาก เพื่อให้ภาคธุรกิจมีภูมิต้านทานและพร้อมจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน” นายพิเชฐ กล่าว

ตัวอย่างเช่น ภายในงานสัมมนา “SME Transformation : เปลี่ยนผ่านธุรกิจ เติบโต ยั่งยืน” ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอีนี้ ที่นอกจากจะได้รับความรู้จากสุดยอดผู้บริหารองค์กรชั้นนำแล้ว ผู้ประกอบการยังจะได้เห็นตัวอย่างของกลุ่มเอสเอ็มอีดาวเด่น 10 ธุรกิจจากชมรมฯ ที่นำเทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ รวมทั้งบริการ “คลินิก” ให้คำปรึกษาจากหน่วยงานพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็น บูธ BOI ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ,  บูธ DEPA แนะนำวิธีการเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ยุคดิจิทัล, บูธ NIA ส่งเสริมการปั้นธุรกิจ SME สู่การเป็นองค์กรนวัตกรรมในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม และ บูธ สวทช. สนับสนุนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับภาคการผลิตและบริการ และยังสามารถขอคำปรึกษาด้านการลงทุนกับบูธธนาคารกรุงเทพ โดยมีอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เช่น สินเชื่อ Bualuang Green เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  รับมือต่อความท้าทายของธุรกิจและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) กล่าวในหัวข้อ “อนาคตเศรษฐกิจไทยและผลกระทบต่อเอสเอ็มอี” ว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องเตรียมตัวรับมือ 4 เรื่องสำคัญที่จะเกิดการเปลี่ยนในอนาคต ได้แก่

    การปรับตัวในในยุค Industrial Revolution 4.0 ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งเอสเอ็มอีจะต้องปรับตัวให้ทัน และนำเข้ามาปรับใช้เพื่อลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน

    ร่วมเป็น Supply Chain ใหม่ เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างจีนและสหรัฐที่จะรุนแรงขึ้น จะนำมาสู่โอกาสใหม่ของอาเซียน โดยคาดว่าการลงทุนจะไหลเข้าสู่ประเทศในอาเซียนมากขึ้น และเชื่อว่าภายใน5 ปีข้างหน้าอาเซียนจะเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งด้านการลงทุนเศรษฐกิจ และท่องเที่ยว จึงเป็นโอกาสให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตของอาเซียนได้

    โอกาสของภูมิภาคเอเชียและอาเซียน จากความเชื่อมโยงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความเจริญขยายสู่หัวเมืองใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีโอกาสในการขายสินค้าและบริการทั้งในและต่างประเทศได้เพิ่มมากขึ้น

    มาตรการใหม่ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป เช่น มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม และมาตรการการใช้แรงงาน รวมทั้งมาตรการทางการเงิน ที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะต้องทำการศึกษาและทำความเข้าใจ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการต่างๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต

ด้านนายศุภชัย จินตนาเลิศ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุขสมบูรณ์ น้ำมันปาล์ม จำกัด สมาชิกชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี กล่าวว่า บริษัทเข้าร่วมชมรมฯ ตั้งแต่รุ่นแรก และเป็นช่วงที่บริษัทได้เริ่มก่อตั้งโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มแห่งแรกในภาคตะวันออก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงเพราะเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้อย จนได้รับความรู้ในการดำเนินธุรกิจจากผู้บริหารของธนาคารกรุงเทพ ผ่านชมรมฯ และเกิดจุดเปลี่ยนสำคัญด้วยการนำ “นวัตกรรม” เข้ามาปรับใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่มากและดูเหมือนไกลตัว แต่การอบรมกับ ดร.โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร ฯ ธนาคารกรุงเทพ ได้แนะนำให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่ใช่เพียงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีที่ต้องลงทุนสูงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนบัญชี การบริหารแรงงาน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหากเอสเอ็มอี บริการจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ก็จะสามารถพาธุรกิจอยู่รอดได้ในทุกสถานการณ์

“ที่ผ่านมาสมาชิกเครือข่ายชมรมฯ มีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกกันอยู่เสมอทั้งจากสมาชิกด้วยกัน และจากฝ่ายเศรษฐกิจของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพราะเหมือนเป็นคู่มือ ให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เตรียมรับมือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต  โดยบริษัทเองในช่วงสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา ด้วยข้อมูลเชิงลึกนี้ ทำให้สามารถประเมินสถานการณ์พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส จนมียอดขายเติบโตได้ถึง 3 เท่าจากช่วงปกติ” นายศุภชัย กล่าว

ด้านนายกุลโชค โพธิ์พัฒนชัย กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เอ.ไอ. (A.I. Group) และ บริษัท เอ.ไอ. เทคโนโลยี จำกัด (A.I.Technology) อีกหนึ่งสมาชิกของชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ถือเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทย แต่มีจุดอ่อน คือ ขาดองค์ความรู้ในการบริการจัดการธุรกิจ ซึ่งชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอีได้เห็นถึงความสำคัญและเข้ามาสนับสนุนในส่วนนี้ โดยนอกจากกิจกรรมการอบรมสัมมนา ศึกษาดูงานทั้งในและต่างประเทศ การจับคู่ธุรกิจ สิ่งสำคัญคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจระหว่างกัน ซึ่งข้อมูลจากธุรกิจกิจที่ใกล้เคียงกันก็สามารถนำมาปรับใช้ต่อยอดในธุรกิจของตนเองได้ ทั้งนี้ แนะนำว่าธุรกิจรุ่นใหม่ ๆ ควรต้องทำความเข้าใจว่าตนเองมีจุดอ่อน-จุดแข็งอย่างไร ต้องประเมินสถานการณ์ธุรกิจในอนาคต รู้จักลดความเสี่ยงจากการลงทุน รวมทั้งพัฒนาความรู้ทั้งด้านทักษะแรงงาน บริหารทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพพร้อมกับผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่

สำหรับงานสัมมนา “SME Transformation : เปลี่ยนผ่านธุรกิจ เติบโต ยั่งยืน” ในโอกาสครบรอบ 20 ปี ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี ธนาคารได้ร่วมกับชมรมฯ จัดขึ้น เพื่อส่งมอบสิ่งสำคัญคือการเติมความรู้ เสริมศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยได้รับเกียรติจากสุดยอดผู้บริหารองค์กรชั้นนำมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ตรง ทั้งธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ องค์กรพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA), สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ บริษัท ปูนชิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ SCG รวมทั้งสมาชิกดาวเด่นของชมรมที่เข้าร่วมบรรยายในหัวข้อต่างๆ เตรียมพร้อมให้ธุรกิจรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดดจากภาวะเศรษฐกิจ และกฎระเบียบต่างๆในโลกยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี เป็นหนึ่งในการสนับสนุนเพื่อพัฒนาผู้ประกอบการของธนาคารกรุงเทพจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2546 จากดำริของ ดร.โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตประธานกรรมการบริหาร ที่ต้องการให้เกิดการสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเริ่มต้นจากการรวมตัวของผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมจากธนาคารและจัดตั้งเป็น “ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี”  โดยธนาคารได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นศูนย์กลางเครือข่ายทางธุรกิจในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการด้วยกัน รวมทั้งช่วยประชาสัมพันธ์ชมรมฯ ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพื่อขยายฐานการสร้างเครือข่ายสมาชิกที่แข็งแรง ส่งเสริมให้เอสเอ็มอีไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีเครือข่ายสมาชิกเอสเอ็มอีจากทั่วประเทศกว่า 2,000 ราย ภายใต้สโลแกน “สัมพันธ์ดี มีเครือข่าย ได้ความรู้ อุ้มชูธุรกิจ”

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News