mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

กคช. เดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัย เน้นบ้านเช่าให้ประชาชนเข้าถึง หนุนอาชีพสร้างรายได้ ลดรายจ่าย

กคช. เดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัย เน้นบ้านเช่าให้ประชาชนเข้าถึง หนุนอาชีพสร้างรายได้ ลดรายจ่าย ส่งเสริมคุณภาพชีวิต พร้อมแก้ไข Sunk cost รับสังคมผู้สูงอายุ

         นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยถึงความก้าวหน้าผลการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติ ประจำปี 2565 ว่า การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ดำเนินนโยบายสำคัญของรัฐบาลตามแนวทางของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายจุติ  ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งนับตั้งแต่รับตำแหน่งผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา รวมระยะเวลาประมาณสองปีเศษ ตนมีความตั้งใจจริงที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินงานของการเคหะแห่งชาติในทุกมิติ เพื่อให้การเคหะแห่งชาติสามารถเป็นที่พึ่งให้กับผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางในด้านที่อยู่อาศัย รวมไปถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม พร้อมกันนั้นยังมุ่งมั่นสร้างธรรมาภิบาลและความโปร่งใสให้แก่องค์กร

         ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร ปรับปรุงกฎระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ให้มีความสอดคล้องกับยุคสมัยและเกิดความคล่องตัวในการทำงานมากยิ่งขึ้น สามารถให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ตลอดจนปรับปรุงเว็บไซต์องค์กรให้ทันสมัย ปรับปรุงช่องทางการร้องเรียนให้มี 6 ช่องทาง พร้อมด้วยการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปี 2565 การเคหะแห่งชาติได้คะแนนผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ หรือ ITA 97.96 คะแนน จาก 100 คะแนนเต็ม เพิ่มสูงขึ้น 0.03 คะแนน จากปี 2564ที่ได้ 97.93 คะแนน ถือเป็นอันดับที่ 1 ของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และอันดับที่ 5 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้งหมดที่เข้าร่วมการประเมินจำนวน 51 แห่ง รวมทั้งได้ระดับผลการประเมิน AA ในระดับประเทศ

        ด้านผลการดำเนินโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาตินับตั้งแต่ปี 2519 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 ได้พัฒนาที่อยู่อาศัยไปแล้ว 746,616 หน่วย นับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 การเคหะแห่งชาติได้ปรับเปลี่ยนนโยบายจากการสร้างบ้านเพื่อขาย มาเน้นการสร้างบ้านเช่าให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในอัตราค่าเช่าที่รับภาระได้อย่างทั่วถึง อย่างเช่น โครงการบ้านเคหะสุขประชา ซึ่งเป็นบ้านเช่าพร้อมอาชีพ และโครงการบ้านเคหะสุขเกษมที่นำโครงการบ้านเอื้ออาทรเดิมที่เป็น Sunk cost มาปรับเป็นบ้านเช่าสำหรับผู้สูงอายุและข้าราชการวัยเกษียณ รวมทั้งโครงการอาคารเช่าที่สร้างขึ้นใหม่ และการรับคืนอาคารเช่าเหมาจากเอกชนมาบริหารจัดการเอง เพื่อลดภาระค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภคให้แก่ผู้อยู่อาศัยไปพร้อมกัน

         สำหรับความคืบหน้าของโครงการบ้านเคหะสุขประชา “บ้านเช่าพร้อมอาชีพ” ได้จัดสร้างโครงการนำร่อง 2 โครงการได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า 270 หน่วย ก่อสร้างได้ 95.70% ขณะที่โครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง 302 หน่วย ก่อสร้างได้ 93% นอกจากนี้ ยังได้ลงนามในสัญญาเช่าที่ดินร่วมกับบริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เพื่อก่อสร้างและประกอบการค้าเชิงพาณิชย์พร้อมบริหารพื้นที่ (ตลาด) โครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ขนาดเนื้อที่ประมาณ 3-0-0 ไร่ มีกำหนดเวลาเช่า 15 ปี นับตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2565 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2580 นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติมอบหมายให้ บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จํากัด ศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการบ้านเคหะสุขประชา โดยวิธีการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการลำลูกกา คลอง 12 จังหวัดปทุมธานี โครงการวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และโครงการธรรมศาลา จังหวัดนครปฐม

