mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

โบรกเกอร์มองบวก ส่องก้าวใหม่ 5 จุดแข็ง หลังควบรวม ทรู ดีแทค สู่การเป็นเทคโนโลยีคัมปานี

นักวิเคราะห์มั่นใจ “ทรู” ขับเคลื่อนสู่ “เทคคอมปานี” หลังปิดดีลควบรวม “ดีแทค” เข้าสู่โหมดการอัปเกรดทุกมิติ เพิ่มโอกาสใช้นวัตกรรมในอนาคต โดยประกาศพร้อมนำไทยเปลี่ยนสู่ชีวิตดิจิทัล ซึ่งเจตนารมณ์หลักของการรวมธุรกิจของ DTAC และ TRUE คือ การยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลแบบก้าวกระโดด รวมถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ให้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเท่าเทียม เพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยเมื่อวันที่ 22 กพ. 66 ผลการประชุมผู้ถือหุ้นร่วมระหว่างผู้ถือหุ้นของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน)  หรือ TRUE และ ผู้ถือหุ้นของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ DTAC ครั้งที่ 2 มีมติให้ใช้ชื่อบริษัทใหม่ภาษาไทย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จํากัด (มหาชน)  หรือ True Corporation Public Company Limited โดยมีชื่อย่อหลักทรัพย์ TRUEE ทั้งนี้ ทุนของบริษัทใหม่ 138,208,403,204 บาท ซึ่งเท่ากับทุนชําระแล้วทั้งหมดของ TRUE กับ DTAC  รวมกัน โดยแบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจํานวนทังสิ้น 34,552,100,801 หุ้น โดยมีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 4 บาท

บทวิเคราะห์จากบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย กล่าวคือ การจัดประชุมผู้ถือหุ้นร่วมในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 หุ้น TRUE และ DTAC จะหยุดพักการซื้อขายหุ้นเป็นระยะเวลา 9 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2566

ดังนั้นนักลงทุนต้องถือหุ้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งเป็นวันซื้อขายวันสุดท้าย หากจะแปลงเป็น NewCo (บริษัทใหม่)โดยระบบจะเปลี่ยนเป็น NewCo ให้ภายใต้ Ratio 1 หุ้น TRUE ต่อ 0.60018 หุ้นในบริษัทใหม่และ 1 หุ้น DTAC ต่อ 6.13444 หุ้นในบริษัทใหม่

ทั้งนี้ในระยะยาวประเมินว่า NewCo มีศักยภาพที่จะสร้างการทำงานร่วมกัน (Synergy) ระดับ 2 หมื่นล้านบาทต่อปีได้ไม่ยาก โดยการทำงานร่วมกัน จะมาจาก 3 ส่วน ได้แก่ 1.โอกาสปรับเพิ่มรายได้จากการแข่งขันที่ลดความรุนแรงลงโดยคาดการเติบโตของรายได้ของธุรกิจมือถือและธุรกิจ Broadband จะเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อย 0.50% ต่อปี

2.การลดต้นทุนการดำเนินงานที่ซ้ำซ้อนซึ่งเป็น การทำงานร่วมกัน หลักที่จะเกิดขึ้น เช่น การทำ Spectrum Optimization การทำ Network Sharing การลดลงของต้นทุนการอุดหนุนค่าเครื่อง การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและการลดการใช้จ่ายการตลาดที่ซ้ำซ้อน และ 3. การลดลงของ CAPEX ที่ซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตามคาดว่าการทำงานร่วมกันจะยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2566 เนื่องจาก การทำงานร่วมกันส่วนใหญ่มาจากการปรับโครงสร้างต้นทุน เช่น การไม่ต่อสัญญาเช่าคลื่นความถี่ในปี 2568 หรือการปรับโครงสร้างองค์กรที่ต้องอาศัยเวลาราว 1-3 ปี นอกจากนี้ในระยะสั้นการแข่งขันจาก ADVANC มีโอกาสสูงขึ้นเพื่อแย่งตำแหน่งทางการตลาดในช่วง 6 เดือนแรกหลังการควบรวมกิจการ อย่างไรก็ดีในท้ายที่สุด การทำงานร่วมกันจะเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปไม่ยาก

โดยคาดกำไรปกติของ NewCo ในปี 2566-2568 ที่ 3.5 พันล้านบาท ,1.2 หมื่นล้านบาท และ 1.4 หมื่นล้านบาท ภายใต้สมมติฐานการทำงานร่วมกันในปี 2566-2568 ที่ 2.0 พันล้านบาท, 8.7 พันล้านบาท และ 1.2 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ โดยไม่ได้ประเมินการทำงานร่วมกันที่เกินกว่าระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท ในระยะยาวเพื่อให้สมมติฐานของเราอนุรักษ์นิยม ซึ่งมอง NewCo เป็นหุ้นขนาดใหญ่ที่มีโอกาสเติบโตเด่นในช่วง 3 ปีจากนี้

