mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ยานยนต์อัตโนมัติ กับความพร้อมของไทย ต้องก้าวไปด้วยกัน

โดย...มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.)

ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ประกอบกับโลกกำลังเปลี่ยนผ่านพลังงานดั้งเดิมมาเป็นการใช้พลังงานทดแทนที่มีคาร์บอนต่ำ ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์นอกจากกำลังมุ่งไปสู่ “ยานยนต์ไฟฟ้า” ที่จะมาแทนที่รถยนต์สันดาปแล้ว เป้าหมายของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคตก็คือ การพัฒนา“ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ” (Autonomous Vehicle) ที่ใช้เทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติและเชื่อมต่อ หรือ CAV (Connected and Autonomous Vehicle Technologies) คือ เทคโนโลยียานยนต์ที่สามารถขับเคลื่อนด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีคนควบคุม ที่เรียกกันว่า รถยนต์ไร้คนขับ (Autonomous Car) หรือ รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง (Self-Driving Car) ซึ่งการทำให้ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมรถยนต์ของไทยมีความรู้ความเข้าใจในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จะเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัวและเตรียมการรับมือได้อย่างทันท่วงที

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ บ.อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ได้จัดเสวนาเรื่อง "ความก้าวหน้ายานยนต์อัตโนมัติของประเทศไทย" ในหัวข้อ“นโยบายและการพัฒนายานยนต์อัตโนมัติของประเทศไทย” ขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีตัวแทนจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านการวิจัยและพัฒนา ด้านการกำหนดมาตรฐานและการตรวจสอบ ทั้งภาครัฐและผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และให้ข้อมูลด้านการพัฒนายานยนต์อัตโนมัติที่จะเป็นประโยชน์รวมถึงมุมมองที่น่าสนใจจากหลายภาคส่วน

รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย MOVE (มจธ.) กล่าวว่า ในปัจจุบัน เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ตามแนวคิด CASE ซึ่งประกอบด้วย ยานยนต์ที่มีการเชื่อมโยงสื่อสารกัน (Connected Vehicle) ยานยนต์อัตโนมัติ (Autonomous Vehicle) ธุรกิจการใช้ยานยนต์ร่วมกัน (Shared Mobility) และยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติซึ่งมีส่วนสำคัญในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงหรือพลังงาน และลดการปล่อยมลพิษได้อีกด้วย และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าในอนาคตยานยนต์จะมีระบบขับขี่อัตโนมัติในระดับที่สูงขึ้น และอาจเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางไปอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อัตโนมัติยังคงมีความท้าทายในหลายมิติ ทั้งในด้านของการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีการตอบสนองที่รวดเร็วและปลอดภัยต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพการจราจร ด้านความปลอดภัยของข้อมูล และด้านกฎระเบียบในการใช้งาน รวมไปถึงความรับผิดชอบในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

“การเสวนาวันนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านยานยนต์อัตโนมัติทั้งจากภาคการศึกษาและภาครัฐที่มีบทบาทในการกำกับดูแลการใช้งานยานยนต์อัตโนมัติในประเทศไทย มาร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อเตรียมการสำหรับรองรับการใช้งานยานยนต์อัตโนมัติที่จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในประเทศไทย”

สำหรับความก้าวหน้าของยานยนต์อัตโนมัติ Autonomous Vehicle (AV) ของประเทศไทยในด้าน R&D นั้น รศ.ดร.เบญจมาศ พนมรัตนรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมระบบควบคุมและเครื่องมือวัด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มจธ. ในฐานะหัวหน้าห้องปฏิบัติการ COSIN และหัวหน้ากลุ่มวิจัย CAVs กล่าวว่า เมื่อครั้งเดินทางไปดูงานต่างประเทศทราบว่าการวิจัยและพัฒนายานยนต์ไร้คนขับของสถาบันการศึกษาเกือบทุกแห่ง จะเป็นการจับมือกับภาคอุตสาหกรรมและหน่วยงานรัฐ โดยอุตสาหกรรมจะได้รับองค์ความรู้ ขณะที่สถาบันการศึกษาได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณ ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้โจทย์วิจัยมาจากความต้องการจริง และผลลัพธ์ที่ได้ก็จะถูกนำไปต่อยอด แต่รูปแบบนี้ยังมีค่อนข้างน้อยในประเทศไทย ดังนั้น ความร่วมมือจากทุกฝ่ายคือคำตอบที่จะทำให้เราสามารถก้าวทันเทคโนโลยีด้านนี้ได้

