mb303 yaitu situs resmi spekulasi slot tergacor rating tertinggi hari ini saran google. lokasi gambling 'Slot Mania' slot gacor sah paling baik no 1 paling terjaga...mb808 yaitu website yang memberikan tambahan pendapatan langsung bagi anda pencari cuan koran yang bisa langsung di wd dan juga memperoleh probabilitas ...trpc77 tempat paling baik bakal pengetahuan judi slot yang tidak tertandingi! peroleh kesempatan logam buat menikmati kemudahan login yang ......megabet303 ialah situs legal ringan maxwin slot gacor yang dipastikan menang besar dan juga dipercaya fairplay dalam bermain oleh menyandang sertifikat international....trpc77 yaitu salah satu situs slot server thailand 'BO Agen' yang terbaru di lingkaran ini dan pernah mempersiapkan permainan slot paling gacor...ath303 adalah salah satu cukong spekulasi dan togel online terpercaya di indonesia. terjaga timbul di website...athena777 merupakan usul lokasi terbaik dan terpercaya 2024 berlandaskan meruah penjelasan member, jalan keluar kamu mencari lokasi terpercaya 2024 di indonesia. ... สำนักข่าวไทยไทม์นิวส์ • ThaitimeNews
loader
Foto

เวทีเสวนาสภาองค์กรของผู้บริโภคชี้ควบรวม ‘ทรู-ดีแทค’กระทบบริการ-ค่าบริการมือถือ ย้ำ กสทช. ต้องกำกับดูแลและจำกัดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

จากกรณีที่กลุ่มเทเลนอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอม มูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ประกาศควบรวมกิจการธุรกิจโทรคมนาคมกับบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ทรูมูฟ เอช โดยเมื่อควบรวมแล้วจะมีส่วนแบ่งตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยถึงร้อยละ 52 ซึ่งอาจส่งผลให้ผู้บริโภคถูกจำกัดทางเลือกในการใช้งานและอาจทำให้บริษัทฯ มีอำนาจเหนือตลาด สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงได้ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อให้ชะลอการพิจารณาลงมติ การควบรวมกิจการในธุรกิจโทรคมนาคมฯ ดังกล่าวนั้น

     ล่าสุด สภาองค์กรของผู้บริโภค ได้จัดเวทีเสวนาวิชาการ Consumers Forum EP.2 : “Public Policy & Telecom Mergers: Ramifications on Competition and Consumers Protection : นโยบายสาธารณะกับปัญหาการควบรวมกิจการโทรคมนาคม” ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ สภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อชวนผู้บริโภคมาร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นว่า การควบรวมกิจการทำให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ให้บริการค่ายมือถือในประเทศไทย จาก 3 ราย เหลือเพียง 2 ราย ถือเป็นการผูกขาดหรือไม่ และผู้บริโภคจะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด

     ในช่วงเช้า มีเวทีเสวนาเรื่อง ‘นโยบายสาธารณะในการกำกับดูแลการแข่งขันและคุ้มครองผู้บริโภค’ โดยมีสุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ก่อตั้งโคแฟคประเทศไทย และประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม เทคโนโลยีและสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค, สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค, ศิริกัญญา ตันสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ระหว่าง True และ Dtac และการค้าปลีก – ค้าส่ง, นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), สุวิทย์ วิจิตรโสภา รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และ ศรัณย์ ผโลประการ  หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) เข้าร่วมเสวนาด้วย

     สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ก่อตั้งโคแฟคประเทศไทย และประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม เทคโนโลยีและสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงประเด็นการควบรวมกิจการของทรู - ดีแทค ว่าเป็นเรื่องที่กำลังอยู่ในความสนใจของสาธารณชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ผู้ให้บริการรายใหญ่กำลังลดจำนวนลง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดหรืออำนาจเหนือตลาดเกิดขึ้น

     ขณะที่ สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีที่ทรูประกาศการควบรวมกิจการโทรคมนาคมกับดีแทคว่า กสทช. เป็นองค์กรกำกับดูแลที่ควรต้องส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี จึงควรต้องดำเนินการกำกับดูแลการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างทรู - ดีแทคไม่ให้เกิดการแข่งขันที่น้อยลง หลีกเลี่ยงการมีอำนาจเหนือตลาดของธุรกิจ

