mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

มธ.รุกโบท๊อกผลไม้ไทย เปิดตัว“ฟิล์ม ทู ฟลาย”นวัตกรรมชะลอความสุกพืชผลเกษตรจากใบยี่หร่า

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดตัว “ฟิล์ม ทู ฟลาย” นวัตกรรมชะลอความสุกพืชผลเกษตรจากใบยี่หร่า ประเดิมชะลอสุก “กล้วยหอม” นาน 2 เดือน ด้วยเทคนิคการเคลือบแบบบริโภคได้ โดยไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง พร้อมรักษาสภาพผิวให้สวยงาม และป้องกันการเกิดโรคขั้วหวีเน่าในผลผลิตได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ภายหลังการเก็บเกี่ยวและระหว่างการขนส่ง เพียงชุบในสาร 1 ครั้ง อีกทั้งยังสามารถชะลอสุกในมะละกอ และมะม่วงน้ำดอกไม้ส่งออก พร้อมกันนี้ คณะฯ ยังมี “สารยืดอายุผลไม้จากกากรำข้าว” นวัตกรรมยืดอายุผลไม้สดจากกากรำข้าวได้นานมากกว่า 14 วัน พร้อมคงสภาพผลไม้ได้เป็นอย่างดี เพียงทาเคลือบ 1 ครั้ง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดปัญหาการเน่าเสียของผลผลิต ก่อนวางจำหน่ายตลาดต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบธรรมชาติที่มีต้นทุนต่ำ รวมถึงวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรที่ถูกละเลยจำนวนมาก

            รศ.ดร.สมชาย ชคตระการ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า ปัญหาการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรเน่าเสีย ก่อนวางจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ ยังคงเป็นปัญหาหนึ่งที่ผู้ประกอบการประสบและต้องสูญเสียโอกาสและรายได้จำนวนมาก ด้วยข้อจำกัดของผลผลิตบางชนิดที่มีอายุหลังการเก็บเกี่ยวสั้น และเกิดโรคพืชขณะทำการขนส่ง ทั้งโรคที่เกิดจากเชื้อราและ/หรือแบคทีเรีย เช่น ขั้วหวีเน่า ฯลฯ นักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ฯ มธ. จึงผุดไอเดียพัฒนาวัสดุที่ทำหน้าที่ยืดอายุผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยวให้นานขึ้น โดยอาศัยองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการถนอมอาหาร ผนวกรวมกับวัตถุดิบธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศและมีต้นทุนต่ำ อย่าง “ใบยี่หร่า” สมุนไพรพื้นถิ่นของไทยที่มีสรรพคุณทางยาหลากชนิด และ “กากรำข้าวหอมมะลิ 105” วัตถุดิบเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าว สู่ 2 นวัตกรรมสุดสร้างสรรค์ คือ “ฟิล์ม ทู ฟลาย” และ “สารเคลือบจากกากรำข้าวเพื่อยืดอายุผลไม้สด”

            ผศ.ดร.ดุสิต อธินุวัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาเทคโนโลยีการเกษตร และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า ฟิล์ม ทู ฟลาย (Film to fly) นวัตกรรมยืดอายุผลกล้วยหอมด้วยวัตถุดิบธรรมชาตินาน 2 เดือน ด้วยเทคนิคการเคลือบแบบบริโภคได้ (Edible Coating) โดยที่ไม่ทิ้งสารเคมีตกค้าง อีกทั้งยังสามารถป้องกันโรคขั้วหวีเน่าในผลผลิตได้ถึง 95 เปอร์เซนต์ ภายหลังการเก็บเกี่ยวและระหว่างการขนส่งทางเรือ เพียงนำกล้วยไปชุบในสารเคลือบ 1 ครั้ง ทั้งนี้ โรคขั้วหวีเน่า ถือเป็นหนึ่งในโรคพืชที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกกล้วยหอมไทยเป็นอย่างมาก โดยในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2561 ที่ผ่านมา มีปริมาณการส่งออกกล้วยหอมถึง 3.87 ล้านตัน (ที่มา: กรมศุลกากร, 2561) ขณะเดียวกันพบผลผลิตเสียหายก่อนวางจำหน่ายเป็นจำนวนมาก