“ปัจจุบันประเทศไทยเองเริ่มให้ความสนใจด้านยานยนต์อัตโนมัติมากขึ้น เช่น โครงการรถบัสไฟฟ้าไร้คนขับอัตโนมัติ 5G ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับทุนสนับสนุนจาก กสทช. โครงการนี้เป็นงานวิจัยและพัฒนายานพาหนะที่สามารถวิ่งไปยังพิกัดที่กำหนดไว้ได้ด้วยตัวเอง และรถที่สามารถเคลื่อนที่หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้ด้วยตัวเอง คาดว่า ภายในต้นปีหน้าจะเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น และจะทดลองวิ่งยานยนต์ไร้คนขับบนถนนจริงในพื้นที่ปิดภายใน มจธ.ก่อนนำไปทดลองวิ่งอีกครั้งที่จังหวัดอยุธยา เชื่อว่า หากโครงการสำเร็จจะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไร้คนขับในประเทศมากยิ่งขึ้น”

ผศ.ดร.นักสิทธ์ นุ่มวงษ์ เลขานุการศูนย์วิจัย Smart Mobility Research Center คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า หลายประเทศเริ่มใช้ยานยนต์อัตโนมัติระดับ 4 รถสามารถขับขี่ได้เอง และวิเคราะห์กับจัดการสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ แต่ต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน เช่น แผนที่ความละเอียดสูงรองรับการทำงาน ปัจจุบันมีการใช้งานแล้วในหลายแห่ง เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีน มี Robo Taxi เป็นบริการรถยนต์อัตโนมัติวิ่งได้จริงในถนนสาธารณะ แต่ยังเน้นที่การให้บริการ ไม่มีถึงขั้นจำหน่ายตัวรถ ขณะที่ประเทศไทย มีการพัฒนามาได้สักพักซึ่งงานวิจัยส่วนใหญ่ในสถาบันการศึกษา ยังอยู่ในระดับ 3 (Partial Automation) รถสามารถขับขี่ได้ด้วยตนเองในสภาพแวดล้อมและสภาวะที่ออกแบบไว้ นอกเหนือจากนั้นยังต้องการมนุษย์มาช่วยควบคุม เพราะระบบสามารถทำงานได้ในบางสถานการณ์ เช่น กรณีรถมอเตอร์ไซค์ขับตัดหน้า ก็ต้องใช้คนขับช่วยควบคุมแทน คือ สามารถวิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนด หยุดตามจุดจอดได้ และเบรกเมื่อมีสิ่งกีดขวางได้ในพื้นที่ปิด แต่ยังไม่ครบทุกสถานการณ์

“ตอนนี้ เรามีการรวมตัวกันของกลุ่มคนด้านยานยนต์อัตโนมัติ ทั้งจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ รวมถึงจากภาคอุตสาหกรรมในกลุ่ม CAV Roundtable กว่า 200 คน สิ่งที่กำลังพยายามทำ คือ การกำหนด Guideline ของการพัฒนายานยนต์อัตโนมัติให้เกิดขึ้น พร้อมไปกับการผลักดันให้เกิดคณะกรรมการที่จะรับผิดชอบในการขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม หากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า ก็อาจจะเห็นรถอัตโนมัติที่ผลิตโดยโรงงานในประเทศไทยออกวิ่งในพื้นที่ปิด หรืออาจวิ่งบนถนนจริงในบางแห่งได้”

ด้าน ดร.ปาษาณ กุลวานิช นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ กองวัสดุวิศวกรรม กรมวิทยาศาสตร์บริการ  กล่าวว่า สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปกับวิจัยและพัฒนาด้านยานยนต์อัตโนมัติ คือ การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานของระบบและชิ้นส่วนต่างๆ พร้อมไปกับการกำหนดแนวทางและวิธีการทดสอบที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งนอกเหนือจากทดสอบชิ้นส่วนและระบบต่างๆ แล้ว การทดสอบระบบแบบองค์รวมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยจะต้องเริ่มจากการทดสอบ ณ “สนามทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ” ไปจนถึงการทดสอบ ณ พื้นที่ Sandbox ขนาดใหญ่ เพื่อให้มั่นใจว่า ระบบรถอัตโนมัติมีสมรรถนะและความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

“ขณะนี้ทางกระทรวง อว. และพันธมิตรได้ร่วมกันในการจัดสร้างสนามทดสอบยานยนต์อัตโนมัติ ที่ได้มาตรฐาน บนพื้นที่ 26 ไร่ ในโครงการระเบียงนวัตกรรมเศรษฐกิจภาคตะวันออก จ.ระยอง เพื่อให้เป็นที่ทดสอบชิ้นส่วนหรือระบบต่างๆ จากงานวิจัยและพัฒนาของสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ รวมถึงให้บริการทดสอบผลการทำงานของระบบหรือชิ้นส่วนในรถยนต์อัตโนมัติ ว่ามีความน่าเชื่อถือหรืออยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้มากน้อยเพียงใด”

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News