     “พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ได้รับรองสิทธิที่สำคัญของผู้บริโภคเอาไว้ คือการมีอิสระที่จะเลือกใช้สินค้าหรือบริการ ดังนั้น การควบรวมกิจการจาก 3 เจ้า เหลือ 2 เจ้า จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นและขัดต่อกฎหมายแน่นอน อีกทั้งยังทำให้เกิดอำนาจเหนือตลาดอย่างชัดเจน ซึ่งสภาองค์กรของผู้บริโภค จะเดินหน้าและติดตามจัดทำข้อเสนอต่างๆ ออกมา เพื่อส่งให้ กสทช.อย่างเป็นการต่อไป” สารี กล่าว

     ด้าน ศิริกัญญา ตันสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ระหว่าง True และ Dtac และการค้าปลีก – ค้าส่ง เล่าถึงผลการศึกษาของ กมธ. ในประเด็นดังกล่าวว่า การพิจารณาเรื่องการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและการปลีกค้าค้าส่ง  มีสิ่งที่เหมือนกันอย่างน่าตกใจ คือ  ผู้กำกับดูแลไม่ได้บังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องผู้บริโภคอย่างเต็มที่ เห็นได้จากการออกประกาศ กสทช. เมื่อปี 2561 ไปลดทอนอำนาจของตัวเอง ยิ่งเมื่อใช้ดุลยพินิจตีความกฎหมาย ก็พยายามปัดความรับผิดชอบไปมา

     โฆษกคณะกมธ.ฯ ระบุอีกว่า การควบรวมกิจการระหว่างทรู - ดีแทคจะส่งผลต่อการกระจุกตัวของผู้ให้บริการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราค่าบริการค่อนข้างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของจุฬาฯ ที่พบว่า การควบรวมกิจการโทรคมนาคมจะทำให้อัตราค่าบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ทั้งนี้ มองว่าบอร์ดใหม่กสทช.ต้องกล้าหาญและตัดสินใจอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะกรณีดีลทรู - ดีแทค เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสาธารณะ

     ส่วน นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา อดีตคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุถึงความคืบหน้าการพิจารณาเรื่องดังกล่าวว่า กรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมอยู่ในกระบวนการพิจารณาทางปกครองของ กสทช. ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ ไม่ควรเร่งรีบ และควรมุ่งเน้นการปกป้องประโยชน์สาธารณะโดยตีความและใช้ประกาศของตนเพื่อประโยชน์ของสาธารณะ จึงไม่ควรปฏิเสธโดยการตีความว่าการควบรวมกิจการโทรคมนาคมนี้ไม่อยู่ในอำนาจของ กสทช. 

     “สิ่งที่เราต้องการวันนี้ หากเกิดการควบรวมกิจการเกิดขึ้นจริง จำเป็นที่กสทช.ต้องรักษาระดับแข่งขันให้ได้ใกล้เคียงเดิม หากรักษาระดับการแข่งขันไม่ได้ความเสียหายเกิดขึ้นแน่นอน อีกทั้งต้องประเมินผลกระทบการควบรวมกิจการ และจำกัดผลกระทบให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด” นพ.ประวิทย์ กล่าว

      สำหรับประเด็นการเปิดเสรีด้านโทรคมนาคมนั้น นพ.ประวิทย์ มองว่า ประเทศไทยมีความดึงดูดที่ต่างชาติอยากมาลงทุนกิจการโทรคมนาคม แต่ติดเรื่องกฎหมายที่ห้ามบริษัทต่างชาติเข้ามาลงทุนในเรื่องโทรคมนาคม และเชื่อว่าหากมีการเปิดตลาดเสรีจะทำให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง นอกจากนี้ นพ.ประวิทย์ ยังกล่าวเสริมถึงการดำเนินงานของรัฐบาลต่อกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมทิ้งท้ายว่า รัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) และ NT เป็นผู้ถือหุ้นของหนึ่งในบริษัทที่จะควบรวม NT มีอำนาจลงมติคัดค้านการควบรวม หากรัฐบาลมีเจตนารมณ์ให้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ รัฐบาลต้องส่งสัญญาณให้ NT ในฐานะเจ้าหนี้คัดค้านการควบรวม ส่วนการคัดค้านแล้วได้ผลอย่างไรก็เป็นกระบวนการหนึ่ง แต่การเงียบในฐานะผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจกับการควบรวมดังกล่าว

      นพ.ประวิทย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กสทช. ควรทำงานให้เป็นมืออาชีพมากกว่าไหลไปตามกระแส ขณะที่ภาคสังคมต้องทำงานคู่ขนานอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันผู้บริโภคก็ต้องร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการควบรวมดังกล่าวเพื่อปกป้องประโยชน์ของตัวเองด้วย ส่วนกลุ่มของภาครัฐก็ต้องร่วมมือกันให้เข้มข้นขึ้น ทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบให้เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ทั้งยังฝากตั้งคำถามไปถึงภาคเอกชนว่า จากที่ภาคเอกชนกล่าวอ้างว่าการควบรวมจะทำให้ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนดีขึ้นนั้น มีแผนการที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมหรือไม่อย่างไร

      ส่วนสุวิทย์ วิจิตรโสภา รองเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวถึงข้อห่วงกังวลของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ว่า การควบรวมกิจการทรู – ดีแทคนั้น นอกจากจะทำให้ผู้เล่นในตลาดน้อยลงแล้ว การแข่งขันก็จะน้อยลงตามไปด้วย จึงอยากให้ กสทช. พิจารณาในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ รอบด้าน เพราะเป็นเรื่องประโยชน์สาธารณะ อีกทั้งต้องมีมาตรการเยียวยา นำกฎหมายแข่งขันทางการค้าฯ มาบังคับใช้ด้วย ทั้งนี้ กสทช. ควรบูรณาการการพิจารณาเรื่องดังกล่าวกับสำนักงานแข่งขันทางการค้าและกระทรวงพาณิชย์ เพราะในอนาคตหากราคาค่าบริการกระทบต่อผู้บริโภค อาจต้องมีการควบคุมราคา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ มีกลไกของกฎหมาย ดูแลประชาชนอยู่แล้ว

      “อยากให้ กสทช. คำนึงถึงมิติเรื่องผู้บริโภคก่อนจะรับทราบหรืออนุญาตให้มีการควบรวมกิจการ และควร มีมาตรการออกมาปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภคด้วย ซึ่ง สคบ.จะติดตามและสะท้อนปัญหา เพื่อปกป้องสิทธิผู้บริโภคต่อไป” รองเลขาธิการ สคบ. ระบุ

      ด้านมุมมองภาคเอกชน ศรัณย์ ผโลประการ  หัวหน้าฝ่ายงานธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (AIS) ระบุว่า กสทช. มีอำนาจเต็มในการควบรวมกิจการ ดังนั้น ตีความว่าไม่มีอำนาจตัดสินเรื่องดังกล่าวโดยอ้างประกาศ กสทช. ปี 2561 นั้นอาจเป็นการตีความกฎหมายที่แคบเกินไป พร้อมระบุว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลัก 3 รายมากว่า 20 ปี เคยชินกับการมีโปรโมชันทุกวัน แต่เชื่อว่าหลังจากควบรวมกิจการและจำนวนผู้เล่นลดลงจะส่งผลให้โปรโมชั่นต่างๆ ลดน้อยลง ทั้งนี้ เอไอเอส พร้อมแข่งขันอย่างเต็มที่ แต่ กสทช.ต้องกำหนดกติกาให้สมดุลด้วย

      “การควบรวมทรู - ดีแทค เป็นซีรีส์ที่ 2 ต่อจากการควบรวมธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นการผูกขาดข้ามอินดัสทรี่ของกลุ่มซีพี และมีความเสี่ยงจะเกิดการกีดกันทางการแข่งขันในพื้นที่ของเจ้าของกิจการผู้บริโภคมีตัวเลือกลดลง ที่สำคัญเรากังวลว่า การควบรวมครั้งนี้ เป็นการควบรวมของบริษัทแม่ แต่ผู้ถือใบอนุญาตเป็นบริษัทลูก ซึ่งไม่ได้ควบรวม 1 มิถุนายน ประเทศไทยจะมีการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ถามว่า บริษัทที่จะควบรวมกันจะมีมาตรการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าหลุดรอดไปได้อย่างไร” ศรัณย์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Political News