mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

finbiz by ttb แนะ 3 กลยุทธ์ สู่การพลิกโฉมธุรกิจ SME ยุคดิจิทัล ด้วย Digital Transformation

มากกว่า 10 ปีมาแล้วที่เราได้ยินคำว่า Digital Disruption หรือ Technology Disruption ซึ่งภาคธุรกิจได้เริ่มเตรียมปรับตัวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจมาตลอด ทั้งนี้สถานการณ์โควิด-19 ยังเข้ามาเป็นปัจจัยเร่งให้สถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นใน 8-10 ปีข้างหน้า ให้เกิดขึ้นในช่วงเวลา 2-3 ปีนี้  ทำให้ทุกธุรกิจต้องกระโดดเข้าสู่ Digital Transformation อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  เพื่อให้สามารถอยู่รอดและดำเนินธุรกิจต่อไปได้

เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป การปรับตัวเปิดรับเทคโนโลยีของผู้คนง่ายขึ้น และพร้อมใจที่จะก้าวอย่างรวดเร็ว ไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของภาคธุรกิจ ดังนั้น หากธุรกิจไม่เร่งปรับตัวอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง โดยมีข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทยที่ยืนยันได้ว่าพฤติกรรมผู้บริโภคของคนไทยนั้นเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ

  • คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตกว่า 77.8% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 62.5%
  • คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ 5.07 ชั่วโมงต่อวัน (เป็นอันดับที่ 3 ของโลก)

ไม่เพียงแค่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเป็นจำนวนมากและหลายชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ยังยืนยันด้วยว่าคนไทยมีความเชื่อมั่นกับระบบธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบดิจิทัลมากพอสมควร ด้วยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายบนระบบอินเทอร์เน็ต และการลดลงของการทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ เช่น การใช้เงินสด หรือธุรกรรมผ่านเช็ค

  • ประเทศไทยมีสัดส่วนการใช้ Mobile Banking ต่อประชากร ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต 74% เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งเพิ่มมาจากปีก่อน ๆ 63% (อันดับ 2 และ 3 ของโลก คือ สวีเดน 71% และ เกาหลีใต้ 66% )
  • จำนวนธุรกรรมจ่ายผ่าน QR Code เพิ่มขึ้น 199% และจำนวนธุรกรรมบัตรเครดิต Online โตขึ้น 26%
  • ธุรกรรมถอนเงินสดลดลง 18% และธุรกรรมเกี่ยวกับเช็คลดลง 19%
  • จำนวนรายการผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น 160% เป็นสัดส่วนการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลต่อช่องทางออฟไลน์กว่า 80%

ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมถึงความต้องการที่เปลี่ยนไป ธุรกิจการค้าต่าง ๆ ก็มีความเปลี่ยนแปลงจาก B2B หรือ OEM มาเป็น D2C (Direct to Customer) จากเดิมที่ผู้ผลิตเป็นเพียงผู้ผลิตเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือรับผลิต เพื่อส่งให้ส่วนของพ่อค้าคนกลาง เช่น Modern Trade ไล่ลงไปจนถึงร้านค้าปลีกก่อนจะถึงมือผู้บริโภค เปลี่ยนเป็นจากผู้ผลิตไปสู่มือผู้บริโภคได้เลย โดยผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งทำให้ SME ที่อยู่ในช่วงระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภค จะต้องรีบเปลี่ยนแปลงการดำเนินธุรกิจเพื่อให้สามารถอยู่รอดและก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน

  1. รู้จุดยืนที่ชัดเจน เตรียมรุกสู่ Transformation

เส้นทางการปรับปรุงธุรกิจไปสู่ความเป็นดิจิทัล มีหลายทางเลือกให้ตัดสินใจ โดยก่อนที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ต้องแน่ใจก่อนว่าธุรกิจของเรานั้นอยู่ในสภาวะใด ให้ผู้ประกอบการจินตนาการถึงฉากทัศน์ของธุรกิจ โดยพิจารณาจากความเปลี่ยนแปลง 4 กลุ่ม ว่าอีก 5 ปีข้างหน้า กิจการของเราอยู่ในกลุ่มใดใน 4 กลุ่มนี้

1) กลุ่มที่มีความชัดเจน เป็นธุรกิจที่มีทิศทาง กฎและระเบียบต่าง ๆ ที่มีต่อธุรกิจค่อนข้างตายตัวชัดเจน

2) กลุ่มที่มีความชัดเจนระดับหนึ่งว่า ถ้าไม่เป็นแบบนี้ ก็จะเป็นแบบนั้น หรือเป็นอีกแบบหนึ่ง

3) กลุ่มที่จะมีความเปลี่ยนแปลงแบบเป็นช่วง ๆ ช่วงต้นจะเป็นแบบนี้ และต่อด้วยช่วงที่จะเป็นแบบนั้น

