mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

ทิสโก้เปิด 3 ปัจจัยกดดันลงทุนปี 66 อยากรอด! ต้องซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ หุ้นเฮลธ์และเทคโนโลยี

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้เปิด 3 ปัจจัยกดดันหุ้นปี 2566 “เศรษฐกิจ-ถดถอย-เงินเฟ้อลงช้ากว่าคาด-ธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกจ่อถอนสภาพคล่อง” แนะลดน้ำหนักลงทุนในหุ้น ซื้อพันธบัตรสหรัฐฯ และหากดัชนีหุ้น S&P500 ลงมาต่ำกว่า 3600 จุด ให้ทยอยซื้อหุ้นเฮลธ์แคร์ และหุ้นเทคโนโลยีรับผลตอบแทนเด่น 

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายปี 2565 เป็นจังหวะที่่นักลงทุนควรปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นลง เนื่องจากปัจจุบันตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในระดับที่ค่อนข้างแพง และไม่ได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ยังมีอยู่มาก พร้อมกับแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งให้ผลตอบแทน (ยิลด์) ที่ราว 3.8% ซึ่งมีโอกาสได้ผลตอบแทนส่วนจากกำไรจากการตีราคา (Capital gain) เพิ่มอีก หากบอนด์ยิลด์เริ่มกลับมาลดลงในปีหน้า ทำให้มีโอกาสรับผลตอบแทนจากการลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ สกุลเงินดอลลาร์ สูงถึง 6-8% ซึ่งมากว่าผลตอบแทนที่ได้จากตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ประเมินเป้าหมายดัชนี S&P500 ปี 2566 ไว้ที่ 4000 จุด 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้น สามารถรอจังหวะเข้าทยอยสะสมอีกครั้งเมื่อดัชนี S&P 500 ลงมาต่ำกว่า 3600 จุด โดยเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ที่กำไรไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจและโตได้ในระยะยาว และหุ้นเทคโนโลยีที่ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลงมามาก และมีแนวโน้มฟื้นตัวในภาวะที่ Bond Yield เป็นขาลงในปี 2566 

“ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวน์ขึ้นมาราว 15% จากจุดต่ำสุดของปี และค่า P/E ของตลาดกลับมาเทรดในระดับค่อนข้างสูงที่ราว 18 เท่า โดยเป็นผลมาจากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ ที่ได้ผ่านจุดสูงสุดและลดลงมาอยู่ที่ระดับราว 7% และทำให้ตลาดเริ่มมีความหวังว่าปัญหาเงินเฟ้อจะคลี่คลายลง และ Fed จะสามารถกลับมาลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงได้ในปี2566 ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นกลับตัวเป็นขาขึ้นได้ในระยะยาว แต่ยังมีหลายปัจจัยลบที่นักลงทุนอาจหลงลืมไปทำให้ประเมินตลาดในเชิงบวกเกินไป” นายคมศรกล่าว 

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้  มองว่า ตลาดหุ้นในปี 2566 ยังมีความเสี่ยงจาก 3 ปัจจัยหลัก ที่นักลงทุนอาจคาดไม่ถึงหรือหลงลืมไป ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจฉุดให้ตลาดลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ ซึ่ง ได้แก่ 

หนึ่ง ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย โดยตัวชี้วัดต่างๆ เริ่มสะท้อนภาพเศรษฐกิจถดถอยที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เช่น Yield curve ของสหรัฐฯ ที่ติดลบต่อเนื่องมาตั้งแต่กลางปี และดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ ที่พลิกกลับมาอยู่ในแดนหดตัวต่อเนื่องตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ในขณะที่นักวิเคราะห์ยังคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ จะยังเติบโตต่อเนื่องในอัตราราว 7% ในปีหน้า ซึ่งไม่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและเป็นความเสี่ยงที่นักวิเคราะห์จะต้องปรับประมาณการผลกำไรลดลงอีกมากในปีหน้า 

สอง ความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะลดลงช้ากว่าที่คาด โดยปัจจุบันตลาดคาดว่าจะเห็นเงินเฟ้อสหรัฐฯ ลดลงไปอยู่ระดับ 3% ในช่วงปลายปีหน้า แต่ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่ามีโอกาสที่เงินเฟ้อจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่านั้น เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อทางด้านค่าจ้าง ซึ่งยังขยายตัวในระดับสูงถึง 5% ต่อปี ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังตึงตัว และเงินเฟ้อในหมวดที่อยู่อาศัยที่ยังขยายตัวสูงถึง 7% ต่อปี ซึ่งหากเงินเฟ้อไม่ได้ลดลงไปอยู่ที่ 3% ปลายปีหน้าตามที่ตลาดคาด ความหวังที่จะได้เห็น Fed กลับมาลดดอกเบี้ยปีหน้านั้นก็จะเป็นไปได้ยาก และทำให้ตลาดหุ้นที่ปัจจุบันเทรดที่พีอีค่อนข้างสูง ก็มีโอกาสที่จะปรับฐานอีกครั้ง 

  สาม ความเสี่ยงจากการถอนสภาพคล่องของธนาคารกลาง โดยในปัจจุบัน Fed เป็นธนาคารกลางหลักเพียงแห่งเดียวที่ถอนสภาพคล่องออกจากตลาดในอัตรา 9.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน แต่ในปีหน้าธนาคารกลางอื่นๆ เช่น ธนาคารกลางยุโรป และอังกฤษ จะเริ่มดำเนินการถอนสภาพคล่องไปพร้อมกับ Fed ด้วย ซึ่งทำให้ภาวะสภาพคล่องในปีหน้ามีแนวโน้มตึงตัวขึ้นมากกว่าปีนี้และเป็นความเสี่ยงที่จะผันผวนต่อเนื่อง 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News