                ผศ.ดร.ดุสิต กล่าวต่อว่า สำหรับนวัตกรรมดังกล่าว เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 2 ส่วนสำคัญ คือ “สารสกัดจากใบยี่หร่า” สารสำคัญจากธรรมชาติที่ได้จากกระบวนการสกัดขั้นสูง ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งการเกิดโรคขั้วหวีเน่า และ “เซลลูโลสจากผักตบชวา” ทำหน้าที่เสมือนฟิล์มกักเก็บสารสำคัญจากใบยี่หร่าไม่ให้สลายตัวเร็ว จากนั้นทำการละลายให้เป็นของเหลว เพื่อใช้เคลือบผลกล้วยขณะที่เปลือกยังมีสีเขียวสด (ดิบ) 1 ครั้ง และทิ้งให้แห้งประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งสารดังกล่าว จะทำหน้าที่เสมือนฟิล์มเคลือบผลกล้วยอีกชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้แก๊สเอทิลีน (Ethylene) ออกมากระตุ้นให้กล้วยผลอื่นสุกตาม พร้อมชะลอการสุกของผลกล้วยได้นานถึง 2 เดือน ช่วยรักษาสภาพผิวให้สวยงาม น่ารับประทาน และป้องกันการเกิดโรคขั้วหวีเน่าได้ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผลไม้ส่งออกสำคัญของไทยได้หลากหลายชนิด ทั้งมะละกอ และมะม่วงน้ำดอกไม้

             อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมดังกล่าว ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาประมาณ 2 ปี มีต้นทุนโดยเฉลี่ยประมาณ 100 - 150 บาทต่อสารครึ่งกิโลกรัม โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานเอกชนในการสนับสนุนเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ในการพัฒนางานวิจัย ทั้งนี้ ผลงานวิจัยดังกล่าว อยู่ระหว่างการยื่นจดอนุสิทธิบัตร โดยที่ล่าสุด สามารถคว้ารางวัลเหรียญทอง ประเภทสิ่งประดิษฐ์ การันตีคุณภาพจากเวทีประกวดงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ระดับโลก ครั้งที่ 46 (46th International Exhibition of Inventions of Geneva) ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ผศ.ดร.ดุสิต กล่าว

                ด้าน นางสาวพรรณวดี จันทร์ทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. กล่าวว่า อีกหนึ่งนวัตกรรมที่สามารถยืดอายุผลไม้ได้ คือ “สารยืดอายุผลไม้จากกากรำข้าว” นวัตกรรมยืดอายุผลไม้สดจากกากรำข้าวมากกว่า 14 วัน พร้อมรักษาคงสภาพของผลไม้ได้เป็นอย่างดี สามารถนำไปใช้ในรูปแบบการทา ชุบ หรือสเปรย์ 1 ครั้ง และทิ้งให้แห้ง 1 ชั่วโมง โดยไม่ทิ้งสารตกค้างในผลผลิต เพื่อเป็นการต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกากรำข้าว ที่เหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตน้ำมันรำข้าวถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเซลลูโลสในกากรำข้าว จะมีคุณสมบัติสำคัญคือ สามารถกีดขวางก๊าซระดับต่ำและมีความแข็งแรงเชิงกลสูง โดยทำหน้าที่เป็นสารเคลือบผิวช่วยลดอัตราการหายใจ และคงสภาพของผลไม้ได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ ปริมาณสาร 100 มิลลิลิตร สามารถใช้ทาผลไม้ อย่าง ผลกล้วยหอม (ดิบ) ได้ถึง 25 - 30 ลูก ขณะเดียวกัน ยังสามารถนำไปใช้ยืดอายุผลไม้ชนิดอื่นๆ ได้ อาทิ มังคุด มะม่วง และมะละกอ

                อย่างไรก็ดี สารยืดอายุผลไม้จากกากรำข้าว ใช้ระยะเวลาในการพัฒนามากกว่า 1 ปี โดยเป็นงานวิจัยร่วมกับนางสารธมนวรรณ อังกุรทิพากร นักศึกษาร่วมสาขา โดยมี รศ.ดร.จิรดา สิงขรรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาเคมี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าว อยู่ระหว่างการยื่นจดอนุสิทธิบัตร และเตรียมวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในราคาประมาณ 35 บาทต่อ 100 มิลลิลิตร ซึ่งล่าสุดสามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ประเภทผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีงานวิจัยรองรับ นวัตกรรมจากข้าวที่ไม่ใช่อาหาร การันตีคุณภาพ จากเวทีประกวดสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าสินค้าข้าวส่งออกเชิงพาณิชย์ “RICE PLUS AWARD 2018 : ข้าว...ก้าวใหม่” จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ นางสาวพรรณวดี กล่าว

                สำหรับผู้สนใจนวัตกรรมดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ สาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตร โทร. 02-564-4491, 02-564-4495 สาขาวิชาเคมี โทร. 02-564-4440 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มธ. ศูนย์รังสิต โทร. 02-564-4491 ต่อ 2020 เฟสบุ๊คแฟนเพจ www.facebook.com/ScienceThammasat เว็บไซต์ www.sci.tu.ac.th

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News