mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

การเคหะฯ ผนึก ธอส. MOU ร่วมหนุนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยโครงการของการเคหะแห่งชาติ

   นายทวีพงษ์  วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนของการเคหะแห่งชาติ ระหว่างการเคหะแห่งชาติกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ โดย นางฐิตาภรณ์  ลาภเกียรติเสรี รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ลงนามร่วมกับ นางภานิณี  มโนสันติ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานสินเชื่อ และรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกิจการนโยบายสินเชื่อและภาครัฐ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เมื่อวันจันทร์ที่ 11 กันยายน 2566 ณ ห้องประชุมสันทนาการ ชั้น 3 อาคาร 5 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ

   นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติและธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นหน่วยงานที่บูรณาการการทำงานร่วมกันมาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากทั้งสองหน่วยงานมีเป้าหมายเดียวกันคือ ช่วยเหลือประชาชนคนไทยได้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย โดยเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2561 การเคหะแห่งชาติได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยและโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนของการเคหะแห่งชาติ มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 3 ปี และได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2564 ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้ให้บริการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับรายย่อย (Post Finance) ในโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ รวมทั้งจัดวิทยากรมาบรรยายให้ความรู้เรื่องการสร้างวินัยทางการเงินแก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชน ทั้งยังอำนวยความสะดวกในการให้สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการสำหรับผู้ประกอบการ (Pre Finance) ตลอดจนประเมินราคาทรัพย์สินเพื่อประเมินมูลค่าโครงการเป็นหลักประกันสินเชื่อ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์กำหนด เป็นต้น

   สำหรับการลงนามฯ ในครั้งนี้ นับเป็นการดำเนินงานต่อเนื่องในการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบการเงินและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ขยายช่องทางการลงทุนแก่ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญา และคู่สัญญาโครงการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนของการเคหะแห่งชาติ ซึ่งเป็นการสนองนโยบายรัฐในการเพิ่มบทบาทภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทั้งโครงการบ้านเคหะสุขประชา โครงการบ้านเคหะสุขเกษม โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวโครงข่ายคมนาคม (Transit Oriented  Development : TOD) และโครงการบ้านพักสำหรับผู้สูงอายุ (Wellness Center) เป็นการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการสำหรับผู้ประกอบการ (Pre Finance) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับรายย่อย (Post Finance) รวมถึงบริการที่เกี่ยวเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือการดำเนินงานกับภาคีทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

   “การเคหะแห่งชาติต้องขอขอบคุณธนาคารอาคารสงเคราะห์ที่ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานกับการเคหะแห่งชาติมาตลอดอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงระบบการเงินและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ทำให้พวกเขามีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่วและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในปี 2579 (Housing for All)” นายทวีพงษ์ กล่าวย้ำ

   ด้าน นางภานิณี มโนสันติ์ รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานสินเชื่อ และรักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานกิจการนโยบายสินเชื่อและภาครัฐ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเพิ่มโอกาสให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้ด้อยโอกาส กลุ่มเปราะบาง ให้มีคุณภาพชีวิต มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยมากขึ้น ดังนั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ ที่มีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ซึ่งตลอดระยะเวลา 70 ปี ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วกว่า 4.4 ล้านครอบครัว จึงพร้อมสนับสนุนสินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการสำหรับผู้ประกอบการ (Pre Finance) และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance) ในโครงการนี้ ดังนั้นเชื่อว่าการลงนามความร่วมมือ เพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยฯ ในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยเพิ่มโอกาสให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมเป็นของตนเอง คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนในสังคมได้ต่อไป

   “ธอส. พร้อมสนับสนุนสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนในการจัดหาที่อยู่อาศัยในระดับราคาที่เหมาะสมกับตนเองได้ ขณะเดียวกันยังจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้ที่ขาดโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ได้รับสินเชื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งการดำเนินการเหล่านี้สอดคล้องพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ของธนาคาร โดยตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้คนไทยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วกว่า 4.4 ล้านครอบครัว” นางภานิณี กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News