ดังนั้นได้ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเหมาะสมที่ 10.40 บาทต่อหุ้น ด้วยวิธี DCF บน WACC 9.0% และอัตราการเติบโตของธุรกิจที่ 2.0% ประเมินมูลค่าหุ้น (Equity Value) ที่ 3.34 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นมูลค่าต่อหุ้นที่ 9.67 บาทต่อหุ้น ขณะที่ประเมินมูลค่าเงินลงทุน 21% ใน DIF โดยอิงราคาตลาดราว 13.60 บาทต่อหุ้น หักลดด้วยส่วนลดราว 20% เพื่อให้อนุรักษ์นิยมจะได้มูลค่าหุ้นที่ 2.4 หมื่นล้านบาท หรือราว 0.70 บาทต่อหุ้น ขณะที่เชิงกลยุทธ์แนะนำให้นักลงทุนที่ถือ DTAC และ TRUE แปลงไปเป็น NewCo เนื่องจากคาดว่ายังมีอัพไซด์อีกอย่างน้อย 20% เทียบราคากระดานของ DTAC และ TRUE และราคาเหมาะสม NewCo  สำหรับความเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ การแข่งขันด้านราคารุนแรง ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์และการทำงานร่วมกันที่เกิดขึ้นได้ช้ากว่าคาด

นอกจากนี้วงการนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ยังได้เปิดเผยว่า หลังการควบรวม คาดว่าบริษัทใหม่จะต้องสร้างประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยเชื่อว่าผู้ใช้บริการจะได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยี 5G ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นพร้อมด้วยคุณภาพ ความเสถียร และความเร็วโครงข่ายที่ดีขึ้น  อีกทั้งการรวมโครงสร้างพื้นฐานของสองบริษัทเข้าด้วยกัน จะลดต้นทุนการดำเนินกิจการของบริษัทลงแล้วจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับค่าบริการที่ถูกลง  นอกจากนี้ดีแทคในบ้านใหม่จะเพิ่มสัญญาณ 5G ผ่านการโรมมิ่งสัญญานของทรู บริษัทใหม่จะมีคลื่นความถี่มากกว่าเดิมด้วยคลื่น 700 MHz, 850 MHz, 900 MHz, 1800 MHz, 2100 MHz, 2300 MHz, 2600 MHz, 26GHz และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน (coverage) และเพิ่มความจุรองรับการใช้งาน (capacity) และเพิ่มจุดใช้งาน WiFi สามารถเชื่อมต่อการใช้งานในอาคาร ศูนย์การค้า พื้นที่สาธารณะต่าง ๆ นอกเหนือจากสัญญาณคุณภาพ 5G และ 4G ถ้าควบรวมสู่บริษัทใหม่เสร็จสิ้น ส่งผลให้ ลูกค้าดีแทคไม่ว่าจะอยู่ในเมือง นอกเมือง พื้นที่ห่างไกล หรือ ไม่ว่าจะเป็นใคร ทั้ง คนทั่วไป นักเรียน นักธุรกิจ พ่อค้า แม่ค้า เกษตรกร จะได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ทั้งนี้การควบรวมของโอเปอเรเตอร์ทำให้ได้ประโยชน์จากการลดต้นทุน (The amount of in-country consolidation for cost reduction) เพิ่มโอกาสในการนำเสนอบริการที่มีราคาที่แข่งขันได้มากขึ้น ดังตัวอย่างประเทศไทย ที่โอเปอเรเตอร์มีต้นทุนค่าไลเซนส์ ค่าคลื่น ค่าอุปกรณ์เน็ตเวิร์กในราคาสูงมาก ทำให้ภาวะต้นทุนยากต่อการแข่งขัน อีกทั้งมรสุมเงินเฟ้อในอนาคตจะกดดันดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้น การที่ New Co มีการศึกษาด้านต้นทุน และสามารถลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญจะส่งผลบวกต่อกำไร ราคาลูกค้าจะได้ความคุ้มค่ามากขึ้น เพราะแพกเกจที่ใช้อยู่สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เพราะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. อย่างเข้มงวดอยู่แล้ว และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราค่าบริการต่ำสุดในโลก ทำให้การจัดการต้นทุนที่ดี คือหัวใจสาระคัญในการประกอบธุรกิจ เช่น เพิ่มความสะดวกมากขึ้น โดยมีศูนย์ให้บริษัทหลังการควบรวมเพิ่มมากขึ้น ทำให้บริการหลังการขายสามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น จำนวนร้าน สาขาของทรู และดีแทคทั่วประเทศ จะให้บริการลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ และนำมาต่อยอดบริการรูปแบบใหม่ ให้ลูกค้ามีความสะดวก และมี call center รวม 2 ค่ายมากกว่า 5,200 คน