4) กลุ่มที่หาความชัดเจนไม่ได้ คาดเดาไม่ได้เลย

เมื่อเห็นภาพที่จะเกิดขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้าแล้ว มองว่าธุรกิจของเราเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ และวางกลยุทธ์จากยุทธศาสตร์ 5 F ว่าธุรกิจที่ดำเนินกิจการอยู่นั้นจะเป็น F ไหน ซึ่งประกอบด้วย

และไม่ว่าเราจะเลือกกลยุทธ์ F ใดก็ตามสิ่งสำคัญคือธุรกิจจะต้องมีกระแสเงินสดเอาไว้เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง และการสร้างเครือข่ายในวงธุรกิจ (Connection) ก็เป็นตัวช่วยสำคัญไม่แพ้กัน

เมื่อมองเห็นภาพอนาคต รวมถึงตั้งกลยุทธ์ที่จะใช้ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแล้ว จึงเริ่มเข้าสู่ Digital Transformation ในขั้นตอนต่อไป

  1. Transform ให้ไว และได้ไปต่อในยุคดิจิทัล

จากเหตุผลต่าง ๆ ที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป ซึ่งในภาคธุรกิจจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนไปด้วย จาก B2B หรือ OEM มาเป็น D2C (Direct to Customer) ทำให้การดำเนินธุรกิจจะต้องปรับเปลี่ยนไป ซึ่งในการเปลี่ยนแปลงนั้นมีสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงนี้

  • Data Driven เพราะข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ หัวใจแห่งการขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งนี้ การ Direct to Customer อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลลูกค้า ซึ่งไม่ว่าธุรกิจที่จะอยู่ในช่วงไหนของห่วงโซ่อุปทาน ผู้ประกอบการควรทราบความต้องการของลูกค้าปลายทางด้วย ดังนั้นจะเห็นว่าข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลรายละเอียดพฤติกรรมผู้บริโภครายย่อย ๆ ไปจนถึงข้อมูลของลักษณะการสั่งสินค้าของลูกค้ารายใหญ่ ๆ
  • ขจัด Pain point บน Business Ecosystem เพื่อสร้างความสมบูรณ์บน Platform ปัจจุบันนี้มีรูปแบบการทำธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น การไลฟ์ขายของบนระบบออนไลน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมาเนื่องจาก Pain Point บางอย่าง เช่น การไลฟ์ขายทุเรียน ที่มาขจัด Pain Point ที่ลูกค้าอยากได้ทุเรียนพันธุ์หายากคุณภาพดี ซึ่งการที่เจ้าของสวนมาไลฟ์ขายของเองทำให้ลูกค้าแน่ใจว่าจะได้ของดีจากสวนที่เจ้าของสวนมีตัวตนอยู่จริง ทราบแหล่งที่มาชัดเจน จึงเกิดการซื้อขายกันขึ้น

ซึ่งการเติมเต็มระบบนิเวศทางธุรกิจ (Business Ecosystem)  ไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ยังมีขั้นตอนของการชำระเงิน การจัดการการจัดส่ง และการขนส่งเข้ามาอีก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิด Platform ที่ช่วยสร้าง “มูลค่าเศรษฐกิจ” ที่อยู่ระหว่างกลางผู้บริโภค (Consumer) และ ผู้ผลิต (Producer) ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องมีการออกแบบจนถึงมือลูกค้ารายสุดท้าย เพื่อให้การแลกเปลี่ยนสมบูรณ์แบบมากที่สุด

  • Agile Way เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว จึงต้องก้าวให้ไว เมื่อโลกในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าเก่า เราจะพบได้ว่า ยุคก่อนหน้านี้กว่าจะมีผลิตภัณฑ์หรือนวัตกรรมก็ใช้เวลากันหลายปี แต่ในปัจจุบันอาจจะใช้เวลาเพียงครึ่งปีก็สามารถสร้างนวัตกรรมได้ หลักการแบบ Agile Way จึงมีบทบาทสำคัญเพื่อให้ตอบสนองได้รวดเร็วทันเวลาและตรงความต้องการที่สุด หลัก Agile Way ประกอบไปด้วย 3 ส่วนประกอบสำคัญ ดังนี้

1) ระบุปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า อาจใช้การเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับลูกค้า คุยกับกลุ่มลูกค้าโดยตรง รวมไปถึงการรับฟังความคิดเห็นของทีมงานที่ทำงานกับลูกค้าโดยตรงเพื่อให้เข้าใจลูกค้าในเชิงลึก

2) พัฒนาด้วยทีมงานหลายฝ่าย ระดมสมอง คิดนอกกรอบ พัฒนานวัตกรรมจากความคิดร่วมกันของหลาย ๆ ฝ่าย เพื่อระดมสมองจากหลายมุมมอง

3) ทดสอบนวัตกรรมกับลูกค้าก่อนออกใช้งานจริง เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อปรับปรุงก่อนส่งผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้าผู้ใช้งานจริง

ระหว่างการทำงานใน Agile Way จะมีการตรวจสอบให้แน่ใจอยู่เสมอว่าสิ่งที่กำลังพัฒนาไม่มีอะไรหลุดไปจากแผนการหรือความต้องการที่แท้จริง และหากมีความเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ความต้องการของลูกค้าเป้าหมายเปลี่ยนไปก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ทัน

