mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

SJWD กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปีนี้ 360.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% แข็งแกร่งกว่าตลาด

บมจ.เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ หรือ SJWD ทำกำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรก 360.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% และรายได้รวม 11,141.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 296.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ดีมานด์โลจิสติกส์และซัพพลายเชนสินค้าบางกลุ่มชะลอตัวในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจแข็งแกร่งกว่าตลาด จากความหลากหลายของบริการและฐานธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ รวมถึงการรวมงบการเงินของ เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ มั่นใจแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก จากความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าห้องเย็น คลังสินค้าอันตราย การขนส่งเชื้อเพลิงถ่านหิน บริการรับฝากและบริหารยานยนต์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รุกเจรจาดีล M&A ขยายธุรกิจตามแผน

ดร.เอกพงษ์ ตั้งศรีสงวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนแบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก (มกราคม-มิถุนานยน) ของปีนี้  แม้มีความท้าทายจากภาพรวมอุตสาหกรรมที่มีความต้องการใช้บริการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนบางกลุ่มที่ชะลอตัวในไตรมาส 2/2566 อย่างไรก็ตามจากความหลากหลายของการให้บริการและกลยุทธ์กระจายการลงทุนทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รวมถึงการรวมงบการเงินของบริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCGL) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ของปีนี้ ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถทำผลงานแข็งแกร่งกว่าตลาด โดยมีรายได้รวม 11,141.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 296.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 360.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ และธุรกิจต่างประเทศที่เติบโตโดดเด่น

ขณะที่ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2566 (เมษายน-มิถุนายน) มีรายได้รวม 6,199.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25.4% จากไตรมาสก่อนหน้าตามลำดับ โดยธุรกิจที่เติบโตได้ดี เช่น ธุรกิจขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นพอร์ตหลัก มีรายได้ 3,220.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 955% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจคลังสินค้า มีรายได้ 844.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มนี้บริการรับฝากและบริหารยานยนต์ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากได้รับงานขนส่งยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น, ธุรกิจต่างประเทศมีรายได้ 747.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,200% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, ธุรกิจอื่น ๆ เช่น ซัพพลายเชนอาหาร, สถาบันศึกษาด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น มีรายได้ 706.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 140% เป็นต้น อย่างไรก็ตามเนื่องจากธุรกิจขนส่งสินค้าบางประเภทมีดีมานด์ชะลอตัว ปริมาณการเช่าพื้นที่คลังสินค้าห้องเย็นลดลงเนื่องจากมีการเบิกสินค้าออกจากคลังเพิ่มขึ้น  และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจที่เข้าร่วมลงทุนบางส่วนที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เกี่ยวกับการควบรวมกิจการที่รับรู้เพิ่มเติมในระหว่างไตรมาส ส่งผลให้มีกำไรสุทธิไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 129.2 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีความมั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยบวกจากความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าห้องเย็นที่กลับมาเพิ่มขึ้นแล้วในปัจจุบันจากดีมานด์กลุ่มปลาแช่แข็ง ความต้องการใช้และขนส่งถ่านหินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหลังจากราคาในตลาดโลกทยอยลดลง ความต้องการเช่าพื้นที่คลังสินค้าอันตรายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และบริการรับฝากและบริหารยานยนต์ที่จะมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการให้บริการแก่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าโมเดลใหม่ นอกจากนี้ธุรกิจที่เข้าร่วมลงทุนคาดว่าจะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น เช่น นิคมอุตสาหกรรม PPSP ในประเทศกัมพูชาที่คาดว่าจะมีการโอนที่ดินแก่ลูกค้า, Transimex ในประเทศเวียดนามที่คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นหลังรัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว

“ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการรับโอนกิจการทั้งหมด (EBT) ของ SCGL เพื่อรวมกิจการ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปีนี้ และอยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A เพื่อขยายการลงทุน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในครึ่งปีหลังของปีนี้ รวมถึงเตรียมเสนอขายหุ้นกู้แก่นัลงทุนเพื่อนำเงินมาใช้ขยายธุรกิจและปรับโครงสร้างทางการเงิน ล่าสุดมีผู้แสดงความสนใจมากกว่าจำนวนหุ้นกู้ที่จัดสรรไว้เพื่อเสนอขายครั้งนี้ จึงมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน” ดร.เอกพงษ์ กล่าว 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News