ทั้งนี้นักวิเคราะห์ฯมองต่อไปว่า การควบรวมครั้งนี้ถือเป็นก้าวใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาไทยที่จะเปลี่ยนแปลงสู่การเป็นบริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยีตามกระแสโลก  โดยมีจุดแข็งที่น่าสนใจ 5 ประการ คือ 1.บริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยี จะให้บริการสู่ความเป็นเลิศด้านดาต้า ดังนั้นการควบรวม DTAC-TRUE สู่การเป็นบริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยี จะทำให้การแข่งขันในตลาดยังคงสูงอย่างต่อเนื่องดังนั้น การควบรวมกิจการจะนำมาสู่การแข่งขันที่เหมาะสมกันยิ่งขึ้นระหว่างบริษัทใหม่และผู้นำตลาด ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันยิ่งขึ้น เรื่องราคาค่าบริการและคุณภาพการบริการในการดึงดูดลูกค้า

2.การแข่งขันของรายใหญ่ที่เหลือ จะนำไปสู่การมอบประสบการณ์เครือข่ายชั้นนำเพื่อคนไทย ซึ่งบริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยีพร้อมยกระดับประสบการณ์ใช้งานมือถือและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G และ 4G ให้ดีขึ้นกว่าเดิมทันที โดยในส่วนของ TRUE  และ DTAC  จะมีการนำจุดแข็งของทั้งสองมาผนึกกำลังร่วมกัน สัญญาณครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน (Coverage) มากยิ่งขึ้น ทำให้ประชากรไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียมกันรวมถึงการขยาย 5G ทั่วประเทศที่รวดเร็วครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้น

3.อนาคตของบริษัท เทเลคอม-เทคโนโลยีนั้นจะให้บริการที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าการเป็นแค่เพียงบริษัทโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นการให้บริการดิจิทัลและประสบการณ์ต่าง ๆ แก่ผู้บริโภค  ดังนั้นด้วยขนาดองค์กรและความเชี่ยวชาญจะทำให้บริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยีสามารถดึงดูดผู้ให้บริการเทคโนโลยี และผู้นำด้านดิจิทัลระดับโลกในฐานะพันธมิตร ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงบริการทางเทคโนโลยีและดิจิทัลที่ทันสมัยล่าสุดได้ก่อนใคร

4.บริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยี จะนำเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกมาช่วยผลักดันธุรกิจ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ในไทย โดยบริษัทใหม่และพันธมิตรจะระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.3 พันล้านบาท จัดตั้งกองทุน Venture Capital (VC) รวมทั้งจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมที่สนับสนุนผู้ประกอบการดิจิทัล เพื่อวางรากฐานสำหรับผลักดันสู่อนาคตของสตาร์ทอัปไทยในระดับยูนิคอร์น และกองทุน VC จะสร้างทักษะงานดิจิทัลใหม่ๆ นับพันตำแหน่ง เพื่อสร้างการเติบโต ทางเศรษฐกิจและการจ้างงานที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะก่อประโยชน์อย่างมากต่อเศรษฐกิจ และการสร้างสิทธิบัตรใหม่ต่างๆ สำหรับประเทศไทย รวมถึงกองทุน VC มีแผนสนับสนุนภาพรวมของระบบนิเวศสตาร์ทอัปไทย ซึ่งจะทำให้เกิดธุรกิจมูลค่าสูงสุดประมาณ 3 หมื่นล้านบาท (ประมาณ 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดังนั้น การควบรวมนอกจากจะผลักดันเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้าแล้ว ยังเพิ่มมูลค่าให้ GDP ด้วย

5.บริษัทเทเลคอม-เทคโนโลยี จะต้องรักษามาตรฐานสูงสุดในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ และจะส่งเสริมแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG - Environmental, Social, Governance) ตามกระแสโลก โดยบริษัทใหม่จะต้องยึดมั่นประโยชน์ของลูกค้าและสังคมไทยเป็นพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ และมุ่งสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ เพื่อขับเคลื่อนสังคมที่เท่าเทียมและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมาย อันจะช่วยให้สามารถรับมือกับกระแสความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

+++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News