mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

Fed ส่งสัญญาณเข้มคุ้มเงินเฟ้อ ทิสโก้เตือน! ใน1 - 3 เดือน หุ้นอาจร่วงแรงอีกครั้ง จังหวะซื้อเทคฯ เฮลธ์แคร์

ศูนย์เคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ลงทุนทิสโก้เตือน ในช่วง 1 - 3 เดือนนักลงทุนเตรียมรับมือหุ้นร่วงแรงอีกครั้ง หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเดินหน้านโยบายการเงินเข้มเพื่อคุมเงินเฟ้อ พร้อมคาดจะยังส่งสัญญาณนโยบายการเงินเข้มงวดต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี แนะลงทุนในหุ้นอย่างระมัดระวัง และเป็นจังหวะซื้อหุ้นเทคโนโลยีและเฮลธ์แคร์ และหุ้นพลังงานหมุนเวียนหลบภัย

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (Mr. Komsorn Prakobphol, Head of Economic Strategy Unit, TISCO Economic Strategy Unit : TISCO ESU)  เปิดเผยว่า  ตลาดหุ้นทั่วโลกกลับมาอยู่ภายใต้แรงกดดันของนโยบายการเงินอีกครั้งหลังการประชุมประจำปี Jackson Hole Symposium เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2565 นาย Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กล่าวย้ำในการประชุมถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง และการคงดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และยังระบุว่าการกดเงินเฟ้อให้กลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 2% เป็นสิ่งที่ Fed ให้ความสำคัญมากที่สุดในขณะนี้ พร้อมย้ำว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าปกติ (ระดับ 0.75%) อาจมีความเหมาะสมในการประชุมเดือนกันยายนด้วย 

ซึ่งศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้มองว่า Fed จะยังคงส่งสัญญาณนโยบายการเงินที่เข้มงวดในลักษณะดังกล่าวต่อเนื่องไปจนถึงปลายปี 2565 โดยมีปัจจัยสนับสนุน 3 ประเด็น คือ 

  1. อัตราเงินเฟ้อแม้จะเริ่มกลับมาลดลง แต่ยังอยู่สูงในระดับที่สูงเกินกว่าที่ Fed จะหยุดขึ้นดอกเบี้ย โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ณ สิ้นปีจะลดลงไปอยู่ที่ระดับ 5 - 6% ซึ่งยังสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ตลาดคาดว่า ณ สิ้นปีจะอยู่ในระดับ 3.5 - 3.75% ซึ่งในอดีต Fed ไม่เคยหยุดขึ้นดอกเบี้ยในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเลยสักครั้ง ดังนั้น จึงคาดว่า Fed จะยังไม่ส่งสัญญาณหยุดขึ้นดอกเบี้ยได้ในช่วงสิ้นปีนี้อย่างที่ตลาดคาด
  2. อัตราเงินเฟ้อที่สูงเป็นอุปสรรคไม่ให้ Fed ผ่อนคลายนโยบายการเงิน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ได้เปรียบเทียบภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ Fed เริ่มลดดอกเบี้ยในอดีตย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2500 พบว่า ในช่วงที่อัตราเงินเฟ้อสูง เกินกว่า 5% Fed มักปล่อยให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงแรง จึงจะตัดสินใจลดดอกเบี้ย ซึ่งแตกต่างกับในช่วงเงินเฟ้อต่ำที่ Fed อาจพิจารณาลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในทันทีที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวลง
  3. คาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับสูง โดยคาดการณ์เงินเฟ้อของตลาดในช่วง 10 ปีข้างหน้า กลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับสูงกว่า 2.5% ซึ่งเป็นจุดที่ Fed มักปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้น เช่น ในปี 2556 ที่ Fed ส่งสัญญาณลด QE จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เรียกว่า Taper Tantrum ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงรับข่าว Fed ประกาศลดวงเงินในโครงการซื้อสินทรัพย์ตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) รวมถึงช่วงที่คาดการณ์เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาเข้าใกล้ระดับ 2.5% ทำให้ Fed กลับมาขึ้นดอกเบี้ยในปี 2559 และเริ่มลดขนาดงบดุล ในปี 2560

จากประเด็นดังกล่าว ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ แนะนำให้นักลงทุนลงทุนด้วยความระมัดระวัง เพราะตลาดหุ้นจะกลับมาอยู่ภายใต้แรงกดดันจากนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว ประกอบกับมูลค่าหุ้น (Valuation) ที่ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง จึงมีความเสี่ยงที่ในระยะ 1- 3 เดือนข้างหน้า ตลาดหุ้นจะปรับลดลง และกลับไปอยู่ใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดเดิม 

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในช่วงนี้เป็นโอกาสของการเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เฮลธ์แคร์ ที่กำไรมักจะเติบโตได้ดีในทุกสภาวะเศรษฐกิจ และหุ้นพลังงานหมุนเวียน ที่หลายประเทศเริ่มให้ความสำคัญและเริ่มลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ  

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News