  • งบประมาณทางการตลาดต้องมี เนื่องจากในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เมื่อธุรกิจวางแผนมาอย่างดี มีทั้งข้อมูลที่ดี อยู่บนแพลตฟอร์มที่ดี และใช้วิธีการทำงานแบบ Agile Way สิ่งสุดท้ายที่จะลืมไม่ได้คือ การทำการตลาด เพื่อให้ลูกค้ารู้จักสินค้าของเราอย่างแท้จริง ในยุคดิจิทัลจึงต้องวางแผนสำหรับ Digital Marketing ด้วย โดยงบการตลาดก็ควรจะเป็น 20-30% ของยอดขาย
  1. กระแสเงินสดต้องแข็งแกร่ง และต้องมีเครื่องมือทางการเงินที่ดี

การก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลง หัวใจหลักที่จะทำให้ธุรกิจแข็งแรง คือการมีกระแสเงินสดอย่างพอเพียง โดยธุรกิจที่แข็งแรงจะสามารถประมาณการทางการเงินในอนาคตได้ และทราบมูลค่าของธุรกิจที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งการสร้างมูลค่าของธุรกิจจะเพิ่มขึ้นต่อเมื่อสามารถสร้างกระแสเงินสด (Cash Flow) ออกมาให้ได้มากที่สุดและเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสเงินสดจะเพิ่มขึ้นได้ก็ต่อเมื่อธุรกิจสามารถบริหารปัจจัยหลัก (Value Drivers) 7 ปัจจัยได้ดี คือ

  1. การสร้างจุดขายจุดแข็งให้กับองค์กร
  2. การทำให้ยอดขายเติบโต
  3. การทำให้กิจการมีกำไรดี
  4. การบริหารภาษีอย่างประสิทธิภาพ
  5. การใช้เงินทุนหมุนเวียนต่ำ
  6. การใช้เงินลงทุนที่ต่ำ
  7. การหาแหล่งเงินทุนที่ต้นทุนต่ำที่สุด

ดังนั้นการเดินหน้าสู่การเป็นดิจิทัลจึงจำเป็นต้องมีเครื่องมือทางการเงินที่เข้าใจธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นอย่างดีในทุกส่วนของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแหล่งเงินทุน บัญชีสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ รวมทั้งการติดตามรายงานการเงินที่ง่าย และสะดวกสบาย นำเสนอในมุมที่เข้าใจผู้ประกอบการธุรกิจ นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เพื่อให้ทุกการซื้อขายเป็นไปได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

ทีเอ็มบีธนชาตจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาจากความต้องการของลูกค้าธุรกิจ โดยมีเครื่องมือทางการเงินเพื่อธุรกิจที่เข้าใจลูกค้าอย่างครบวงจร ไม่ว่าจะเป็น

  • -ทีทีบี บิสสิเนสวัน (ttb business one) Platform ทางการเงิน ที่สามารถทำธุรกรรมจากทุกอุปกรณ์ไปที่ระบบเดียว และสามารถเรียกดูรายงาน กำหนดสิทธิ์ผู้เข้าใช้งานได้อย่างสอดคล้องกับธุรกิจ ยิ่งใช้คู่กับ ทีทีบี เอสเอ็มอีวันแบงก์ (ttb sme one bank) บัญชีที่เข้าใจธุรกิจสามารถลดต้นทุนด้านค่าธรรมเนียม ลดต้นทุนสมุดเช็ค และสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่เหมาะกับการทำธุรกิจ
  • -สำหรับการรับเงิน ธนาคารมี ทีทีบี สมาร์ทช็อป (ttb smart shop) แอปพลิเคชันจัดการร้านค้าที่สามารถชำระเงินผ่าน QR Code ได้ หรือบริการรับชำระเงินออนไลน์ ทีทีบี ควิกเพย์ (ttb quick pay) ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถสร้างลิงก์ในการชำระเงิน และส่งผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น SMS หรือช่องทาง Chat ของ Social Media ต่าง ๆ โดยลิงก์ที่สร้างขึ้นมาจะมีความปลอดภัยที่ลูกค้าและผู้ประกอบการมั่นใจได้ และลูกค้าได้รับความสบายใจสูงสุด

สนใจศึกษาความรู้และเคล็ดลับทางธุรกิจเพิ่มเติมได้ที่ finbiz by ttb โครงการเสริมความรู้ธุรกิจ ด้วยแนวคิด “ครบ จบในที่เดียว ปรับใช้ได้ง่าย ต่อยอดได้จริง สู่การเป็น Smart SME” ผ่านหลากหลายแพลตฟอร์ม พร้อมองค์ความรู้ที่ครบครัน จากพันธมิตรชั้นนำทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อให้ธุรกิจรับมือกับความเปลี่ยนแปลง พร้อมปรับตัวในยุคดิจิทัลและเติบโตอย่างยั่งยืน  คลิก https://www.ttbbank.com/th/finbiz

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News