         ขณะที่ โครงการบ้านเคหะสุขเกษม “บ้านเช่าสำหรับผู้สูงอายุและข้าราชการวัยเกษียณ”พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการบ้านเคหะสุขเกษมจังหวัดสมุทรปราการ (เทพารักษ์) เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ที่ตั้งโครงการ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 126.5 ไร่ ซอยที่ดินไทย ถนนเทพารักษ์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ แบ่งการพัฒนาโครงการฯ ออกเป็น 4 ระยะ รวมทั้งสิ้น 4,089 หน่วย มีรูปแบบอาคารเป็นอาคารชุดสูง 5 ชั้น (มีลิฟต์ทุกอาคาร) ขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 33 ตารางเมตร (อาคารละ 40 หน่วย) และขนาดพื้นที่ใช้สอยประมาณ 23 ตารางเมตร (อาคารละ 5 หน่วย) ออกแบบโครงการภายใต้หลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) โดยคำนึงถึงการใช้งานของผู้สูงอายุเป็นสำคัญ

         นอกจากนี้ การเคหะแห่งชาติยังเดินหน้า โครงการอาคารเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย จัดสร้างเป็นอาคารพักอาศัยสูง 4 ชั้น ขนาดห้องพักอาศัยประมาณ 28 และ 30 ตารางเมตร สำหรับห้องพักอาศัยชั้นที่ 1 ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้สูงอายุหรือคนพิการสามารถอยู่อาศัยได้อย่างสะดวกสบายและพึ่งพาตนเองได้ อัตราค่าเช่าตั้งแต่ 1,400 - 2,500 บาท (ขึ้นอยู่กับที่ตั้งโครงการฯ) ปัจจุบันก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้ผู้ที่สนใจทำสัญญาพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที จำนวน 6 โครงการ รวม 1,164 หน่วย โครงการฯ ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างให้ประชาชนลงทะเบียนจองสิทธิเช่า จำนวน 2 โครงการรวม 157 หน่วย และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จำนวน 9 โครงการ รวม 3,813 หน่วย

         ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเคหะแห่งชาติยังมีแนวนโยบายที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อยู่อาศัยให้กับประชาชน จึงได้ดำเนินการขอรับคืนโครงการอาคารเช่า จากบริษัทเอกชนที่ครบสัญญาแล้วกลับมาบริหารเองเพื่อให้ประชาชนที่เช่าอาศัยในโครงการของการเคหะแห่งชาติได้จ่ายค่าเช่าโดยตรงกับการเคหะแห่งชาติซึ่งทำให้ค่าเช่าลดลง โดยมีเป้าหมายการรับคืนอาคารเช่าเหมาจากเอกชนไม่รวมหน่วยงานของรัฐ จำนวน 60 สัญญา รวม 32,632 หน่วย

         ปัจจุบันมีบริษัทที่หมดสัญญาและต้องส่งมอบอาคารคืนให้กับการเคหะแห่งชาติ จำนวน 52 สัญญารวม 27,989 หน่วย ซึ่งมีผู้เช่ารายย่อยมาทำสัญญากับการเคหะแห่งชาติ โดยตรงแล้ว จำนวน 10,303 หน่วย สำหรับประโยชน์ที่ประชาชนได้รับเมื่อการเคหะแห่งชาตินำอาคารเช่ากลับมาบริหารเองจะมีทั้งการจ่ายค่าเช่าถูกลงกว่าเดิม 411 - 6,243 บาท/หน่วย/เดือน คิดเป็นลดลงเฉลี่ย 54 % จ่ายค่าไฟลดลงเฉลี่ย 32 บาท/หน่วย/เดือน จ่ายค่าน้ำลดลงเฉลี่ย 15 บาท/หน่วย/เดือน และไม่ต้องจ่ายค่าเก็บขยะ ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้จัดตั้ง “ศูนย์บริการประชาชน โครงการอาคารเช่า การเคหะแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์” เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เช่าอย่างครบวงจร ตั้งแต่การลงทะเบียน การทำสัญญา การชำระเงิน หรือการติดต่อสอบถามต่าง ๆ รวมถึงการดูแลผู้อยู่อาศัยให้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News